PDA

View Full Version : คอนโดใกล้รถไฟฟ้าจ่อฟองสบู่'ขรรค์'ส่งสัญญาณ แห่เก็งกำไรซื้อขายใบจองว่อน


Nut
15-12-2006, 03:30 PM
คอนโดใกล้รถไฟฟ้าจ่อฟองสบู่'ขรรค์'ส่งสัญญาณ แห่เก็งกำไรซื้อขายใบจองว่อน [15 ธ.ค. 49 - 04:10]

น ายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะประธานกรรมการดำเนินการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทร ัพย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมและอาคารชุด โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างใหม่ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และบูมกันมากๆนั้น ประชาชนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ และขอเตือนผู้ประกอบการว่า ที่จำนวนคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างใหม่ จะมีปริมาณมากกว่าความต้องการของประชาชนเป็นจำนวนมาก



“ต ้องถือเป็นหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลฯที่ต้องออกมาเตือนผ ู้ประกอบการและประชาชนท ี่ซื้อคอนโดมิเนียมตามเส้นทางรถไฟฟ้า เพราะขณะนี้มีการขายใบจองซื้อคอนโดมิเนียม หรือขายกระดาษเปล่า จากผู้จองคนแรกไปยังผู้ซื้อ รายที่สองและรายที่สามอย่างคึกคัก ทำให้ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมจากใบจองต้องพิจารณาอย่างรอ บคอบว่า การก่อสร้างคอนโดมิเนียมจะเสร็จหรือไม่ และราคาที่ซื้อจะแพงเกินไปหรือไม่”



ท ั้งนี้ ประชาชนที่ซื้อคอนโดมิเนียมต้องพิจารณาประวัติผู้ประ กอบการอย่างละเอียดว่า ผู้ประกอบการที่มีประวัติดีหรือไม่ เพราะลักษณะการดำเนินโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบ ันมีอยู่ 2 รูปแบบคือ 1. ผู้ประกอบการขายใบจองให้ได้ 30-40% ของจำนวนห้อง แล้วไปขอสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ ถ้าจำนวนที่จองได้ไม่ครบตามที่ธนาคารพาณิชย์กำหนด โอกาสที่จะก่อสร้างไม่เสร็จก็มีความเป็นไปได้สูง และ 2. ผ ู้ประกอบการก่อสร้างบนที่ดินของตัวเอง โดยไม่พึ่งพาเงินกู้จากสถาบันการเงินนั้น ถ้าราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงมาก ก็มีโอกาสที่ผู้ประกอบการจะปรับราคาห้องขึ้นหรือไม่ก ็เปลี่ยนโครงการไปทำอย่ างอื่นได้



นายขรรค์กล่าวว่า ขณะนี้ราคาที่ดินตามเส้นทางรถไฟฟ้าแพงขึ้นอย่างต่อเน ื่องจากเดิมที่ที่ดินบนถนนสุขุมวิทซื้อขายตารางเมตรล ะ 60,000 บาท ก็ขยายวงกว้างมายังพื้นที่ถนนรัชดาและดินแดง โดยมีการซื้อขายในราคาตารางเมตรละ 60,000 บาทเช่นเดียวกัน และถ้าพิจารณาจากสถิติการขออนุญาตก่อสร้างพบว่าการขอ อนุญาตก่อสร้างคอนโดมิเนียมและอาคารชุดไตรมาสที่ 2 มีจำนวน 1,045 อาคาร เพิ่มขึ้น 129% จากไตรมาสแรกมีการขออนุญาตเพียง 457 อาคารซึ่งมีลักษณะก้าวกระโดดอย่างชัดเจน



“ก ารออกมาพูดเช่นนี้เพราะอยู่ในฐานะผู้ดูแลศูนย์ข้อมูล ฯ มีหน้าที่ต้องรายงานตัวเลขทางด้านอสังหาริมทรัพย์ให้ แก่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคเอกชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเหมือนกับเหตุก ารณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอ นปี 2540 ดังนั้นเมื่อทราบตัวเลขจึงออกมาเตือนประชาชนและผู้ปร ะกอบการว่า ให้ระวังฟองสบู่ที่จะเกิดขึ้นกับคอนโดมิเนียม เพราะขณะนี้เริ่มมีพฤติกรรมเก็งกำไรจากใบจองคอนโดมิเ นียมแล้ว”



น อกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่า มีเศรษฐีชาวต่างชาติทั้งจากสิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้รวมถึงพ่อค้าน้ำมันจากกลุ่มประเทศอาหรับ แอบซื้อคอนโดมิเนียมหรูด้วยการจดทะเบียนสมรสกับผู้หญ ิงไทย หรือแอบซื้อที่ดินจากบริษัทที่จะจดทะเบียนในประเทศไท ยแล้วนำสัญญาไปขายต่อ ส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นศูนย์ข้อมูลฯ จะเสนอให้รัฐบาลผ่าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ขยายสัญญาอายุการเช่าที่ดินที่อยู่อาศัยให้กับคนต่าง ชาติ จากเดิมไม่เกิน 30 ปี เป็นเช่าไม่เกิน 99 ปี เพื่อเปิดโอกาสที่ต่างชาติที่ต้องการเข้ามาอยู่อาศัย ประเทศไทยสามารถเช่าที่ ดินและเช่าที่อยู่อาศัยได้ระยะเวลานาน โดยไม่ถือเป็นการขายสมบัติชาติให้กับชาวต่างชาติ เพราะเป็นการเพิ่มระยะเวลาการเช่าให้ยาวนานขึ้น



นายขรรค์กล่าวว่า คอนโดมิเนียมหรูย่านใจ กลางเมือง เช่น ถนนสาทร สุขุมวิท หรือบ้านหรูในจังหวัดภูเก็ต และสมุย ราคาหลังละ 100 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักของคนต่างชาติเกือบทั้งหมด โดยคอนโดมิเนียมบนถนนสุขุมวิท หรือถนนสาทร เป็นของชาวต่างชาติ 30-40% จากจำนวนห้องพักทั้งหมดซึ่งไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า ชาวต่างชาติเหล่านั้นมาเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างไร จึงจำเป็นต้องแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะด ำเนินการอย่างไรต่อไป




ด้านนายชาลี โสภณพนิช กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทซิตี้เรียลตี้ จำกัด กล่าวว่า ภาวะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 50 การแข่งขันจะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ขายและความต้องการซื้อจะอยู่ในสัดส ่วน ที่ใกล้เคียงกัน ทำให้มีความพยายามแย่งชิงลูกค้ามากขึ้น.



จากไทยรัฐ

Nut
15-12-2006, 03:32 PM
ลดผลกระทบ “ดอก” บ้านเอื้อ [15 ธ.ค. 49 - 04:15]

ผ ู้สื่อข่าวรายงานว่า สัปดาห์หน้า นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะหารือกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ และ รมว.คลัง และผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ผ่อนส่งบ้านเอื้ออาทรในรอบใ หม่ที่กำลังจะรับมอบบ้า นในปีหน้าเกือบ 100,000 ยูนิต เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวสูงขึ้นจาก 2.75% เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 6.25% ต่อปีในปัจจุบัน ซึ่งมีผลทำให้ค่าผ่อนบ้านปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนละ 1,500 บาท เป็นเดือนละ 2,200 -2,400 บาท



“ขณะนี้มี 2 แนวคิด คือ ให้ผู้ได้สิทธิบ้านเอื้ออาทรต้องเริ่มต้นผ่อนส่งบ้าน ทันทีเดือนละ 500 บาท จนกว่าจะรับมอบบ้าน และขอกู้เงินจาก ธอส. เพื่อลดยอดเงินกู้ลง หรือขอแบ่งเงินที่รัฐบาลอุดหนุนค่าก่อสร้างบ้านหลังล ะ 80,000 บาท มาฝากไว้กับ ธอส.เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยแทนที่จะเป็นงบอุดหนุนค่าก่ อสร้างทั้งหมด” และว่าที่ผ่านมา ธอส.ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 20,000 ล้านบาท แต่ได้รับการปฏิเสธ



ขณะที่การหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อจะขอให้สำนักงา นสลากกินแบ่งรัฐบาล นำเงินจากการจำหน่ายสลากเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว หรือหวยบนดินมาฝากกับไว้ ธอส. โดยคิดดอกเบี้ยพิเศษเพื่อนำมาลดต้นทุนเงินกู้ให้แก่ผ ู้ซื้อบ้านเอื้ออาทรให้ เหลือค่าผ่อนส่งบ้านเดือนละไม่เกิน 2,000 บาท แต่ก็ได้รับการปฏิเสธเหมือนกัน “เดิมครอบครัวที่มีรายได้เดือนละ 15,000 บาท ก็มีสิทธิ์ที่จะกู้เงินกับ ธอส.เพื่อผ่อนส่งบ้านในโครงการนี้ได้ แต่เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น รายได้ของครอบครัวต้องเพิ่มขึ้นไปเป็นเดือนละ 20,000-22,000 บาท จึงจะผ่านเกณฑ์ประเมินสินเชื่อ ประชาชนจึงมีโอกาสซื้อบ้านเอื้ออาทรได้ยากมากขึ้น”.




ไทยรัฐ

Nut
15-12-2006, 03:35 PM
เลื่อนรับซองคอนซัลต์แบริ่ง จาก 22 ธ.ค.เป็น 29 ธ.ค. [14 ธ.ค. 49 - 01:17]

แ หล่งข่าวจากสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร สจส.แจ้งว่า สำนักการจราจรและขนส่งฯ ได้แจ้งให้บริษัท 10 รายที่ผู้สนใจจะเข้ายื่นซองเป็นที่ปรึกษา ควบคุมการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจากสถานีอ่อนนุช-ซ.แบริ่ง (สุขุมวิท 107) ทราบถึงการเลื่อนการรับซองเทคนิคและซองราคาจากเดิมวั นที่ 22 ธ.ค. 2549 เป็นวันที่ 29 ธ.ค. 2549 หรือขยายจากเดิมออกไปอีก 7 วัน ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกๆบริษัทได้มีระยะเวลาทำงานมากขึ้น พร้อมทั้งได้แจ้งให้บริษัททุกๆ รายทราบด้วยว่า การยื่นซองนั้นบริษัททุกบริษัทสามารถร่วมกันทำงานกับ บริษัทอื่นๆได้ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นบริษัทที่ร่วมกันขอเอกสารมาตั้ งแต่แรก เช่น บริษัท ก และบริษัท ข มาขอรับเอกสารร่วมกัน แต่ภายหลังเป็นว่าบริษัท ค ซึ่งเป็น 1 ใน 10 บริษัทที่สนใจจะยื่นซอง มีความชำนาญจึงดึงมาร่วมงานด้วยในภายหลัง ลักษณะอย่างนี้สามารถทำได้

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนเรื่องการจ้างเอกชนวางระบบอาณัติสัญญาณรถไฟฟ้าส่ วนต่อขยายข้ามแม่น้ำเจ้ าพระยา ซึ่ง กทม.ได้ยกเลิกการประกวดราคาหลังจากได้เปิดประมูลไปเม ื่อวันที่ 9 พ.ย. 2548 โดยการประมูลดังกล่าวมีบริษัท 2 รายสนใจยื่นซอง คือ บ.ซีเมนส์ 1,288 ล้านบาท และอัลคาเทล 1,166 ล้านบาท ขณะนี้กรุงเทพมหานครได้สั่งให้ตั้งกรรมการร่างทีโออา ร์ชุดใหม่ โดยมีนายประพนธ์ วงศ์วิเชียร รองปลัด กทม. เป็นประธาน เพื่อปรับแก้ทีโออาร์จ้างเอกชนวางระบบอาณัติสัญญาณ คาดว่าจะเรียกประชุมนัดแรกภายในเดือน ธ.ค. และน่าจะใช้เวลาหารือเรื่องนี้นาน 1 เดือน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะได้ใช้วิธีคัดเลือกด้วยการ เชิญบริษัทอัลคาเทลมาเจ รจา หากทุกอย่างสมบูรณ์และราคามีความเหมาะสมก็จะจ้างบริษ ัทอัลคาเทลทันที แต่ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะเชิญบริษัทอื่นๆมาหารื อต่อไป.




ไทยรัฐ