PDA

View Full Version : แนะนำให้รู้จัก โปรแกรม Archicad ครับ


ARTIMIS2nd
19-09-2008, 04:53 PM
ไม่ได้โพสมานานแล้ว พอดีไปลองของใหม่ๆมาเลยคิดว่าจะแนะนำให้รู้จัก โปรแกรม Archicad ครับ

ไม่รู้จะเอาไปไว้ฟอรั่มไหน เห็นที่มันเกี่ยวข้อง ก็มีเรื่อง CAD Artlantis 3dmax เลยเอามาแปะที่นี่ ลองดูกันครับ


http://www.microsolresources.com/_images/software2008/VIZ08_BIM_Diagram.jpg


BIM ย่อมาจาก Building Information Modeling หรือแปลเป็นภาษาไทย ก็คือ การขึ้นแบบจำลองด้วยข้อมูลต่างๆ ของอาคาร

(แปลแบบตรงๆ เลยนะครับ) หรือถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ตามภาษาสถาปนิก คือ การทำโมเดลสามมิติของอาคารโดย

ตัวอาคารสามมิติจะสามารถรู้ได้ว่าอันไหนคือ ผนัง อันไหนคือเสา อันไหนคือหน้าต่าง และยังสามารถทำแปลน, รูปด้าน, รูปตัด

ได้ทันที (ใครนึกไม่ออก ลองนึกภาพ ทำโมเดล ใน 3DsMax หรือ SketchUp แต่สามารถเอาแปลน, รูปด้าน, รูปตัด มาทำ

แบบก่อสร้างได้เลยน่ะแหละ)

เท่า ที่ลองหาความหมายของ BIM ในไทยยังไม่เห็นมีใครออกมาให้ความหมายอย่างจริงจัง ซักคน แต่ทาง AIA (American

Institute of Architect) ได้ให้ความหมายของ BIM ว่า "a model-based technology linked with a database of

project information (เทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองของโครงการที่มาจากการเชื ่อมโยงข้อมูลต่างๆ ภายในโครงการเข้า

ด้วยกัน)"

http://www.3dcadco.com/flash/images/virtualbuilding/vb.swf
จากรูป จะเห็นว่าแบบแปลน,รูปด้าน,รูปตัด ได้มาจากโมเดลสามมิติทั้งสิ้น
และพอเราแก้ไขส่วนหนึ่ง ทุกส่วนก็จะทำการ update ให้ด้วย
นี่เป็นหลักการขั้นต้นของ BIM

http://www.3dcadco.com/flash/images/virtualbuilding/vb2.jpg

ARTIMIS2nd
19-09-2008, 04:54 PM
ต่อไปผมจะแนะนำหน้าตาต่างๆของโปรแกรมครับ
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/AC-00.jpg
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/AC-01.jpg
อันนี้เป็นรูปร่างหน้าตาของโปรแกรมครับ

http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/AC-03.jpg
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/AC-04.jpg
อันนี้คือ Library ต่างๆที่มีในโปรแกรมหรือหากเปรียบใน SU ก็คือ Component นั่นเองครับ โดยที่แสดงคืองานประตู และ

งานบันได ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทันที หากต้องการแก้ไขก็เพียงแต่ปรับแก้ค่าพารามิเตอร์ต่าง เท่านั้นเอง แล้วยังสามารถสร้าง

โมเดลมาใช้เองพร้องสามารถตั่งค่าให้ปรับเปลี่ยนพาราม ิเตอร์ได้ด้วย

http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/AC-05.jpg
ในส่วนเรื่องการเขียนแบบ2Dนั้น เราสามารถสร้างแนวตัด จากรูปแปลน แล้วตัวโปรแกรมจะเขียนรูปด้านให้เราเองซึ่งทำให้เรา

เขียนงาน 2D ได้เร็วมาก

ARTIMIS2nd
19-09-2008, 04:55 PM
ต่อมาก็เรื่องการ Export โดยโปรแกรมนั้นสร้างมาเพื่อติดต่อกับโปรแกรมที่นิยมใ ช้กัน ดังนั้นเมื่อต้องการ Export นั้นจะทำ

ได้สะดวกและรวดเร็วแทบจะไม่ต้องหา Plugin เพิ่มเติมเลย
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/AC-06.jpg
ตัวอย่างนามสกุลไฟล์ต่างๆ

http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/AC-07.jpg
ตัวโปรแกรมเองนั้น มีความสามารถด้านการ Render จากภายในโปรแกรมเลยซึ่งมีความสารถปรับแสง สี มุมกล้อง ได้เหมือน

โปรแกรม Render 3D ทั่วไปเลย

http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/AC-08.jpg
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/AC-09.jpg
รูปด้านบนนี้เป็นการ Render โดยตั้งค่าความละเอียดพอประมาณ ซึ่งต้องการความเร็ว โดยทั้งสองรูปใช้เวลา Render ไป 1-3

นาที เท่านั้นซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบความรวดเร็ว

ARTIMIS2nd
19-09-2008, 04:56 PM
เป็นยังไงครับ ผมก็เพิ่งจะมีโอกาสลองใช้งานเมื่อตอนเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งจากการลองและศึกษาด้วยตนเองนั้น ผมว่า

ไม่ยากครับ ตอนนี้ผมก็หันมาใช้โปรแกรมนี้อย่างเต็มตัวแล้ว เขียนงานจบไปหลายงานแล้ว โดยโปรแกรมนี้ผมว่าเหมาะมาก

เลยกับคนที่ต้องทำงานด้าน CADที่มีการแข้ไขงานบ่อย เพราะโปรแกรมมันจะแก้ไขโดยอัพเดท Sheet งานตัวอื่นให้ด้วย คือ

แก้แปลน ในรูปด้าน,รูปตัดก็จะแก้ให้เลยไม่ต้องมาเปิดรูปด้าน, รูปตัดเพื่อแก้ใหม่ งาน3D ที่ต้องการความถูกต้องแม่นยำ ซึ่ง

โปรแกรมนี้เหมาะกับงานด้านสถาปัตย์ มากโปรแกรมจะ Support แทบทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานก่อสร้างเลย มี ประตู หน้าต่าง

คาน เสา พื้น หลังคา เรียกได้ว่าใช้โปรแกรมเดียวก็ไม่ต้องไปเปิดโปรแกรมอื ่นเลย โปรแกรมนี้ยังสามารถเอาไฟล์ SU ไป

Import ในโปรแกรมได้ด้วยเพียงแต่ต้องลงปลั๊กอินเพิ่มเท่านั้ นเอง เอาเป็นว่าลองหามาเล่นดูครับ

หากมีข้องสงสัยประการใดในโปรแกรมก็ถามมาได้ครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง
หรือไปเจอผมได้ที่นี่ครับ http://thaibim.ipbfree.com/ แนะนำครับผม

ข้อความทั้งหมดนี้ หากผู้ดูแลเห็นว่าผิดระเบียบของทางบอร์ด ก็ต้องขอรบกวนแก้ไขด้วยครับ เนื่องจากผมเองก็ไม่แน่ใจ

ขอบคุณครับ

MyChong
19-09-2008, 09:26 PM
:o อ่านแล้วน่าลอง แต่ขอกลัวไว้ก่อน ขี้กลัวคร้าบ:p

tidti333
19-09-2008, 10:06 PM
เป็น โปรแกรมที่น่าใช้ค่ะ เคยใช้อยู่ จริงๆมีมานานมากแล้ว เขียนง่าย แต่ไม่เหมาะสำหรับงานที่design สุดๆ เพราะไม่สามารที่จะเปลี่ยนรูปแบบหรือ ฟอร์มของพวก หน้าต่าง ประตู หรือเฟอร์นิเจอร์ได้มากนัก แต่ก็ถือว่าใช้ง่ายและจบงานเร้วค่ะ

solidbox
19-09-2008, 10:18 PM
ThaiVIZ มีห้อง BIM อยู่แล้วครับ แนะนำให้ไป post ที่ห้อง 201 จะได้คุยกันให้ถูกโรค

tunk004
19-09-2008, 10:21 PM
น่าสน น่าสน.......ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ....:)

ARTIMIS2nd
20-09-2008, 09:20 AM
ThaiVIZ มีห้อง BIM อยู่แล้วครับ แนะนำให้ไป post ที่ห้อง 201 จะได้คุยกันให้ถูกโรค

โทษทีครับ :p ไม่รู้ว่ามีห้องนี้ แฮะๆ ปรกติสิงที่ห้อง SU เท่านั้น ไม่ค่อยไปห้องอื่นเลย เคยเข้าไปทีนึงนึกว่าเค้าคุยแต่เรื่องเครื่องจักรที่ ใช้ปั้นโมเดลกัน เลยคิดว่าเป็นห้องประเภทงานปั้นมือ

ยังไงรบกวนช่วยย้ายหน่อยได้มั้ยครับ เห็นคุณ solidbox เป็นผู้ดูแลห้องนั้นด้วย รบกวนทีครับ

yanman
20-09-2008, 10:09 AM
เจ๋งมากเลยล่ะครับ...เห็นแล้วสนใจเลยครับ..ขอบคุณกับ ข้อมูลดีๆ..ครับ

Labor3D
20-09-2008, 10:55 AM
เทียบกับ REVIT แล้วอันไหนน่าจะดีกว่ากันครับ
แล้วอันไหนเป็นที่นิยมมากกว่ากัน

ARTIMIS2nd
20-09-2008, 01:22 PM
เทียบกับ REVIT แล้วอันไหนน่าจะดีกว่ากันครับ
แล้วอันไหนเป็นที่นิยมมากกว่ากัน

อันนี้ตอบยากครับผมเองก็ถนัดแต่ Archicad เพราะยังไม่ได้ลอง Revit เลย แต่คิดว่าจะลองในเร็วๆนี้กำลังโหลดเดโมมาศึกษาอยู่ แต่ที่บอร์ดของ http://thaibim.ipbfree.com/ ก็เห็นใช้หลายคนนะ เพราะมันก็ดีด้วยกันทั้งคู่แหล่ะครับ แต่มันดีกันคนละแบบ
บางส่วนของโปรแกรมนั้นดี บางส่วนของโปรแกรมนี้ดี ประมาณเนี๊ยะอะคับ ส่วนการใช้งาน ง่ายหรือยากนี่ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละบุคคลครับ

ถ้าเปรียบเทียบพื้นฐานนะครับก็คงประมาณนี้

1.ขึ้นงานเร็ว พอๆกันครับ แล้วก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบงานด้วย ว่าเป็นการก่อสร้างแบบไหน ถ้าบ้านทั่วไปนี่พอๆกันเลย

2.การแก้ไขงาน(กรณีมีการแก้ไขเยอะๆ)ก็ขึ้นอยู่กับเงื ่อนไขที่เรากำหนด ไว้ก่อนถ้ากำหนดไว้ดีครอบคลุมก็จะเร็วมาก อันนี้แล้วแต่ประสบการณ์ พวกผนังรูปฟรอมอาคารArchiCAD เร็วกว่า แต่หากเป็นรูปฟรอมประหลาด เอียงไปโค้งไปบิดไปบิดมา Revit น่าจะทำได้ดีกว่า (และการทำไลบรารี่ Revit ดูจะง่ายกว่าด้วยนะครับ)

3.ทำงานโดยรวมทั้ง project ส่วนตัว ผมว่า ArchiCAD เร็วกว่า เพราะเราสามารถให้แสดงผลทีละชั้นได้ทั้งในโหมด 2 และ 3 มิติ ทำให้โปรแกรมไม่ต้องอ่านทั้ง Project

4.โครงการใหญ่ๆตัวไหนอืดหรือกินทรัพยากรมากกว่ากัน ผมคิดว่าพอกันครับ แต่ผมว่า Revit เฉพาะในส่วนของ 3Ds Viewport มันอืดๆ ยังไงไม่รู้ เหมือนไม่ใช้ OpenGL เลย (แต่มันใช้นะ) สเปคเครื่องต้องเทพๆหน่อย แต่เขาว่าเวอร์ชั่นเก่าๆไม่กินเท่า 2009 นะครับ

5.Archicad สามารถทำแบบโครงสร้างหรือส่งให้โปรแกรมอื่นคำนวณโครง สร้างได้โดยใช้โปรแกรมเสริม เช่นโรบอท (ROBOT)จริงๆ ก็ได้อีกหลายโปรแกรมนะครับ เพียงแต่ว่าเราจะส่งออกไปเป็นนามสกุลไฟล์อะไร
Revit เนี่ยถ้าใช้ Structure จะมีตัวคิดโครงสร้างให้

6.Archicad มีโปรแกรมที่ออกแบบเขียนแบบงาน ระบบสุขาภิบาล ไฟฟ้า ระบบปรับอากาศได้โดยใช้โปรแกรมเสริม เช่น DDS จริงๆ ก็ได้อีกหลายโปรแกรมนะครับ เพียงแต่ว่าเราจะส่งออกไปเป็นนามสกุลไฟล์อะไร
Revit เนี่ยต้องเป็น Revit MEP (ใช่มั้ยเนี่ย ไม่แน่ใจ)

Labor3D
20-09-2008, 05:43 PM
ขอบคุณมากครับผม.......:d :d

phukradung
20-09-2008, 08:51 PM
โอ้วววว
เจ๋งมากมาย น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งครับ

ขอบคุณมากครับ ขอเอาไว้ในห้องนี้แหละ ไม่ย้ายให้นะครับ 555

solidbox
22-09-2008, 12:44 AM
โอ้วววว
เจ๋งมากมาย น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งครับ

ขอบคุณมากครับ ขอเอาไว้ในห้องนี้แหละ ไม่ย้ายให้นะครับ 555

เอางั้นเลยเหรอพี่ ไม่กะออกจากห้องนี้เลยเหรอครับ ทางโน้นมีแบบนี้อีกเยอะนา

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 10:02 AM
โอ้วววว
เจ๋งมากมาย น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งครับ

ขอบคุณมากครับ ขอเอาไว้ในห้องนี้แหละ ไม่ย้ายให้นะครับ 555

ผมว่าพี่อ๋า น่าใช้นะครับโปรแกรมนี้เพราะจริงๆแ้ลว เห็นว่ามันพัฒนามาจาก Mac (ไม่แน่ใจนะเพราะอ่านจากหลายที่) แต่ที่แน่ๆมันมี V.ของ mac โดยตรงด้วยซึ่งทำงานได้ดีกว่า windows มั้ง

เดี๋ยวถ้าสนใจข้อมูลจะเอามาลงให้เพิ่มครับ ผมว่าโปรแกรมมันเจ๋งดี กับคนที่เขียนแบบด้วย Cad อย่างเดียวน่าหันมาใช้โปรตัวนี้ครับ แนะนำ เพราะจะทำให้การเขียนแบบ2D นั้นเป็นเรื่องง่ายไปเลย เพราะเวลาตัดรูปตัดนั้นขอบอกเลย ถ้าเขียนผิดเนี่ยจะโชว์ให้เห็นเลยว่า ผิดแน่ หมกแบบเขียนด้วย cad ไม่ได้เลย 555

zuusar
22-09-2008, 10:03 AM
ขอบคุณสำหรับ ข่าวสารที่น่าสนใจครับ แต่ถ้ามีติวเตอร์ทำบ้านเล็กๆสักหลังให้ดูนี่จะเยี่ยม มากเลย 55 ขอมากไปป่าวเนี่ย อยากลองมากครับแต่ใช้ไม่เป็นและไม่มีเวลามานั่งงมหาค ำสั่ง ถ้ามีguideจะเป็นประโยชน์มากๆเลยครับผม :)

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 10:12 AM
ขอบคุณสำหรับ ข่าวสารที่น่าสนใจครับ แต่ถ้ามีติวเตอร์ทำบ้านเล็กๆสักหลังให้ดูนี่จะเยี่ยม มากเลย 55 ขอมากไปป่าวเนี่ย อยากลองมากครับแต่ใช้ไม่เป็นและไม่มีเวลามานั่งงมหาค ำสั่ง ถ้ามีguideจะเป็นประโยชน์มากๆเลยครับผม :)

มีครับเด๊๋ยวหามาให้ เป็นแบบง่ายๆนะครับใช้ได้เลยเดี๋ยวมาจัดรอบแป๊ปครับ

ปล.ตกลงจะผิดบอร์ดมั้ยเนี่ย ลงๆไปก่อนแล้วกันนะถ้าผิดค่อยคุยกันเน้อ .............

bananaboath
22-09-2008, 12:16 PM
อาร์คชิแคด ตามชื่อเลยครับสำหรับงานภายนอกเร็วมากๆ มีทำได้ทั้ง2ดีและ3ดีในตัวเขียน2ดีขึ้นเป็นสามดีได้ม ีรูปด้านรูปตัดพร้อม ยิ่งทำสตอรี่เป็นยิ่งทำงานในอาคารหลายๆชั้นได้ง่ายแล ะรวดเร็วขึ้น เรนเดอร์มีการพัฒนาขึ้นมากจนสวยงามพอฟัดกะแมกซ์ได้ มีการทำคอนทัวร์ที่ง่ายๆ ถ้าลงปลั๊กอินสามารถทำเป็นอนิเมชั่นแบบง่ายๆได้หรือถ ้าทำเป็นในปลั๊กอินอีกตัวซึ่งเชื่อมกับอิออนนี่สามาร ถทำออกมา้เป็นอินเทอร์เอคทีฟได้สบายๆหมุนดึงเดินเปิด ปิดทุกส่วนได้สนุกสนานมาก แต่ข้อเสียคือ เค้าออกแบบมาทำงานด้านสถาปัตย์ภายนอกเอามาทำงานภายใน ไม่ค่อยเวิร์ค รายละเอียดในงานเยอะๆทำได้ไม่คล่อง การทำโมเดลออกมาแล้วนำเข้าจากโปรแกรมอื่นนี่ยังต้องม ีการแก้สคริปในตัวมันเองอยู่น่ะครับ ที่ต้องทำเพราะเราสามารถทำให้มันเปลี่ยนรูปแบบออปเจค ได้เช่นถ้าทำตู้ขึ้นมาก็ทำการเปลี่ยนลายหรือรูปแบบท๊ อปหน้าตู้มันได้ง่ายๆหรือเปิดเลื่อนหรือปิดเปิดบานได ้ ก็ยังคงเหมาะกับงานแคดและงานแลนด์สเคปที่ใช้งานได้ถน ัดจริงๆส่วนในงานเก็บรายละเอียดนี่ไม่ค่อยเหมาะเพราะ ต้องอาศัยความถึกในการทำงาน แ ล้วต้องมีไลบารี่เยอะๆด้วยไม่งั้นทำงานลำบากตายเลยคร ับ จะยืดขยายแก้ไขโมเดลที่อยู่ในไลบารี่นี่ก็ถ้าไม่ได้ท ำสคริปแต่แรกนี่หน้าบานและขนาดนี่เพี้ยนสนุกเลยครับ แต่ใช้งานง่ายสำเร็จรูปเร็วดีครับแต่พอเอ็กซ์พอร์ทมา แม็กซ์หรือโปรแกรมอื่นๆก็มีความเสียหายด้านโมเดลเช่น ดังโปรแกรมอื่นๆครับ ถ้าใช้จนปรุนี่สามารถให้คำนวนราคาวัสดุได้เลยแต่ต้อง คอยอัพเดชดัชนีราคาตามราคาวัสดุตามท้องตลาดนะครับ สรุปส่วนตัวนี่เหมาะกับงานพรีเซนท์ทางเต็คตามชื่อครั บแม้ว่าจะออกเวอร์ชั่นใหม่ๆมานี่ก็ยังไม่ประทับใจในก ารทำงานรายละัเอียดสูงอยู่ดีครับ แต่ทำงานได้สะดวกง่ายเร็ว ความละเอียดพอประมาณเรนเดอร์สวยพอใช้ครับ :D

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:40 PM
ต่อไปนี้จะเป็นแบบตัวอย่างที่ผม Copyมานะครับ เพราะตัวโหลดมันหมดอายุแล้ว ใครต้องการเก็บไว้ก็เซฟข้อมูลเอาไว้นะ


Introduction เรียน Archicad เป็นใน 30 นาที [10 Step -ได้บ้าน 1 หลัง]

คู่มือนี้จะทำให้เห็นว่า ArchiCAD สามารถขึ้นโมเดลด้วยวิธี object modeling ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ซึ่งสามารถทำอาคารเสร็จได้ ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ด้วยระบบการจัดการด้านเอกสารและการจัดการด้านออกแบบท ี่มีประสิทธิภาพของ ArchiCAD ทำให้งานที่ออกมามีคุณภาพ การทำงานของ ArchiCAD Virtual Building เป็นแบบอัพเดทอยู่ตลอดเวลาทำงาน ทั้งผนัง, ประตู, พื้น และหลังคา ทั้งในแบบแปลน 2 มิติ และแบบ 3 มิติ ต่างจากการทำงานแบบเดิม ที่ต้องแก้ไขทีละส่วน ทำให้ต้องแก้ แบบใหม่ทั้งหมด

ภายในซีดี ArchiCAD11 Demo ได้บรรจุเวอร์ชั่นทดลองของ ArchiCAD11 ซึ่งสามารถใช้งานได้เหมือนตัวเต็มทุกคำสั่ง ยกเว้นในส่วนของการบันทึกไฟล์และสั่งพิมพ์เท่านั้์น หลังจากทำการติดตั้งตัวซอฟต์แวร์ลงบนเครื่องคอมพิวเต อร์แล้ว ก็สามารถดู 10 ขั้นตอนที่บรรจุไว้ได้้ทันที โดยคุณสามารถเลือกจะดูเฉพาะขั้นตอนได้ ซึ่งขั้นตอนต่างๆ จะอยู่ภายในเมนู Guide ในแผ่น ArchiCAD11 Demo นี้ วิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียนรู้ Guide นี้ ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนคือ ให้ดูทีละขั้นตอนเรียงลงมาจากขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอน สุดท้าย

ในคู่มือนี้ เราจะสร้างโชว์รูมซึ่งภายในมีห้องแสดงผลงานอยู่ที่ชั ้นล่าง ชั้นบนเป็นห้องแสดงภาพ และห้องพักผ่อนชมวิวของผู้มาชมและพนักงาน

http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/10render.jpg

แปลนพื้นจะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายรูปนี้ องค์ประกอบหน้าตาเครื่องมือต่างๆ ของตัวโปรแกรมจะช่วยให้การทำงานในการก่อสร้างง่ายขึ้ น

http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/Interfac.jpg

Coordinate Box จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของลูกศร โดยสามารถอ้างอิงทั้งจากจุดกำเนิดและจุดอ้างอิงที่กำ หนดขึ้นเอง นอกจากนี้ยังใช้ปรับค่าต่างๆ ของระบบการสร้าง grid ในตัวงานได้

Control Box เป็นเครื่องมือช่วยในการแบ่งระยะเขียนแบบและการกะระย ะตามแกนต่างๆ การปรับเปลี่ยนแกนอ้างอิงในการเขียนแบบ, การใช้ลูกศร snap วัตถุต่างๆ, การเลือกวัตถุกลุ่มเดียวกัน, เครื่องมือ Magic Wand ใช้สำหรับสลับเปลี่ยนวัตถุ นอกจากนี้ ในส่วนของ Special Snap Points ยังสามารถกรอกค่าการ snap ตามระยะแบ่งแบบต่างๆ ได้

Hint : หากที่เครื่องไม่มีชุดเครื่องมือ Coordinate, Control Box ให้ไปเรียกชุดเครื่องมือจาก เมนูด้านบนเลือกไปที่ Window -> Palettes เลือกที่ Coordinate และ Control Box

Tool Box ที่อยู่ทางด้านซ้ายของหน้าจอแสดงผล จะมีเีครื่องมือต่างๆ สำหรับเลือกใช้งานในแบบที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็น 3D construction, 2D drawing and visualization

Info Box จะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ ของโครงสร้างของตัวอาคารได้ทันที โดยการเลือกที่โครงสร้างนั้นๆ ทำการปรับค่า และ้คุณจะสามารถดูผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ทัน ทีบนหน้าจอแสดงผล

Navigator ด้วยเครื่องมือนี้ทำให้สามารถเข้าถึงเอกสารทั้งหมดขอ งโครงการได้โดยสะดวก เช่น แปลนชั้นต่างๆ, รูปตัด, รูปด้าน, แบบขยาย, รูปสามมิติและตารางประกอบแบบต่างๆ เครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย โดยการแบ่งเอกสารเป็นหัวข้อต่างๆ และเครื่องมือนี้ยังสามารถใช้ในการจัดชุดเอกสารเพื่อ ใช้ในการพิมพ์แบบออกมา ได้

Navigator Buttons ที่อยู่ติดกับด้านล่างของจอแสดงผล เป็นส่วนควบคุมการแสดงผล ใช้ในการย่อสเกลหรือขยายเข้า-ออก รวมถึงการเปลี่ยนการแสดงผลไปยังมุมมองต่างๆ ได้ทันที นอกจากนี้หากในขณะนั้นหน้าจอแสดงผลแสดงแบบสามมิติอยู ่ เราสามารถหมุนกล้อง, pan กล้องเพื่อดูอาคารในมุมต่างๆ ได้ ด้วยคำสั่ง orbit, pan

Floor Plan Window เป็นหน้าต่างการแสดงผลหลักของโปรแกรม ซึ่งที่หน้าต่างนีี้จะแสดงผลเปลี่ยนไปตามการเลือกของ ผู้ใช้งานจากการเลือกที่ Navigator และยังสามารถแสดงผลเป็นแบบสามมิติได้อีกด้วย

ด้วยหน้าต่างการทำงานที่กล่าวมา เราสามารถสร้างอาคารจากมุมมองแบบแปลน ด้วยการสร้างตามขั้นตอนง่ายๆ ของตัวอย่างนี้ จะช่วยให้ง่ายในการออกแบบและจะประหยัดเวลาในการออกแบ บมากกว่าที่คุณคิด ค่าเริ่มต้นพื้นฐานที่ใช้ในตัวอย่างนี้จะใช้เป็นหน่ว ยเป็นมิลลิเมตร เมื่อไหร่ก็ตามที่อยากจะเปลี่ยนหน่วยเป็นหน่วยอื่นๆ เช่น ฟุต หรือ นิ้ว ก็สามารถเปลี่ยนได้ที่เมนู Preferences

การใช้งานทั้งหมดได้อธิบายอยู่ที่ interface items ต่างๆ โดยสามารถเริ่มสร้างอาคารในหน้างต่าง Floor Plan โดย สร้างตามขั้นตอนตัวอย่างจะช่วยให้ง่ายในการออกแบบและ จะประหยัดเวลาในการออก แบบมากกว่าที่คุณคิด. โดยพื้นฐานแล้วมุมมองแต่ละมิติจะใช้เป็นหน่วยเป็นมิล ลิเมตร เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณอยากจะเปลี่ยนหน่วยเป็นหน่วยอื่ นๆ เช่น ฟุต หรือ นิ้ว ก็สามารถเปลี่ยนได้ที่เมนู Preferences

เราหวังว่าคุณจะสนุกกับความง่ายและรวดเร็วในโลกของ การสร้างอาคารเสมือนจริง (Virtual Building) หลังจากจบในส่วนนี้ คุณจะค้นพบว่าการใช้งาน CAD เขียนแบบโดยอ้างอิงจากโมเดลสามมิติสามารถช่วยให้การท ำงานมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น!

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:40 PM
Step 01 -Establishing the Base Building Layout
การสร้างผังรวมของอาคาร


เปิดไฟล์ AC11TH Guide Chapter 01.pla จากแฟ้ม Guide\Files แปลนพื้นชั้นล่างจะปรากฏอยู่หน้าจอแสดงผล

ขั้นตอนแรกเริ่มจากวาดพื้นชั้นล่างของอาคารลงบนแปลนข นาด 10x6 เมตร ในการวาดพื้นให้ใช้ grid ขนาด 1 เมตรเพื่อช่วยในการวาดพื้น

Hint : คุณสามารถเปิด/ปิด การ snap grid ได้โดยการไปเลือกที่ Control Button ใน Coordinate Box หรือไปที่เมนู Options เมื่อคำสั่ง snap ถูกเปิดอยู่ ลูกศรจะขยับไปตามเฉพาะระยะที่กำหนดไว้ เช่น ทุกๆ ระยะ 1 เมตร (เรียกลักษณะอย่างนี้ว่า การ snap)

ขั้นตอนการวาดพื้น :

- เปิดคำสั่ง Grid Snap (ไอคอนอันที่สามในชุดเครื่องมือ Grid Snap อยู่ใน Coordinate Box)

http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01coor01.jpg

Hint : เปลี่ยนระยะช่อง grid ให้เป็นช่องละ 1x1 เมตร โดยการไปที่เมนูหลักด้านบน เลือก View -> Grid Options -> Grids & Background... เปลี่ยนที่ช่อง Sapcing: ให้เป็น 1 เมตรทั้งสองช่อง

- เลือก Slab toolhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01toolb0.jpgในเครื่องมือ ToolBox
- เลือก Rectangular Geometry Method http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06add02.jpgจาก Info Box

- Click เลือกที่จุด Original (จุดที่เป็นเครื่องหมา่ยกากบาท x สีดำ บนแปลนพื้นชั้นล่าง)

- Click อีกครั้งเพื่อสิ้นสุดการวาดพื้นขนาด 10x6 เมตร ดังรูป
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01plan01.jpg
Hint : สำหรับการเปลี่ยนมุมมองในรูปแปลน เลือกคำสั่ง Zoom in, Zoom out, Pan หรือ Fit in Window จากเมนูการแสดงผล (Display Menu) หรืออีกวิธีคือใช้ Mouse ที่มี 3 ปุ่ม (มีปุ่มกลาง) โดยหมุนเม้าส์ขึ้นเพื่อซูมเข้า หมุนเม้าส์ออกเพื่อซูมออก กดเม้าส์กลางค้างไว้เพื่อ Pan กล้อง

ในขณะทำงาน เราสามารถเปลี่ยนไปที่มุมมองสามมิติเมื่อไหร่ก็ได้โด ยเปิดหน้าต่างสามมิติ ในการเปิดหน้าต่างสามมิติให้ Double Click ที่ Generic Axonometry หรือ Generic Perspective ที่หัวข้อ 3D ในชุดเครื่องมือ Navigator

Hint : หากเราเขียน แบบผิดหรือใส่วัตถุต่างๆ ผิด ให้เลือกคำสั่ง Undo จากเมนู Edit, หากต้องการลบวัตถุให้เลือกคำสั่ง Arrow Tool ในเครื่องมือ ToolBox หลังจากนั้นเลือกไปที่วัตถุที่ต้องการลบ แล้วกดปุ่ม Delete หรือปุ่ม Backspace บนคีย์บอร์ดเพื่อลบ

ในการเลือกวัตถุที่อยู่ใน Floor Plan ให้เลือกคำสั่ง Arrow Tool แล้วใช้ลูกศรเลือกที่วัตถุที่ต้องการ (หากต้องการเลือกวัตถุเพิ่มเป็นสองชิ้น ให้กด Shift ค้างไว้ ในขณะเลือกวัตถุเพิ่มอีกชิ้น) หากเรายังไม่ได้เลือกที่ Arrow Tool เราก็สามารถกด Shift ค้างไว้ แล้วเลือกที่วัตถุได้เลย

ต่อไปให้ทำการสร้างผนังขึ้นมาโดยรอบพื้นในมุมมองสามม ิติโดยใช้คำสั่ง Magic Wand ให้หาขอบของพื้นและสร้างผนังขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ขั้นตอนการสร้างผนังลงบนพื้น :

- เลือกคำสั่ง Wall Tool http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01toolb1.jpgในชุดเครื่องมือ ToolBox

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:42 PM
- เลือกคำสั่ง Magic Wand ในชุดเครื่องมือ Control Box
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01contb0.jpg
- เลือกที่ริมขอบของพื้นที่สร้าง ลูกศรจะเปลี่ยนเป็นรูปไม้คฑา (สังเกตรูปประกายของคฑาจะเปลี่ยนเป็นเส้นตรงประตั้งฉ ากกันสองเส้น)
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01axo01.jpg
- Click เลือกที่ขอบพื้นเพื่อสร้างผนังขึ้นมา
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01axo02.jpg
กลับไปที่มุมมองแบบ Floor Plan (ไปที่หัวข้อ Stories ใน Navigator แล้วเลือกที่ ชั้น 0. Ground Floor) สังเกตดูว่าจะมีผนังถูกวาดขึ้นในรูปแปลนด้วย
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01plan02.jpg
ตอนนี้ให้สร้างผนังอิฐโค้งขึ้นทางเหนือของตัวอาคาร สำหรับเป็นทางเข้า

ขั้นตอนแรก ให้เปลี่ยประเภทของกำแพงเป็น Block Wall

- Double-Click ที่คำสั่ง Wall Tool ใน ToolBox เพื่อเรียกคำสั่งการตั้งค่ากำแพง (Wall Setting)

- เปลี่ยนค่าความหนาของกำแพง (Thickness) เป็น 300 มิลลิเมตร
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01wdbox0.jpg
- เปลี่ยนวัสดุจาก "Brick-White" ให้เป็น "Stn-Sandstone" สำหรับผิวด้านใน, ผิวด้านนอกและผิวหน้าตัดและที่ช่อง Cut Fill ให้ใส่ลายหน้าตัดแบบ "Cut Stone"

Hint : หากไม่มีวัสดุ "Stone Block" ให้ใส่วัสดุอย่างอื่นที่เป็นผนังลงไปแทนก็ได้

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:43 PM
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01wdbox2.jpg
- Click OK
ต่อเราจะวาดผนังโค้งตามรูปด้านล่าง โดยการจุดส่วนของความโค้งลงไปตามรูป
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01plan03.jpg
Hint : ในระหว่างขั้นตอนการวาดผนังจะเห็นเส้นสีดำหนาเส้นหนึ ่ง เส้นสีดำนี้เป็นเส้นที่ใช้อ้างอิงในการบอกตำแหน่ง, ความยาวของผนังชิ้นนี้ เส้นอ้างอิงนี้ใช้สำหรับในการต่อเส้นผนังอื่นเข้าด้ว ยกันอย่างเป็นระเบียบ

ขั้นตอนการวาดผนังโค้ง

- เลือกคำสั่ง Relevant Curved Wallhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01infob1.jpg(เลือกคำสั่ง Wall จากใน ToolBox แล้วดูที่ Info Box ด้านบน เลือกไอคอนที่สอง ที่อยู่ในไอคอนที่สองอีกที)

- เปลี่ยนขั้นตอนในการวาดผนังให้เป็นตามรูปhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04infob3.jpg
- Click ตามจุดในรูปด้านบน จาก 1-4 (จุดที่ 3 กับ 4 Click ที่เดียวกัน)

วิธีง่ายๆ ในการปรับความยาวของผนังคือการยืดหดปลายผนังทั้งสองด ้าน :
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01plan04.jpg

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:44 PM
- ทำการปิดคำสั่ง Grid Snap http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01coor02.jpg(เลือกไอคอนแรกจากในคำสั่ง Grid Snap ในชุดเครื่องมือ Coordinate Box)
- เลือกผนังที่สร้าง (เลือกคำสั่ง Arrow Tool http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01toolb2.jpgและไป Click ที่ผนังโค้งที่สร้าง จะเห็นมีจุดสีดำขึ้นที่ปลายผนังสองด้าน ให้ Click ที่จุดสีดำด้านใดด้านหนึ่ง) จะมีหน้าต่าง Edit เกิดขึ้น
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01wdedit00.jpg
- เลือกคำสั่ง Angular Stretch (ไอคอนอยู่ทางขวาล่างของหน้าต่าง Edit)

- Click เลือกที่จุดสีดำ (Hotspot) แล้วให้ขยายปลายทั้งสองด้านไปอยู่ประมาณกลางๆ Grid ตามรูปด้านล่าง (ตัวลูกศรจะเปลี่ยนจากรูปดินสอสีขาวเป็นดินสอสีดำ เมื่อลูกศรไป Snap กับวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง)

ต่อไปเราจะสร้างเสามา 4 ต้นทางด้านทิศใต้ของตัวอาคารโดยเสาแรกและเสาสุดท้ายจ ะวางตัวตรงกับขอบผนัง ทั้งสองด้านของอาคารพอดี (ใช้คำสั่ง Grid Snap) และเสาทั้งสี่จะวางขนานกับผนังทางใต้และระยะห่างแต่ล ะต้นเท่าๆ กัน เราจะสร้างเสาพวกนี้โดยการสร้างแคเสา่ต้นแรกและต้นสุ ดท้ายเท่านั้น
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01plan05.jpg
เริ่มด้วยการสร้างเสาต้นแรก

- เปิดใช้งานคำสั่ง Grid Snap

- เลือก Column Tool http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01toolb3.jpgที่อยู่ในกล่อง ToolBox

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:45 PM
- Click ที่จุดตัดของเส้น Grid ทั้งแกนตั้ง แกนนอน โดยเริ่มจากมุมซ้ายล่าง
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01plan06.jpg
สังเกตว่า เสาที่สร้างขึ้นจะอยู่ตรง Grid ของชั้นล่างพอดี

ขั้นต่อไป เป็นการคัดลอกวางเสาสี่ต้นให้ขนานไปกับผนัง

- ปิดการใช้งานคำสั่ง Grid Snap

- เลือกเสาต้นแรกที่สร้าง

- ไปที่เมนูด้านบนเลือก Edit -> Move -> Multiply...

- ใส่จำนวนเสาที่ต้องการคัดลอก 3 ต้น ตามรูป, ที่ตัวเลือกวิธีการคัดลอกเลือก Distribute แล้วเลือก OK
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01multip.jpg
- มาดูเสาที่ถูกเลือกอยู่ ใช้ลูกศรเลือกที่จุี่ด Hotspot จุดไหนก็ได้ที่อยู่ด้านขวาของเสาแล้วลากเส้นอ้างอิงไ ปที่ริมผนังด้านขวา

- ในระหว่างลากจุดอ้างอิงของเสานั้น ถ้ากดปุ่ม Shift บนคีย์บอร์ดค้างไว้ เส้นอ้างอิงจะวิ่งเป็นเส้นตรงขนานไปกับผนัง

- นำลูกศรไปชี้ไว้ที่มุมขวาล่างของผนังด้านขวาจนตัวลูก ศรเปลี่ยนเป็นสีดำและมีเครื่องหมายถูกขึ้น นั่นหมายถึงลูกศรได้ Snap ระยะตรงกับขอบขวาสุดของผนังแล้ว
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01plan07.jpg
- Click หนึ่งครั้งเพื่อจบคำสั่งคัดลอก (Multiply...)

Hint : การกด Shift ช่วยในการทำงานที่ต้องใช้ระยะสัมพันธ์กับวัตถุอื่นๆ คล้ายกับการใช้ไม้บรรทัดหรือไม้ฉากในการเขียนแบบ การใช้งานปุ่ม Shift สามารถทำได้ทั้งการยืดระยะขนานและการยึดมุม,องศาต่าง ๆ การใช้งานแบบนี้สามารถใช้ได้ทั้งในมุมมองสองมิติและส ามมิติ

Click ที่พื้นที่ว่างข้างนอกตัวเสาเพื่อยกเลิกการเลือกเสา ไปที่หน้าต่างการแสดงผลแบบสามมิติแบบ Axonometry

Hint : ลูกศรในโปรแกรมสามารถใช้เลือกจุดพิเศษต่างๆ ในตัววัตถุ (จุดปลาย,มุม,เส้นขอบ) และจุดเส้นอ้างอิงระหว่างกันได้ (เส้นตั้งฉาก,เส้นสัมผัส,จุดตัดต่างๆ) ซึ่งเมื่อใช้ลูกศรเลือกแล้ว จะเป็นการเรียกคำสั่งพิเศษเกี่ยวกับจุดนั้นๆ ได้

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:46 PM
ตอนนี้กลับมาที่แปลนพื้นเพื่อ ทำพื้นบริเวณรอบอาคาร เราจะทำพื้นรอบนอกให้เป็นพื้นไม้ ดังนั้นหลังจากวางพื้นรูปสี่เหลี่ยมแล้ว ในขั้นต่อไปเราจะเปลี่ยนความสูงของพื้น, ลาย hatch และตัววัสดุพื้น สุดท้ายเจาะช่องพื้นเพื่อทำพื้นภายในอาคาร
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01axo04.jpg
ขั้นตอนการเปลี่ยนการตั้งค่าพื้น :

- Double-Click ที่คำสั่ง Slab Tool ใน ToolBox

- ใส่ค่า "150" ในช่องความหนาของพื้น
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01sdbox0.jpg
- เปลี่ยนลาย Hatching ในส่วน "Section Attributes" เป็น "Dot&Dashed"
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01sdbox1.jpg
- เปลี่ยนวัสดุด้านบนและด้านข้างในส่วน "Model Attributes" ให้เป็น "Wd Siding Medium" และวัสดุด้านล่างเป็น "Surf-Poured Concrete"
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01sdbox2.jpg
- Click OK
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/01plan08.jpg
ขั้นตอนการสร้างพื้น :

- เปิดการใช้งานคำสั่ง Grid Snap

- Click ที่จุดที่ 1 ตามรูป เพื่อเริ่มวาดพื้นสี่เหลี่ยม

- Click ที่จุดที่ 2 ตามรูป เพื่อสิ้นสุดการวาดพื้น

ขั้นตอนการเจาะช่องในพื้น :

- เลือกพื้นที่ต้องการจะเจาะ

- ดูให้แน่ใจว่า Slab Tool ถูกเลือกอยู่ ใน ToolBox

- Click ที่จุดที่ 3 เพื่อวาดช่องที่ต้องการจะเจาะบนพื้น

- Click ที่จุดที่ 4 เพื่อสิ้นสุดการเจาะช่องบนพื้น

- Click หนึ่งครั้งบริเวณด้านนอกของพื้น เพื่อออกจากคำสั่ง

เปิดหน้าต่างสามมิติขึ้นมา เพื่อดูผล

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:47 PM
Step 02 - Working with Stories
การปรับแต่งระดับชั้นภายในอาคาร

ในส่วนหัวข้อ Stories จะแสดงออกมาเป็นชั้นตามลำดับความสูง โดยแต่ละชั้นจะมีแบบแปลนของตัวเอง โดยทั้งจำนวนชั้นและจำนวนแปลนจะถูกกำหนดโดยสถาปนิก

ขั้นตอนต่อไปนี้จะเป็นการกำหนดโครงสร้างของชั้นต่างๆ

ในอาคารนี้เราจะสร้างให้มีสอง ชั้น ชั้นล่างคือที่เพิ่งสร้างไปเมื่อแบบฝึกหัดที่แล้วและ ห้องแสดงภาพชั้นบน วิธีการคือ สร้างชั้นขึ้นมาเพิ่มหนึ่งชั้น (ในกรณีที่เรายังไม่มีชั้นสอง), กำหนดความสูงของชั้น และทำการคัดลอกองค์ประกอบที่เหมือนกัน

จากชั้นที่แล้วมาไว้ที่ชั้นที่สร้าง ขึ้นมาใหม่

ขั้นตอนการเพิ่มจำนวนชั้น :

กลับไปที่หน้าต่างแปลนพื้น Ground Floor

- ใน Navigator ให้ Click ขวาที่หัวข้อ Stories แล้วเลือก Story Setting คำสั่ง, หรือจะเรียกคำสั่งนี้โดยไปที่ เมนูด้านบนเลือก Design -> Stories Settings...

- ใส่ Ground Floor เป็นชื่อของชั้น 0. (ชั้นที่สร้างในบทที่ 1 คือชั้น Ground Floor)

- Click ที่ปุ่ม Insert Above เพื่อเพิ่มจำนวนชั้นไปบนชั้นปัจจุบัน

- ใส่ Gallery เป็นชื่อของชั้น1. และเปลี่ยนความสูง Height to Next เป็น 3000 มิลลิเมตร

ขั้นตอนต่อไปเป็นการคัดลอกผนังทั้งหมดจากชั้น Ground Floor ไปวางไว้ที่ Gallery :

- เลือกไปที่ชั้น Ground Floor

- Click ที่ปุ่ม Copy All

- เลือกไปที่ชั้น Gallery

- ดูให้แน่ใจว่ามีเครื่องหมายถูกอยู่หลังรูป Wall เท่านั้น

- Click ที่ปุ่ม Paste Selected Types

- Click OK เพื่อปิดหน้าต่าง
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/02storie.jpg

ตอนนี้เรากำลังทำงานอยู่ในชั้น Gallery จะเห็นได้ว่ากำแพงได้ถูกคัดลอกมาจากชั้น Ground Floor แล้ว (สังเกตว่าเรากำลังทำงานอยู่ชั้นไหนจากใน Navigator -> Stories ชื่อชั้นที่ตัวหนังสือหนา คือชั้นที่เรากำลังทำงานอยู่) ในการสลับการ

ทำงานระหว่างชั้นหรือระหว่างรูปต่างๆ ทำได้โดย Double-Click ที่หน้าหัวข้อที่ต้องการจะให้แสดงใน Navigator

เปิดหน้าต่างสามมิติอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าทุกอย่างถูกต้องหรือไม่

เราสามารถสั่งให้โปรแกรมแสดงลายของผิววัสดุได้ให้หน้ าต่างแสดงผลแบบสามมิติ เพื่อให้เห็นลายของอิฐบล๊อคและพื้นไม้

- ไปที่เมนูด้านบน View -> 3D View Mode -> 3D Windows Settings

- ที่ช่อง Vectorial 3D Hatching เลือกให้เป็น On
Hint : หากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ มีการ์ดจอแสดงผลสามมิติ ที่ช่อง 3D Engine จะเลือกการแสดงผลแบบ OpenGL และคำสั่ง Vectorial 3D Hatching จะเป็น On ให้โดยอัตโนมัติ
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/02axo01.jpg
ในการสร้างพื้นของชั้นแสดงภาพให้กลับไปที่ชั้น Gallery ในพื้นชั้น Gallery นี้ เราจะใช้พื้นแบบ Wd Siding Light ซึ่งแตกต่างจากพื้นชั้นล่างด้านนอกที่เราได้ตั้งค่าท ิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นเราจึงต้องกลับไปเปลี่ยนการตั้งค่าพื้นก่อน

ขั้นตอนการเปลี่ยนการตั้งค่า่ของพื้น :

- Double-click ที่ Slab Tool ใน ToolBox

- เปลี่ยนค่าความหนาของพื้นเป็น 200 มิลลิเมตร
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/02add0.jpg
- เปลี่ยนค่าลาย Cut Fill ในหัวข้อ STRUCTURE ให้เป็น Empty Fill
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/02add1.jpg
- เปลี่ยนวัสดุด้านล่างและด้านข้างในหัวข้อ "Model" เป็น Surf-White และวัสดุด้านบนเป็น Wd Siding Light
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/02add2.jpg
- Click OK

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:48 PM
ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วสำหรับ การสร้างพื้นสำหรับห้อง Gallery พื้นชั้นนี้จะมีพื้นที่เพียงครึ่งหนึ่งของตัวอาคารเท ่านั้นเพื่อให้ผู้ชม สามารถมองจากชั้นบนลงสู่ชั้นล่างได้
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/02axo02.jpg
ขั้นตอนการวางพื้น :

- ปิดการใช้งานคำสั่ง Grid Snap

- เลือก Slab Tool จากใน ToolBox

- Click เลือกที่มุมบนซ้ายด้านในผนังเพื่อเริ่มวาดพื้น (จุดที่1 ตามรูป)

- เลื่อนลูกศรไปทางกลางผนังด้านในของผนังทางทิศตะวันออ กจนรูปลูกศรเปลี่ยนจาก รูปดินสอสีขาวเป็นดินสอสีดำ ซึ่งหมายถึงลูกศรได้ snap ตรงกลางของผนังแล้ว

- Click หนึ่งครั้งตรงจุดที่ snap ตรงกลางผนัง (จุดที่2 ตามรูป) เพื่อสิ้นสุดการวาดพื้นชั้น Gallery
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/02plan01.jpg
Hint : การ snap แบบพิเศษนี้ช่วยในการเขียนแบบได้อย่างมาก เช่น ใช้ในบอกระยะการแบ่งครึ่งเส้น/วงกลม (สารมารถกำหนดจำนวนการแบ่งเองได้ด้วย)และบอกระยะที่ต ั้งฉาก/ขนานกันของวัตถุ ได้

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:48 PM
Step 03 - Completing the Building Envelope
การสร้างผนังและเปลือกรอบอาคาร

ในส่วนนี้จะเป็นการสอนวิธีสร้างหลังคาเอียงด้านเดียว (เพิงหมาแหงน) เพื่อให้ความสูงด้านห้อง Gallery เพียงพอและไม่ดูอึดอัดจนเกินไป
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/03axo01.jpg
ในการสร้างหลังคาบนชั้น Gallery จำเป็นที่จะต้องมองเห็นเสาจากชั้นล่าง (Ground Floor) เราสามารถจัดการเกี่ยวกับการมองเห็นซ้อนกันของแบบแปล นได้จากส่วนการใช้งาน ที่เรียกว่า "Reference" ในการเรียกใช้งานคำสั่งนี้ให้ไปที่เมนูด้านบนเลือก View -> Trace หรือจะเลือกที่ไอคอน Trace ในเมนูหลักก็ได้ http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/03add0.jpgเมื่อเลือกแล้ว ในหน้าจอแสดงผลแบบแปลนจะเป็นเหมือนการเอากระดาษใสมาซ ้อนทับกัน โดยจะเห็นรูปจากชั้นล่าง (Ground Floor) เป็นเส้นสีเหลืองซ้อนอยู่

ก่อนเราจะไปต่อ ให้เราไปตั้งค่าหลังคาใหม่โดยการเลือกประเภทของหลังค า ให้ไป Double-Click ที่ Roof Toolhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/03toolb0.jpgที่อยู่ใน ToolBox

เราจะกำหนดให้หลังคาเอียง 18 องศา และมีความหนา 200 มิลลิเมตร และจุดที่หลังคาสัมผัสกับผนังจะอยู่ที่ 4 เมตรจากระยะพื้น (สูง 1 เมตรจากชั้น Gallery) ซึ่งมีค่าต่างๆ ตามในรูป
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/03rdbox0.jpg
ขั้นแรกในการสร้างหลังคาคือการกำหนดเส้นที่หลังคาสัม ผัสกับผนัง ในการสร้างหลังคาเราจะกำหนดเส้นที่หลังคาสัมผัสกับผน ังให้กับด้านหนึ่งของกำแพงและวาดเส้นขอบของหลังคาจาก รูปแปลน
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/03plan01.jpg

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:50 PM
ขั้นตอนการวาดหลังคา :

- เปิดการใช้งานคำสั่ง Grid Snap

- ดูให้แน่ใจว่าเลือกคำสั่งhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/03toolb0.jpgอยู่ ที่ Info Box เลือกคำสั่ง http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/03infob0.jpgRectangular Geometry Method

- Click กำหนดจุดเริ่มต้นของเส้นสัมผัสที่มุมผนังขอบนอกด้านซ ้ายล่าง (จุดที่1 จากรูป)

- Click กำหนดจุดปลายของเส้นสัมผัสที่มุมผนังขอบนอกด้านขวาล่ าง (จุดที่2 จากรูป)

- เมืื่อกำหนดจุดที่2 เสร็จ ตัวลูกศรจะเปลี่ยนเป็นรูปลูกตา ให้ Click ไปที่ด้านที่จะให้หลังคาแหงนขึ้น ในกรณีนี้คือด้านบนของเส้นที่ลากไปเมื่อครู่ (จุดที่ 3 จากรูป)

- Click ไปที่จุดที่4 เพื่อเริ่มกำหนดเส้นขอบของหนังคา

- Click ไปที่จุดที่ 5 เพื่อสิ้นสุดการวาดขอบเขตของหลังคา

ลองเปิดหน้าต่างแสดงผลแบบสามมิติขึ้นมาดูรูปร่างหน้า ตาของหลังคาที่เราสร้าง

ขั้นตอนการตัดหลังคาส่วนเกิน :

ตอนนี้เราได้หลังคาแล้ว แต่มีผนังบางส่วนยื่นเกินหลังคาออกมา ให้ทำการตัดออกตามขั้นตอน ดังนี้

- ดูให้แน่ใจว่ากำลังเลือกเครื่องมือ Arrow Tool แล้วเลือกหลังคาในหน้าต่างแสดงผลแบบสามมิติ

- Click ขวาที่หนังคาที่กำลังเลือกอยู่ เลือกคำสั่ง Trim to Roof...
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/03trim.jpg
- Click เลือกปุ่ม Trim ในหน้าต่าง Trim to Roof...

หลังจากเลือกคำสั่ง Trim ทั้งเสาและผนังก็จะถูกย่อขนาดลงให้อยู่ใต้หลังคาอย่า งง่ายดาย

สุดท้ายให้กลับไปที่หน้างต่าง Floor Plan

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:51 PM
Step 04 - Developing the Design
การปรับแต่งรูปร่างอาคารในการออกแบบ

การตัด Section คือการ ตัดผ่านกลางตัวอาคารเพื่อให้็เห็นองค์ประกอบภายใน ในโปรแกรม ArchiCAD สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการวาดเส้น Section ผ่าน Floor Plan แล้วตัวโปรแกรมจะทำการสร้างรูปตัดของตัวอาคารให้เอง โดยที่การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น จะมีการอัพเดตเปลี่ยนแปลงที่รูป Section นี้ด้วยโดยอัตโนมัติ
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04plan01.jpg
ขั้นตอนการวาดรูปตัด (Section) ผ่านตัวอาคาร :

- เปิดการใช้งานคำสั่ง Grid Snap (เพื่อง่ายในการสร้างเส้นตัด)

- ไปที่ชั้น Ground Floor (Double-Clickให้ 0. Ground Floor เป็นตัวหนา ใน Navigator)

- Double-Click คำสั่ง Section Toolhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04toolb0.jpgจากหัวข้อ Document ใน ToolBox

- ที่หัวข้อ Marker Head เลือกรูปแบบสัญลักษณ์ของเส้นรูปตัด ในที่นี้เลือกอันที่ 3 จากทางขวา http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04add6.jpg
- Click จุดที่1 ตามรูป

- Click จุดที่2 แล้วลูกศรจะเปลี่ยนเป็นรูปลูกตา ให้ Click ไปที่ด้านที่ต้องการให้ Section มองไป ในกรณีนี้เราต้องการให้มองไปด้านขวา

หลังจากกำหนดเส้น Section เสร็จแล้ว ให้สังเกตที่ช่อง Navigator ที่เครื่องหมายหน้าหัวข้อ Sections จะเปลี่ยนจากเครื่องหมาย[-] เป็นเครื่องหมาย[+] เมื่อกด[+] จะมีรูปอยู่ภายในหัวข้อนั้น (S-01 Building Section) ซึ่งก็คือรูป Section ที่โปรแกรมได้้สร้างไว้โดยอัตโนมัตินั่นเอง ให้ทดลอง Double-Click เข้าไปดูรูปตัดที่สร้างขึ้น
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04sect01.jpg
ขั้นต่อไปเป็นการเพิ่มองค์ประกอบบางอย่าง เช่น ลายวัสดุ(Texture), การเช็คเงาแสงแดด(Sun Shadows)ให้กับรูป Elevation ที่ ArchiCAD ได้สร้างขึ้นให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว ในหัวข้อ Elevations

ขั้นตอนการเพิ่มองค์ประกอบบางอย่างลงในรูปตัด/รูปด้าน (Section/Elevation) :

- Click ขวาที่หัวข้อ West Elevation ที่อยู่ในหัวข้อ Elevations ใน Navigator เลือก Elevation Settings...
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04add0.jpg
- Click ที่ช่องด้านหลัง Vectorial 3D Hatching และ Vectorial Sun Shadows ให้เป็นเครื่องหมายถูก แล้วเลือก OK

ตอนนี้เราจะได้รูปด้านที่มีสีวัสดุ, ลายวัสดุ(Texture) และมีเงาแสงแดดแล้ว แต่หากยังอยากให้รูปแสดงผลเป็นสีขาว-ดำทั้งหมด ก็สามารถทำได้ ดังนี้

- Click ที่ช่อง Fill Uncut Surfaces with: แล้วกดที่ปุ่มหลังรูปแปรงทาสี เลือก Uniform pencolor จะทำให้เส้นเป็นขาว-ดำทั้งหมด

- ต่อไปเป็นจากเปลี่ยนลาย/ความเข้มของแสงแดด โดยเลื่อนลงมาที่หัวข้อ SUN AND SHADOWS จะเห็นว่ามีหัวข้อ Shadow Polygons เพิ่มขึ้นมา ให้เปลี่ยนจาก Common Brick เป็น 25%

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:52 PM
ขั้นตอนการบอกระดับในรูปตัด/รูปด้าน (Section/Elevation) :

- เปิดการใช้งานคำสั่ง Grid Snap

ไปที่รูปด้านตะวันตก (West Elevation) เพื่อใส่เครื่องหมายบอกระดับ
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04elev01.jpg
- เปิดหน้าจอแสดงผล West Elevation

- เลือกhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04toolb1.jpgใน ToolBox

- เลือก http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04infob0.jpg Construction Method : Elevation (ไอคอนขวาสุด) จากใน Info Box

- เลือก http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04infob1.jpg Geometry Methods : Marker Replacement (ไอคอนที่สาม)

- Click ตามหมายเลข 1-2-3 ตามตำแหน่งในรูป

- Double-Click ที่ตำแหน่งไหนก็ได้ (บริเวณตำแหน่ง 4) ลูกศรจะเปลี่ยนเป็นไอคอนรูปค้อน

- ใช้ลูกศรรูปค้อน Click ไปที่ตำแหน่งที่5 จะเป็นการวาดเส้นบอกระดับตามแนวแกนตั้ง จากจุดที่5 ที่ได้กำหนดไว้ิ

เปิดรูปด้านทิศเหนือของอาคาร จะเห็นว่าตัวอาคารได้ถูกอัพเดตตามที่เราได้สร้างไว้แ ล้ว
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04plan03.jpg
ทำการวาดทางเข้าอาคารเพิ่มเติม โดยใช้ผนังประเภทเดียวกับผนังที่ได้สร้างไว้แล้วในอา คาร ใน ArchiCAD สามารถคัดลอกเอาวัสดุที่เคยสร้างไว้แล้วในตัวอาคารมา สร้างต่อได้ทันทีโดยไม่ ต้องตั้งค่าวัสดุใหม่

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:53 PM
ขั้นตอนสร้างผนังเพิ่มเติม :

- ดูให้แน่ใจว่าอยู่ที่หน้าต่าง Ground Floor

- เลือกคำสั่ง Wall ใน ToolBox

-- กดปุ่ม Alt ค้างไว้ (สังเกตว่าลูกศรเปลี่ยนเป็นรูปสลิงดูด) ขณะกดค้าง ให้ Click เลือกไปที่ผนังที่ต้องการคัดลอก
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04pipett.jpg
ตอนนี้เราจะได้ค่าการตั้งค่าของ ผนัง Brick Wall ตามผนังที่เราดูดค่ามา(ค่าความสูง, วัสดุ, สี) สิ่งที่ต้องเปลี่ยนอย่างเดียวคือความสูงของผนัง Double-Click ที่คำสั่ง Wall ใน ToolBox และเปลี่ยนค่าความสูงของผนังเป็น 2700 มิลลิเมตร

วาดผนังด้านหน้าและผนังด้านหลัง เพื่อเป็นผนังกั้นทางเข้าโดยใช้คำสั่ง Grid Snap ช่วย

- เปิดการใช้งานคำสั่ง Grid Snap

- เลือกคำสั่ง Geometry Methods : Straight (Single)http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04infob2.jpg
- ที่ Construction Method เลือกไอคอนขวาสุด http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04infob3.jpg
- ทำการวาดผนัง โดยวาดตามจุดที่ 1-4 โดยใช้ Grid Snap ช่วยในการวาด
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04plan04.jpg
ในการวาดขั้นตอนที่ 3-4 จะเป็นการวาดในทิศกลับกันกับขั้นตอนที่ 1-2 ให้สังเกตที่ Construction Method ว่าเป็นไอคอนขวาสุดถูกเลือก การเลือกไอคอนของสุดหมายความว่า ให้สร้างความหนาของผนังออกไปทางขวาของทิศทางเส้นผนัง ที่ได้วาดไว้

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:54 PM
ขั้นต่อไปเป็นการวาดผนังเบา ภายในอาคาร ไปที่ Wall Setting แล้วเปลี่ยนค่าความหนาของผนังเป็น 120 มิลลิเมตร แล้ววาดลงไปตรงกลางผนังด้านเหนือ
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04plan05.jpg
ต่อไปจะวาดผนังห้องน้ำกว้าง 1000 มิลลิเมตร โดยการใส่ค่าพิกัดเอง
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04plan06.jpg
- ปิดการใช้งานคำสั่ง Grid Snap
- เปิดการทำงานปุ่ม Show/Hide Tracker http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04add3.jpg
- นำลูกศรไปวางค้างไว้ที่จุดที่1 ตามรูป จนมีเส้นประสีฟ้าปรากฏขึ้นตามแกนตั้งและแกนนอน
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04add4.jpg

- ดูให้แน่ใจว่าลูกศรตอนนี้เป็นเครื่องหมายเช็คถูกอยู่ บนเส้นประสีฟ้าตามแกน ตั้งและแกนนอน กดปุ่ม X บนคีย์บอร์ด จะมีกล่องบอกพิกัดขึ้นมา ที่ X Coordinate ใส่ "1000+" หมายถึงให้เลื่อนพิกัดตามแนว X ไปอีก 1000 มิลลิเมตร ลูกศรจะกระโดดไปทางขวาอีก 1000 มิลลิเมตร(จุดที่2) Click ที่จุดที่2

Hint : สามารถเลื่อนไปที่หัวข้ออื่นๆ ได้โดยกดคีย์บอร์ดตามตัวอักษรหน้าหัวข้อ เช่น D,A,X,Y,Z ตามลำดับ

- กดปุ่ม Shift ค้างไว้ วาดผนังด้านในจุดที่3 เพื่อสิ้นสุดการวาดผนัง

เลื่อนไปทำงานบนชั้น Gallery เพื่อวาดหลังคาแบบแบนบนทางเข้า

เปิดคำสั่ง Slab Setting ตั้งค่าความหนา 300 มิลลิเมตร ตั้งค่าวัสดุด้านบนเป็น "Wd Siding Medium", วัสดุด้านข้างเป็น "Brick-White" และด้านล่างเป็น "Surf-White"

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:55 PM
วาดพื้นลงบนทางเข้า :
- เลือกการวาดแบบ Geometry Method : Polygonalhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04infob4.jpg
- Click ที่ขอบผนังด้านทิศเหนือตามจุดที่ 1-2 ตามรูป เพื่อวาดพื้นส่วนที่เป็นด้านเรียบ
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04plan07.jpg
- สำหรับการวาดด้านที่เป็นเส้นโค้ง หลังจากวาดจุดที่3 แล้วให้เลือกที่ไอคอนที่สี่ในแถบ Palettehttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04add5.jpg
- Click ที่เส้นโค้งของผนังหนึ่งครั้ง เพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของเส้นโค้ง


- ขยับลูกศรตามเส้นโค้งของผนังมาอีกเล็กน้อยแล้ว Click ที่เส้นโค้งผนังอีกครั้งหนึ่ง(จุดที่4-5) โปรแกรมจะได้ค่าความโค้งของผนังที่ต้องการ (จะเห็นเส้นประสีส้ม)

- เมื่อได้ค่าความโค้งเป็นเส้นประแล้ว ให้ Click ที่จุดที่6 เพื่อกำหนดขอบของพื้น

- เมื่อ Click ที่จุดที่6 เรียบร้อยแล้ว ที่แถบ Palette ให้กลับมาเลือกไอคอนที่หนึ่งแทน(เส้นตรง) แล้ว Click ที่จุดที่7 เป็นอันเสร็จการสร้างพื้นโค้ง

ลองกลับมาดูที่รูปตัด (S-01 Building Section) เราจะออกแบบให้กำแพงด้านนอกเป็นกำแพงกันตกติดกับระเบ ียง ดังนั้นให้เลือกที่กำแพงด้านนอกแล้วไปที่ Wall Setting แล้วปรับความสูงของกำแพงนี้เป็น 1200 มิลลิเมตร
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04sect02.jpg
- ปิดการใช้งานคำสั่ง Grid Snap
- เลือกที่ผนังด้านนอกที่อยู่ที่ชั้น Gallery
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/04infob5.jpg
- Click ที่ Setting Dialog ใน Info Box เพื่อเข้าสู่หน้าต่าง Wall Setting แล้วแก้ค่าความสูงจาก 3000 มิลลิเมตร เป็น 1200 มิลลิเมตร

เปิดหน้าต่างรูปด้านเพื่อตรวจ สอบความถูกต้องของตัวอาคาร สังเกตดูว่าตัวอาคารได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามที่เราได้ ปรับเปลี่ยนในทุกๆ รูปด้านโดยอัตโนมัติ

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:56 PM
Step 05 - Working with Doors and Windows
การสร้างประตูและหน้าต่าง

หลังจากสร้างผนังโครงสร้างทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาใส่ช่องเปิดต่างๆ ให้ตัวอาคาร โปรแกรม ArchiCAD มีประตู,หน้าต่างอยู่ใน Library ให้เลือกใช้อยู่แล้ว โดยประตู,หน้าต่างเหล่านี้สามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ เช่น ขนาด,สี,วัสดุ หรือแม้แต่องค์ประกอบเล็กๆ เช่น เสาเอน ลูกบิดได้ด้วย ซึ่งค่าต่างๆ เหล่านจะสามารถปรับได้ที่หน้าต่าง Setting ของแต่ละวัตถุ

ในตอนนี้ให้กลับไปที่หน้าต่าง Ground Floor เพื่อวางประตูหน้าต่างตามรูปด้านล่าง
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan03.jpg
Double-Click ที่คำสั่ง Door Toolhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05toolb0.jpgใน ToolBox เพื่อเรียกหน้าต่าง Setting ขึ้นมา เลือกที่ D1 Entrance side1 จากหน้าต่าง Library ทางด้านซ้ายล่าง ทดลองใส่ค่าต่างๆ แล้วดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากหน้าต่างสามมิติ ทางขวาบน หลังจากลองปรับค่าต่างๆ เสร็จแล้ว ให้กด Cancel ออกมา (เพื่อให้แน่ใจว่าการตั้งค่าต่างๆ จะเป็นแบบตอนแรก)
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05ddbox0.jpg
Hint : หาก ArchiCAD ไม่มี Library ให้ไปที่ File -> Libraries and Objects -> Library Manager... ที่ด้านบน เลือก Local/Lan ในตารางด้านซ้ายให้ไปที่แฟ้มของโปรแกรม ArchiCAD โดยทั่วไปจะอยู่ที่ C:/Program Files/Graphisoft/ArchiCAD/ArchiCAD Library เลือกที่ ArchiCAD Library.lcf และกดปุ่ม >>Add>> และเลือก Done แล้วลองกลับไปเลือกประตูที่คำสั่ง Door Tool อีกครั้ง โดยให้ช่องทางด้านซ้ายเลือกไปที่ตามรูป
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05add7.jpg
ขั้นตอนการวางประตูในผนัง :
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan01.jpg

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:58 PM
- ดูให้แน่ใจว่าเลือกเเครื่องมือ Door Tool, ไปที่ Info Box เลือกhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05infob0.jpgGeometry Method : Center เป็นการวางประตูจากจุดศูนย์กลาง
- นำลูกศรไปวางค้างไว้ที่ผนังขอบนอกจนมีเครื่องหมาย + เล็กๆ ขึ้นบนผนัง เครื่องหมาย + นี้คือจุดบอกตำแหน่งกึ่งกลางของผนัง (snap)

- Click ไปบนจุดกึ่งกลาง(เครื่องหมาย +) ตามจุดที่1

- Click ไปที่จุดด้านบนขวาของจุดกึ่งกลางของผนัง เพื่อกำหนดด้านเปิดและทิศการเปิดของบานประตู ตามจุดที่2

ต่อไปทดลองวาดประตูภายในอาคารโดยใช้คำสั่งวาดประตูจา กด้านข้าง :
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05ddbox1.jpg
ก่อนการวางประตูภายในอาคาร ให้เปลี่ยนรูปแบบประตู โดยการไปที่ Door Setting และเลือก D1 Entrance เป็นประตูบานเปิดธรรมดา เราสามารถเข้าไปเปลี่ยนรูปแบบบานประตู, เพิ่มลูกบิด, ขนาดเสาเอนหรือกรอบประตูรายละเอียดต่างๆ ได้ โดยไปที่หัวข้อ Entrance Door Settings ในหัวข้อนี้จะมีกล่องหัวข้อย่อยให้เลือกได้อีก ให้เลือกไปที่ Door Panel เพื่อเลือกบานประตูแบบที่ต้องการ
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan02.jpg
- ดูให้แน่ใจว่าเลือกเครื่องมือ Door Tool, ไปที่ Info Box เลือกhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05infob1.jpgGeometry Method : Side เป็นการวางประตูจากด้านข้าง

- Click วางประตูไว้ที่มุมด้านในผนังตามจุดที่1

- Click ไปด้านที่จะให้ประตูเปิดเข้าไป ตามจุดที่2

- Click ด้านที่จะให้เป็นบานเปิดของประตู ตามจุดที่3
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan03.jpg
สำหรับภายในอาคาร ใช้ประตูแบบเดียวกันทั้งจากทางเข้าในอาคารและทางเข้า ห้องน้ำ ประตูในห้องน้ำให้ปรับความกว้างเป็น 750 มิลลิเมตร และให้เปลี่ยนบานประตูเป็นแบบอื่น

วางประตูตามตำแหน่งต่างๆ ดังรูป

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 02:59 PM
หลังจากวางประตูเสร็จแล้ว ให้ใส่หน้าต่างลงบนผนังโค้ง
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan05.jpg
- Double-Click เลือกคำสั่ง Window Toolhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05toolb1.jpgใน ToolBox

- ที่หน้าต่าง Window Setting ไปที่ 1.3 Windows / Wood Plastic Windows / Casement Windows เลือกหน้าต่างแบบ W1 Casement แล้วไปที่หัวข้อ Parameters ตั้งค่ากว้าง 450, สูง 2000 สูงจากพื้นชั้น Floor Plan 900 มิลลิเมตร และหน้าต่างบานเล็กขนาด กว้าง 600, สูง 600 สูงจากพื้นชั้น Floor Plan 2300 มิลลิเมตร
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05add5.jpghttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05add6.jpg
- เลือกhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05infob0.jpgGeometry Method : Center

- วางหน้าต่างลงบนผนังโค้งที่จุดที่1-2 (ระยะโดยประมาณ)

จัดวางหน้าต่างที่เหลืออีกสองบานลงไปในแต่ละห้องตามค วามเหมาะสม

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:00 PM
สำหรับด้านหน้าของอาคาร เราจะออกแบบให้เป็นด้านโปร่งใสมองเห็นในตัวอาคาร ดังนั้นต่อไปเราจะทดลองใส่กระจกบานเลื่อน
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05add1.jpg
Double-Click ที่ Door Tool เรียกหน้าต่าง Door Setting ขึ้นมา ที่กล่องด้านซ้ายบน เลือกไปที่ 1.2 Doors -> Special Doors -> Sliding Doors แล้วหาประตูชื่อ D2 Sliding แล้วตั้งค่ากว้าง 2925,สูง 2100
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan06.jpg
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan07.jpg
- Click ที่มุมด้านในของผนังจุดที่1 ตามรูป

- หลังจากเลือกจุดที่1 แล้ว ลูกศรจะเปลี่ยนเป็นรูปลูกตาสองอัน Click ด้านที่อยู่ภายในอาคารจุดที่2

- หลังจากเลือกจุดที่1 แล้ว ลูกศรจะเปลี่ยนเป็นรูปลูกตา Click ด้านนอกอาคารจุดที่3

- ในการวาดบานเลื่อนอันต่อไป ให้วาดเหมือนบานที่แล้ว

ต่อไปหลังจากวางบานเลื่อนลงไปที่ผนังทางทิศใต้แล้ว ให้คัดลอกบานเลื่อนอันแรกไปอีก 2 บาน โดยใช้คำสั่ง Multiply ที่เคยได้ใช้กันแล้วในบทที่ 1
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan08.jpg
- เลือกประตู (เลือกไปที่จุดตรงมุมของประตูตามจุดที่1)

- ที่จุด1-2 จะมี Palette ตามรูปให้เลือก Multiply

- ใส่ค่า 2 ลงไปในช่อง Number of Copies และเลือกการคัดลอกแบบ Distribute แล้วเลือก OK

- Click ที่จุดที่2 ทางด้านขวาของประตู

- ลากโครงร่างของบานเลื่อนไปชิดจุดที่3

- Click ที่จุดที่3 เพื่อสิ้นสุดการ Multiply

วางบานเลื่อนอันสุดท้ายที่ผนังด้านทิศตะวันออก

กดปุ่ม ESC จนกว่าจะไม่มีวัตถุใดๆถูกเลือกอยู่ (Deselect) และเปลี่ยนไปทำงานที่หน้าต่างสามมิติ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของอาคาร
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05axo01.jpg
ขั้นต่อไปเราจะทำการเช็คค่าระยะ ต่างๆ ในตัวอาคารทั้งผนัง, หน้าต่างและช่องเปิด ด้วยคำสั่งบอกระยะแบบอัตโนมัติสามารถทำได้โดยการ Click เพียงไม่กี่ครั้ง แค่เลือกวัตถุที่ต้องการให้บอกระยะแล้วโปรแกรม ArchiCAD จะคำนวณหาให้เอง

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:01 PM
- กลับไปที่แปลนชั้น Ground Floor

- เลือก Dimension Tool ใน ToolBox และเลือก Construction Method : Linearhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05infob2.jpgในช่อง Info Box

- เลือกผนังทั้งหมด โดยเลือก Wall Tool แล้วกดปุ่ม Ctrl+A จะเป็นการเลือกผนังทั้งหมด

- เลือก Document -> Document Extras -> Automatic Dimensioning -> Exterior Dimensioning... แล้วใส่ค่าตามนี้
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05autdim.jpg
- เลือก OK

- Click ไปที่จุดที่1 มุมซ้ายล่างด้านนอกของอาคารทางทิศใต้ จากนั้น Click ที่จุดที่2 มุมขวาล่างด้านนอกของอาคาร เพื่อเป็นการกำหนดด้านที่จะให้โปรแกรมบอกระยะ

- ตอนนี้ลูกศรจะเปลี่ยนเป็นรูปค้อน กะระยะห่างระหว่างตัวอาคารและเส้นบอกระยะ Click ที่ระยะที่ต้องการโปรแกรมจะวาดเส้นระยะให้โดยอัตโนมั ติไป
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan09.jpg
สังเกตว่าเส้นบอกระยะจะถูกสร้าง ขึ้นทั้งสี่ด้านรอบตัวอาคาร ใน ArchiCAD เส้นบอกระยะจะถูกตั้งค่าให้สัมพันธ์กับวัตถุต่างๆ ในตัวอาคาร นั่นหมายความว่า เมื่อเราเปลี่ยนระยะของวัตถุในอาคาร เช่น เปลี่ยนตำแหน่งประตู หรือ ความกว้างของหน้าต่าง โปรแกรมจะเปลี่ยนเส้นบอกระยะตามให้เองโดยอัตโนมัติ

ลองเช็คความถูกต้องโดยการไปดูที่รูปตัด S-01 Building Section
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05sect01.jpg
จะเห็นว่าประตูมีความกว้างเกินขอบชั้นบนนิดหน่อย ให้ทำการย่อระยะกว้างของประตูลง

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:02 PM
- เลือกที่จุด node ดำด้านมุมซ้ายประตูบานเลื่อน
- จะเห็น Palettehttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05add2.jpgให้เลือกที่ Stretch horizontally จะเป็นการย่อ/ขยายขนาดของประตูตามแกนนอน

- Click ไปที่ด้านซ้ายของประตูเพื่อเริ่มการย่อขนาด

- เลื่อนลูกศรไปที่ขอบระเบียงชั้นบนจนลูกศรขึ้นเครื่อง หมายถูก (snap) ที่ขอบระเบียง ตามรูป จากนั้น Click เพื่อย่อขนาดบานเลื่อน

- กลับไปที่หน้า Floor Plan สังเกตว่าประตูบานเลื่อนด้านทิศตะวันออกได้ถูกย่อตาม รูปตัดที่ได้ทำไปเมื่อครู่

- กลับคราวนี้ให้ย่อขนาดบานเลื่อนด้านตะวันตกจากหน้าต่ าง Floor Plan ให้เท่ากับด้านตะวันออก โดยใช้วิธีเหมือนในหน้าต่างรูปตัดที่ได้ทำเมื่อครู่

ต่อไปใส่ช่องเปิดที่ชั้น Gallery เหมือนขั้นตอนการใส่หน้าต่างที่ได้ทำมาแล้ว
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05plan10.jpg
ไปที่หน้าต่างชั้น Gallery เลือกปิดการทำงานของคำสั่ง Tracehttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06add01.jpg
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05add4.jpg
วางประตูทางออกไปสู่ระเบียง (Balcony) โดยใช้ประตูแบบเดียวกับประตูทางเข้าอาคาร และใช้หน้าต่างแบบเดียวกับชั้น Floor Plan โดยหน้าต่างชั้นนี้สูงจากพื้นชั้น Gallery 1800 มิลลิเมตร
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/05elev01.jpg
เปิดหน้าต่างรูปด้านทิิศเหนือเพื่อปรับตำแหน่งหน้าต่ างให้เหมาะสม

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:02 PM
Step 06 - Adding Internal Circulation
การสร้างองค์ประกอบภายในอาคาร

นการสร้างบันไดไปชั้น Gallery โปรแกรมจะมีให้เลือกที่ ArchiCAD's Library :

- ให้กลับไปที่ชั้น Ground Floor

-- Double-Click ที่คำสั่ง Stair Toolhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06toolb0.jpgใน Toolbox เพื่อเรียกหน้าต่าง Stair Setting

- เลือก Stair Straight เป็นบันไดแบบแนวยาวไม่มีชานพัก ในหัวข้อ Parameters ที่ ช่อง No. of Risers ให้ใส่จำนวน 15 ขั้น (สังเกตดูว่าโปรแกรมจะคำนวนลูกตั้ง,ลูกนอนให้โดยอัตโ นมัติ) และใส่ค่าความยาวบันได 4100 มิลลิเมตร
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06sdbox0.jpg
หลังจากนั้นให้วางบันไดติดกับผนังด้านเหนือของชั้น Ground Floor :
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06plan01.jpg
เอาลูกศรไปวางไว้ที่มุมขวาล่างของประตูทางเข้า ตามจุดที่1 รอสักครู่จนมีเส้นประ snap ปรากฏและลูกศรเปลี่ยนเป็นรูปเครื่องหมายถูก

- ใช้คีย์บอร์ดพิมพ์ "x 750+" จะเห็นว่าลูกศรกระโดดไปทางขวา 750 มิลลิเมตร และตัวเลขในช่อง X Coordinate จะเป็น 2950 จากเดิม 2200
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06coor01.jpg
- กดปุ่ม "Enter"

บันไดจะถูกวางลงที่ระยะถัดจาก ประตูไปทางขวา 750 มิลลิเมตร ให้ลองตรวจสอบความเรียบร้อยของตำแหน่งบันไดจากมุมมอง สามมิติ ต่อไปให้ลองใส่กล้อง (Camera Tool) ลงไปใน Navigator เพื่อตั้งค่ามุมมอง Perspective

- ดูให้แน่ใจว่าอยู่ในมุมมอง Ground Floor เลือก Camera Toolhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06toolb1.jpgใน Toolbox ในหัวข้อ More

- Click วางกล้องภายในห้องที่บริเวณมุมขวาล่างของห้อง

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:03 PM
- Click ใกล้ๆ บริเวณกลางบันไดอีกครั้ง เพื่อวางจุดบอกทิศทางการมองของกล้อง จะได้คล้ายในรูป
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06plan02.jpg
- ที่ Navigator ในหัวข้อ 3D จะเห็นว่ามีชื่อ 00 Untitled Path ให้ Double-Click แล้วเลือก Double-Click อีกครั้งที่กล้องชื่อ Camera 1 หน้าจอแสดงผลจะเปลี่ยนเป็นตามรูป
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06persp0.jpg
จากรูป จะเห็นว่าบันไดทะลุพื้นชั้น Gallery เข้าไป ดังนั้นขั้นตอนต่อไป เราจะเจาะช่องเปิดบนพื้นชั้น Gallery

- เปิดการทำงานคำสั่ง Tracehttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06add01.jpgจะทำให้เห็นบันไดชั้นล่าง แล้วไปที่ชั้น Gallery

- เลือกพื้นชั้น Gallery

- ดูให้แน่ใจว่าเครื่องมือ Slab tool ใน Toolbox ถูกเลือกอยู่
Hint : หาก Click ที่พื้นแล้วโปรแกรมไปเลือกหลังคาแทน ให้เอาลูกศรไปวางบนพื้นที่ต้องการเลือกซักครู่หนึ่ง จะมีเส้นสีน้ำเงินขึ้นมาบอกว่าเมื่อเรา Click แล้วจะโดนอะไร หากขึ้น Roof ให้กดปุ่ม Tab บนคีย์บอร์ด โปรแกรมจะขยับไปเลือกวัตถุถัดไปให้ ในที่นี้ก็คือพื้น Slab นั่นเอง

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:04 PM
- เลือก Rectangular Geometry Method http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06add02.jpgจาก Info Box

- เลือกที่ node ตรงมุมของพื้น จะปรากฏ Palette เลือก Subtract from Polygon
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06plan04.jpg
- ไป Click ที่มุมขวาบนของบันไดที่มองเห็นจากชั้นล่าง และ Click อีกครั้งที่มุมซ้ายล่างของบันได เพื่อเจาะพื้นเป็นช่องเปิดขนาดเท่าตัวบันได
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06add00.jpg
- หลังจากเจาะช่องบันไดเสร็จแล้วลงดูที่หน้าต่างรูปด้า นต่างๆ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:05 PM
Step 07 - Defining Room Usage and Spaces
การกำหนดโซน,การใช้งานของห้อง

ต่อไปเป็นการกำหนดชื่อห้องลงไปในแบบโดยการใช้ Zone Tool ซึ่งคำสั่งนี้สามารถเก็บข้อมูลต่างๆภายใน Zone นั้นๆ ได้ด้วย

ให้ลองวางโซนลงในแต่ละห้องตามรูป
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/07plan01.jpg
ขั้นตอนในการวาง Zones :

- Double-Click ที่ Zone Toolhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/07toolb0.jpg ใน Toolbox

- เลือก "5 Education and Culture" จากหัวข้อ Zone Categories

- ใส่ "Exhibition Space" ตรงช่อง Zone Name

- Click "OK"
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/07zdbox0.jpg
- เลือกไอคอนตรงกลางhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/07info02.jpg ในหัวข้อ Construction Method ใน Info Box เพื่อวาด Zone รอบห้องแบบอัตโนมัติ

E2g
22-09-2008, 03:05 PM
เยี่ยมมากๆ อ๊อฟฟิตมีโปรแกรมแบบนี้แต่ไม่เคยใช้เลยค่ะ ขอบคุณสำหรับติวเตอร์ดีๆ

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:06 PM
- Click ด้านในอาคารเพื่อวางโซน โปรแกรม ArchiCAD จะใส่โซน และวาดขอบรอบๆ ห้องให้โดยอัตโนมัติ

- Click อีกครั้งเพื่อวางสัญลักษณ์รายละเอียดของโซน

ใช้ขั้นตอนแบบนี้กับห้องที่เหลือทั้งหมด โดยให้ "9 Communication and Access" สำหรับทางเข้า และ "7 Other Usage" สำหรับห้องน้ำ

หลังจากนั้น ให้ไปที่ชั้น Gallery แล้ววางโซนดังรูป :
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/07plan02.jpg
สำหรับขั้นตอนนี้ให้ใช้การวาดแบบ กำหนดเอง เนื่องจากพื้นมีด้านไม่ติดผนัง สำหรับส่วนของ Gallery ใช้การกำหนดค่าแบบเดียวกัน Exhibition

ขั้นตอนการวาดโซนแบบกำหนดเอง :
- เลือกไอคอนแรกhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/07infob0.jpgในหัวข้อ Construction Method ใน Info Box เพื่อวาด Zone แบบกำหนดเอง

- Click กำหนดจุดที่แต่ละมุมของพื้นทีละจุดเพื่อกำหนดโซน (หรือใช้คำสั่ง Magic Wand เพื่อกำหนดขอบพื้นแบบอัตโนมัติก็ได้)

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:07 PM
Step 08 - Adding Final Details
การเพิ่มรายละเอียด

ตอนนี้เราต้องการเฟอร์นิเจอร์ เช่น ราวกันตกบนชั้น Gallery มาวางใน Gallery เป็นต้น
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/07plan02.jpg
Hint : ArchiCAD มีส่วนของ Library ที่เก็บเอาเฟอร์นิเจอร์,ประตู,หน้าต่าง,หลังคา และองค์ประกอบอื่นๆ ทางสถาปัตยกรรมไว้มากมาย วัตถุต่างๆ ที่อยู่ใน Library เป็น Parametric ที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดรูปร่างได้เหมือนกันประตู/หน้าต่างที่ได้ลองทำมา แล้ว สำหรับตัวอย่างนี้เราจะใช้แค่ Library มาตราฐานที่มากับ ArchiCAD

http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/08add0.jpg
Hint : ในการเรียก Standard Library ของ ArchiCAD ให้เลือกที่ File -> Libraries and Objects -> Library Manager... แล้วเลือก Tab "Local/LAN" browse ไปที่ C:/Program files/Graphisoft/ArchiCAD 11/ArchiCAD Library 11 แล้วเลือก >> Add >> ไปช่องทางขวา

วางราวกันตกที่ด้านซ้ายของระเบียงชั้น Gallery :
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/08plan03.jpg
- Double-Click ที่ Object Tool http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/08toolb0.jpgใน Toolbox เพื่อเปิดหน้าต่างการตั้งค่า

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:08 PM
- เลือก "Railing Horizontal" จากในช่อง Library ด้านซ้าย
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/08odbox0.jpg
- ใส่ค่า 90 ลงในช่ององศาด้านขวาล่าง

- Click OK

- เลือก Geometry Method : Diagonal http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/08infob0.jpgใน Info Box

- Click เลือกมุมซ้ายล่างของระเบียงชั้นสอง (จุดที่1 ตามรูป) แล้วเริ่มวาดรั้ว

- Click อีกครั้งเพื่อจบการวาดรั้ว (จุดที่2 ตามรูป)

ต่อ ไปก็ลองวาดรางกันตกรอบๆ ในตัวอาคาร เมื่อถึงจุดที่ต้องวางราวให้เปลี่ยนแนวตั้งเป็นแนวนอ น ให้ไปที่ Setting แล้วปรับค่าองศาจาก 90 เป็นค่าที่ต้องการ

ลอง ดูในหน้าต่างแสดงผลสามมิติ และสังเกตว่าราวกันตกตรงระเบียบในอาคารที่มีเส้นแบ่ง ช่วงแนวตั้งแค่ 3 ช่วง ซึ่งมันดูขัดๆ ให้เลือกราวกันตกและไปแก้ไขในค่า Setting ในหัวข้อ Post Parameters ให้เป็น 10

http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/08persp0.jpg

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:09 PM
ก่อนจะเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ลงในห้องอื่น ให้ไปที่ชั้น Grouund Floor แล้วเลือก Geometry Method : Object Toolhttp://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/08infob1.jpgใน Info Box
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/08plan01.jpg
ขยายหน้าจอไปที่ Washroom แล้วเปิดหน้าต่าง Object Settings ที่ช่องด้านซ้ายเลือก 1.6 Mechanical -> Plumbing Fixtures เลือก Basin 01 จะเป็นอ่างล้างหน้า และ WC สำหรับสุขภัณฑ์ ให้หันรูปอ่างล้างหน้าและสุขภัณฑที่หน้าต่างแปลนขวาบ นให้หันด้านที่ต้องการติดตั้งตามรูป แล้วนำไปวางในแปลน
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/08add1.jpg
สุดท้ายให้วางเปียโนลงไปในห้อง Exhibition โดยไปที่ Object Settings ที่ช่องด้านซ้ายเลือก 1.1 Furnishing -> Health and Recreation เลือก Piano นำมาวางไว้กลางห้อง และไปที่ 1.1 Furnishing -> Chairs เลือก Piano Chair แล้วลองดูความถูกต้องในหน้าต่างสามมิติ
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/06persp0.jpg

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:13 PM
Step 09 - Measuring and Costing the Building
การประเมินราคา

ArchiCAD สามารถทำตารางรายการวัีสดุด้วยระบบตอบสนองอัตโนมัติร ะหว่างรายการประกอบแบบ และแบบที่เรากำลังทำ เพื่อให้แน่ใจและถูกต้องจนวินาทีสุดท้ายว่าแบบที่ทำไ ปถูกต้องและตรงกับ รายการประกอบแบบ

ไปที่ Navigator -> Schedules / Element ให้ Double-Click เลือกที่ Door/Window Schedule
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/09IES.jpg
เลือกที่หน้าต่าง Door List จะเป็นรายละเอียดประกอบแบบบานประตู
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/09add0.jpg
ที่หน้าต่างนี้ เราสามารถปรับค่าความกว้างยาวของประตู/หน้าต่างที่เลือกได้เลย นอกจากนี้ ArchiCAD ยังสามารถ Export ตารางในหัวข้อ Schedules ไปเป็นไฟล์ MS Excel ได้อีกด้วย โดยการเปิดหน้าต่างตารางที่ต้องการ Export และเลือก File - Save as แล้วเปลี่ยน File Type ที่ต้องการ
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/093D.jpg
นอกจากนี้เราสามารถให้ ArchiCAD คำนวนค่าต่างๆ ได้ เช่น จำนวน,ปริมาณ,พื้นที่ผิว สามารถคำนวน B.O.Q. ได้จากการกำหนดราคาของวัสดุได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถจัดหน้ากระดาษรายการประกอบแบบเองไ ด้ด้วย

ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่โซนต่างๆของตัวอาคารจะอยู่ใน Navigator หัวข้อ Lists / Zones ให้ Double-Click เลือกที่ Rooms/Stories
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/09zoneli.jpg

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:14 PM
Step 10 - Presenting the Design to Clients and Users
การเรนเดอร์งานเพื่อใช้ในการพรีเซนต์

ขั้นตอนสุดท้ายในการทำแบบเพื่อเสนอลูกค้าก็คือการทำต ัว Presentation

ก่อนอื่นเราจะต้องสร้างผังบริเวณรอบๆ อย่างง่ายก่อน โดยใช้เครื่องมือ Mesh Tool

สร้างผังบริเวณโดยรอบ โดยใช้เครื่องมือ Mesh Tool http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/10add0.jpg:

- เปลี่ยนค่าในช่อง "to Project Zero" เป็น -50

- ซูมหน้าจอแสดงผลออกมาให้เห็นพื้นที่บริเวณกว้าง จากนั้นวาดพื้นที่โดยรอบลงไปโดยประมาณ

- ต่อไปให้เลือกที่พื้นที่สร้าง ใช้ลูกศรไป Click เลือกที่จุด node สีดำตรงมุมผังบริเวณจะมี Pallete ให้เลือก Subtract form Polygon
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/10add1.jpg
- ต่อจากนั้นให้เลือกช่องที่ต้องการจะลบออก ในที่นี้คือพื้นหญ้าที่กินบริเวณเข้าไปในตัวอาคาร
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/10plan01.jpg
ตอนนี้ให้ไปที่คำสั่ง Camera Tool แล้ววางกล้องที่ตำแหน่งประมาณในรูป หลังจากนั้นไปที่ Setting แล้วตั้งค่าตามรูป เสร็จแล้วกด Apply
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/10camera.jpg
ลองเปิดหน้าต่าง Camera 2 เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/10persp0.jpg

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:15 PM
ไปที่ Document -> Creative Imaging -> PhotoRendering Settings...
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/10rends0.jpg
- เลือก Engine : LightWorks Rendering Engine และปรับขนาดของรูปเป็น 800,600 ตามรูป
- เลือก Background image : Picture เลือก Change Picture แล้วเลือกรูปฉากหลังที่อยู่ใน Libraries / ArchiCAD Library / [BImg] Background Image / Photos 1024x768 เลือกรูป Sky_cloudy1_photo.jpg
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/10add2.jpg
- เลือก Document -> Creative Imaging -> PhotoRender Projection เพื่อให้โปรแกรมเรนเดอร์ภาพสำหรับใช้ในการพรีเซนต์
http://i160.photobucket.com/albums/t169/artimis2nd/archicad/10render.jpg
- หลังจากเรนเดอร์งานเสร็จ เราสามารถเซฟไฟล์เก็บในรูปแบบของ jpg ได้ โดยเลือกไปที่ File -> Save as...

จากการทดลองส้รางอาคารหลังนี้การแบบฝึกหัดที่ผ่านมาท ั้งหมด เราได้ใช้คำสั่งเพียงเล็กน้อยของ ArchiCAD เท่านั้น

และ แม้ว่า ArchiCAD จะดูเหมือนเป็นโปรแกรมสามมิติ แต่ ArchiCAD ยังสามารถ Export ไฟล์ออกมาเป็นรูปแบบของ CAD ดั้งเดิม เช่น DWG, DXF, 3DS นอกจากนี้ยังสามารถส่งไฟล์เอกสารที่ได้จากการประเมิน ราคาใน ArchiCAD เป็นไฟล์เอกสารแบบทั่วไป เช่น DOC, XLS ได้อีกด้วย

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 03:35 PM
Tutor นี้ผมไม่สร้างขึ้นมาเองนะครับ ผม copy เขามาลงให้ ตอนแรกจะเอาไฟล์โหลดมาแต่พอดีเวปฝากไฟล์หมดอายุพอดี เลยลงใหม่เลยกะให้ไม่ต้องโหลดแต่มาดูที่นี่เอา

นอกจากนี้ขอยกผลประโยชน์แก่ บ.TWOPLUS SOFT CO.,LTD.
www.twoplussoft.com

แล้วก็ขอบคุณ K.O-mans ที่ช่วยย้ายกระทู้มาให้ครับ จริงๆก็อยากให้อยู่ถูกที่ เผื่อมีคนเข้ามาดูจะได้แนะนำเพิ่มเติม

ส่วนใครที่มีข้อสงสัย ถามเพิ่มเติมได้นะครับ ยินดีช่วยเหลือ หรือลองไปดูที่ http://thaibim.ipbfree.com/ ในฟอรั่ม Archicad ได้ครับ ที่นั่นมีคำถาม ที่ส่วนใหญ่ต้องเจออยู่กันประจำเลย ลองไปดูครับ

zuusar
22-09-2008, 04:26 PM
ยอดเลย ++ ครับผม :)

solidbox
22-09-2008, 04:27 PM
มีคำถามสองข้อครับ

1.Archicad สามารถเขียน 3D curve ได้ไหม, จะมีปัญหาเหมือน Revit หรือเปล่าว
2.ตัวโปรแกรม อ่านค่า IFC ได้หรือเปล่าว

ARTIMIS2nd
22-09-2008, 04:46 PM
มีคำถามสองข้อครับ

1.Archicad สามารถเขียน 3D curve ได้ไหม, จะมีปัญหาเหมือน Revit หรือเปล่าว
2.ตัวโปรแกรม อ่านค่า IFC ได้หรือเปล่าว
ตอบนะครับ
1.Archicad สามารถเขียน 3D curve ได้ไหม ถ้าหมายถึงรูปทรงโค้ง เนี่ยทำได้ครับ แต่จะขึ้นโมเดลรูปทรงโค้งด้วย AC ผมว่าเขียนยากนะครับเพราะมันเป็นการเขียนสคิปเพื่อสร ้าง แต่หากเป็นแบบสำเร็จรูปที่เค้าทำมาให้แล้ว ก็ทำได้ไม่มีปัญหา ผนังโค้ง คานโค้ง ก็ทำได้
2.ตัวโปรแกรม อ่านค่า IFC ได้หรือเปล่าว
ยังตอบไม่ได้อะครับ เพราะไม่รู้ว่าค่าIFCที่ว่า คืออะไร ช่วยแนะนำทีครับเดี๋ยวหาคำตอบมาให้

phukradung
22-09-2008, 05:04 PM
เอางั้นเลยเหรอพี่ ไม่กะออกจากห้องนี้เลยเหรอครับ ทางโน้นมีแบบนี้อีกเยอะนา

แหม ย้ายจนได้
55555


ขอบคุณเจ้าของกระทู้อีกครั้งนะครับ ผมเคยดูติวเตอร์ที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่หน่อยนึง เมื่อปีที่แล้ว
ได้มาอ่านแบบนี้รู้สึกมีไฟอยากเรียนรู้ขึ้นมาอีกพรึ่ บนึงเลย
ถ้าได้มีเวลาอ่าน และศึกษา ติดตรงไหนก็คงต้องรบกวนเอาคำถามมาถามนะครับ

solidbox
22-09-2008, 10:08 PM
ตอบนะครับ
1.Archicad สามารถเขียน 3D curve ได้ไหม ถ้าหมายถึงรูปทรงโค้ง เนี่ยทำได้ครับ แต่จะขึ้นโมเดลรูปทรงโค้งด้วย AC ผมว่าเขียนยากนะครับเพราะมันเป็นการเขียนสคิปเพื่อสร ้าง แต่หากเป็นแบบสำเร็จรูปที่เค้าทำมาให้แล้ว ก็ทำได้ไม่มีปัญหา ผนังโค้ง คานโค้ง ก็ทำได้
2.ตัวโปรแกรม อ่านค่า IFC ได้หรือเปล่าว
ยังตอบไม่ได้อะครับ เพราะไม่รู้ว่าค่าIFCที่ว่า คืออะไร ช่วยแนะนำทีครับเดี๋ยวหาคำตอบมาให้


3D Curve ผมหมายถึง ในกรณีที่วัตถุสร้างข้นจาก curve สามมิติ (ดูรูปประกอบ เป้นงานที่ทำเมื่อสองปีก่อน)
ที่ถามเพราะตอนนที่ผมตัดสินใจเลือก BIM โปรแกรมมาใช้กับ project ตอนนั้นดูอยู่สองตัวคือ Revit กับ Digital Project
สุดท้ายใช้ Digital Project เพราะ Revit เขียน 3D Curve ไม่ได้ เลยอยากรู้ว่า ArchiCAD เป็นอย่างไร

http://www.solidboxcg.com/QPM/E-NURBS_01.jpg





ส่วน IFC เป็น format สากลของ BIM ยกตัวอย่างถ้าคุยงานกับ MEP ที่ใช้ BIM ก็จะใช้ format นี้เป็นหลัก

IFC = The Industry Foundation Classes (IFC) data model is a neutral and open specification that is not controlled by a single vendor or group of vendors. It is an object oriented file format with a data model developed by the International Alliance for Interoperability (IAI) to facilitate interoperability in the building industry, and is a commonly used format for Building Information Modeling (BIM). The IFC model specification is open and available.[1] Because of its focus on ease of interoperability between software platforms the Danish government has made the use of IFC format(s) compulsory for publicly aided building projects

beecaad
23-09-2008, 01:01 AM
IFC นี่ได้แน่นอนครับ

เพราะมันเป็น BIM โดย native อยู่แล้ว

ส่วน 3D Curve ทำจาก max แล้ว import มาจะง่ายกว่าไหม (แต่ model จะหนักนะ)

ARTIMIS2nd
23-09-2008, 01:12 PM
3D Curve ผมหมายถึง ในกรณีที่วัตถุสร้างข้นจาก curve สามมิติ (ดูรูปประกอบ เป้นงานที่ทำเมื่อสองปีก่อน)
ที่ถามเพราะตอนนที่ผมตัดสินใจเลือก BIM โปรแกรมมาใช้กับ project ตอนนั้นดูอยู่สองตัวคือ Revit กับ Digital Project
สุดท้ายใช้ Digital Project เพราะ Revit เขียน 3D Curve ไม่ได้ เลยอยากรู้ว่า ArchiCAD เป็นอย่างไร

Archicad เนี่ยผมใช้วิธี Import เอานั่นแหละไม่งั้นต้องเขียนสคริปเพื่อสร้างแต่ถ้าทร งมัน free from เลยจะใช้วิธี Import อย่างเดียว

solidbox
23-09-2008, 04:10 PM
IFC นี่ได้แน่นอนครับ

เพราะมันเป็น BIM โดย native อยู่แล้ว

ส่วน 3D Curve ทำจาก max แล้ว import มาจะง่ายกว่าไหม (แต่ model จะหนักนะ)

Max เอาไม่อยู่หรอกครับพวกนี้ แต่อาจใช้วิธี import จากโปรแกรมอื่นแทน
ทีนี้เวลา import เข้ามาแล้วจะเป้น file ลักษณะไหนครับ อย่างที่เคยลองมา
file ที่เข้ามาจะเป้น dead geometry ไม่สามารถปรับ แก้ไข ได้
สุดท้ายก้ต้องมาขึ้นใหม่อยู่ดี

BaZaRa
01-10-2008, 10:30 AM
3D Curve ผมว่า Revit ทำได้ดีกว่า ArchiCAD นะ

Revit 2009 มีคำสั่ง Blend ลักษณะเดียวกับใน 3dsMax ครับ

ส่วนรูปที่ให้ดู ผมเดาว่าเป็น contour ของอะไรซักอย่าง ถ้าแบบนั้นเอาไปพล๊อตในพวก Civil3D แล้ว Export Link มาใน Revit สบายมากเลยครับ

เสริมเรื่อง IFC นะครับ
จากการทดลองมาหลายโปรแกรม BIM พบว่า IFC มันไม่ค่อย support ด้านการโมเดลเท่าไหร่ (ปัจจุบัน เ วอร์ชั่น IFC2x3)
ผมเคยคุยกับทาง Autodesk กับผู้พัฒนาโปรแกรมทางฝั่งยุโรป เค้าบอกเหมือนกันว่า

ให้นึกอยู่เสมอว่า IFC ไม่ใช่ไฟล์ทำงานด้านสามมิติ แต่เป็นไฟล์ database
พูดง่ายๆ คือ IFC เป็นไฟล์สำหรับแสดงรายการข้อมูล มากกว่าเป็นไฟล์แสดงโมเดลสามมิติ

งงมั้ยครับ

ARTIMIS2nd
01-10-2008, 02:10 PM
3D Curve ผมว่า Revit ทำได้ดีกว่า ArchiCAD นะ

Revit 2009 มีคำสั่ง Blend ลักษณะเดียวกับใน 3dsMax ครับ

ส่วนรูปที่ให้ดู ผมเดาว่าเป็น contour ของอะไรซักอย่าง ถ้าแบบนั้นเอาไปพล๊อตในพวก Civil3D แล้ว Export Link มาใน Revit สบายมากเลยครับ

เสริมเรื่อง IFC นะครับ
จากการทดลองมาหลายโปรแกรม BIM พบว่า IFC มันไม่ค่อย support ด้านการโมเดลเท่าไหร่ (ปัจจุบัน เ วอร์ชั่น IFC2x3)
ผมเคยคุยกับทาง Autodesk กับผู้พัฒนาโปรแกรมทางฝั่งยุโรป เค้าบอกเหมือนกันว่า

ให้นึกอยู่เสมอว่า IFC ไม่ใช่ไฟล์ทำงานด้านสามมิติ แต่เป็นไฟล์ database
พูดง่ายๆ คือ IFC เป็นไฟล์สำหรับแสดงรายการข้อมูล มากกว่าเป็นไฟล์แสดงโมเดลสามมิติ

งงมั้ยครับ


Admin มาช่วยตอบแล้ว ขอบคุณ K. Bazara มากครับ ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง แฮะๆ ขั้นสูงเนี่ยต้องให้ผู้รู้จริงช่วยตอบ

kheaw
20-11-2008, 11:49 AM
ขอบคุณมากๆๆ

skillhunter1
15-03-2009, 03:59 PM
*0*...*0*


:jarkk: :jarkk:

POPCORN
25-04-2009, 02:27 PM
ผมว่า ArchiCAD น่าใช้ครับทำได้หลายอย่างมาก แต่ผมใช้ไม่เป็น อยากมีผู้แนะนำจังครับ:D:D

Boatar
06-08-2009, 01:48 PM
:)ความรู้ที่ได้จากทาง คุณ Artimis2nd ดีมากเลยครับและสามารถใช้จริงได้ด้วย ต้องขอขอบคุณนะครับ
ปล.ถ้ามีอะไรดีๆ อยากให้เอามา post กันอีกนะครับ

Rockstar
08-10-2009, 02:29 PM
ขอบคุณมาก ๆ ครับ กำลังหาอยู่พอดี

DEKPEE
08-10-2009, 11:05 PM
ลองเล่นทำได้ งูๆปลาๆ ชอบที่มันสามารถทำ vrml ได้ แต่ผมทำก็ยังเอออยู่ไม่รู้ว่าทำอย่างไร เสียดายที่หาติวเตอร์ยากมาก

ARTIMIS2nd
11-11-2009, 09:29 PM
ลองเล่นทำได้ งูๆปลาๆ ชอบที่มันสามารถทำ vrml ได้ แต่ผมทำก็ยังเอออยู่ไม่รู้ว่าทำอย่างไร เสียดายที่หาติวเตอร์ยากมาก

ลองไปหาข้อมูลที่นี่ดิครับ เพียบ
http://www.thaibim.net

Blackshadow
03-08-2010, 10:43 AM
ด้ยินว่ามี v14 ออกมาแล้ว เหรอครับ

nkgdesign
19-08-2010, 11:50 AM
มึนหัวเลยครับ โปรแกรมนี้

Unther
12-06-2011, 01:17 AM
สนใจศึกษาอยู่พอดีคับ ดีมากๆเลย ขอบคุณในน้ำใจคับ