Thai3Dviz  

Go Back   Thai3Dviz > Blogs > tom101

Rate this Entry

มาถ่ายรูปกันดีกว่า....

Posted 20-07-2009 at 09:16 PM by tom101
Updated 20-07-2009 at 09:28 PM by tom101

มาถ่ายรูปกันดีกว่า....
.
.

.
.
จริงๆแล้วผมไม่อยากคุยเรื่องนี้เท่าไหร่นะครับ เพระาว่าผมเองความรู้ทางด้านถ่ายรูปก็เท่ากับหางอึ่ง ถ่ายได้ก็พอที่เห็นนี่แหละครับ แต่เคยคุยกับเพื่อนสมาชิกหลายคนที่ซื้อกล้อง บางคนยังไม่เข้าใจในตัวกล้องก็มีเยอะ พอซื้อกล้องมาแล้วเกิดถ่ายมาไม่ดีแล้วจะพาลเลิกถ่ายท ิ้งกล้องไปเป็นที่ทับกระดาษกันซะเปล่าๆ แน่นอนครับผมถ่ายรูปใหม่ๆก็เละเทะพอควร ถ่ายมาได้สักระยะก็ค่อยๆดีขึ้น หัดถ่ายครั้งแรกถ่ายมาเยอะแต่มันใช้ได้น้อยมากๆ แต่พักหลังถ่ายน้อยลงในแต่ละทริป แต่รูปใช้ได้เยอะ ก็ถือว่าดีขึ้นกล้องก็ไม่เจ็บตัวจากการที่ผมต้องกดชั ตเตอร์รัวเอาๆ อิ อิ

ก่อนอื่นขอให้เรามาทำความเข้าใจกันสักนิดนึงนะครับ อยากรู้เรื่องถึงอุปกรณ์การถ่ายภาพกันสักนิด


กล้องฟิลม์ ก็คงประกอบด้วย กล้อง เลนส์ ฟิลม์ ล้างฟิลม์ อัดรูป เอา4ขั้นตอนนี่ก่อนนะครับ กล้องฟิลม์นั้นถ้าเราถ่ายรูปทั่วไปก็คงเลือกใช้ฟิลม์ ธรรมดา แต่ถ้าเราอยากได้contrastจัดก็ต้องไปหาซื้อฟิลม์slid eมาถ่าย ฟิลม์มีมากมายหลายแบบแต่ละยี่ห้อแต่ละแบบก็มีแคเรกเต อร์แตกต่างกันไป แล้วแต่แบบที่เหมาะกับการใช้งาน พอถ่ายมาเสร็จก็ต้องพึ่งช่างในร้านล้างอัดรูปที่มีฝี มือ (สำหรับรูปสีนะครับ แต่ขาวดำหลายๆท่านก็ล้างอัดเอง) การล้างอัดต้องได้คนที่รู้ใจ น้ำยาล้างอัดสภาพต้องใหม่ ไม่งั้นรูปมีเละแน่ๆ บางครั้งคนถ่ายก็อาจจะต้องไปนั่งดูคนล้าง พอล้างแล้วก็มานั่งดูตอนอัดว่าจะให้pushความสว่าง สี เข้าเพิ่มเติมไปยังไงจนพอใจ



สมัยก่อนเครื่องล้างอัดfotolab พอล้างเสร็จช่างจะเอาฟิลม์เข้าไปในเครื่องอัด แล้วดูแบบnegativeขาดสีไหนก็จะเพิ่มสีเข้าไป ลองคิดดูนะสีตรงข้ามอ่ะ เหมือนคุณดูฟิลม์สีนี่หละ กลับสีทั้งหมดช่างเท่านั้นที่มีความชำนาญจะรู้ว่าต้อ งเพิ่มสีอะไร พอปรินต์งานออกมาเป็นpositiveภาพก็จะออกมาถูกต้องตาม ที่ต้องการ สมัยก่อนช่างพวกนี้ค่าตัวแพง เป็นเทพประจำร้าน เรียกว่าขนาดมันไอหรือกระแอม เจ้าของร้านแทบจะไปลูบหลังหายาให้กินทันที

พอเครื่องระบบเก่าหมดไป ก้าวเข้าสู่ดิจิตอล เครื่องล้างยังอยู่ครับ พอได้ฟิลม์ที่ล้างออกมา เค้าก็จะเข้าเครื่องscannerทันที เครื่องscannerของฟูจิที่ผมทราบราคาเนี่ยประมาณหนึ่ง ล้านต้นๆ ร้านที่ผมเป็นที่ปรึกษาใช้อยู่ เร็วมากและscanได้ถึง 20*30นิ้วที่300dpi ไฟล์ใหญ่ขนาดยักษ์เลยครับ แต่มันก็เจ๋งตรงที่พอเอาฟิลม์เข้าเครื่อง ภาพที่ปรากฏบนจอมันก็เป็นpositiveขาดสีอะไร สว่าง มืด ทีนี้ก็ทำได้ง่ายขึ้น ช่างรุ่นเก่าๆก็เลยโดนเถ้าแก่มองหน้า พูดดังก็ไม่ค่อยได้ เพราะsoftwareของscannerมันก็เก่ง จับเด็กมาฝึกได้แป๊บเดียวก็เป็นแล้ว (ดีไม่ดีว่ากันอีกที)

จะเห็นได้ว่าการถ่ายฟิลม์ ก็จะต้องคิดถึงoutputรูปว่าต้องการstyleไหน อยากได้contrast ก็ต้องใช้ฟิลม์slide อยากได้dynamicกว้าง อยากถ่ายportrait ก็ต้องเลือกฟิลม์ต่างๆเพื่อให้เข้ากับงาน และถ่ายรูปportrait ถ่ายเสร็จแล้วก็จะมีช่างเอารูปไประบายแก้สิว แก้ฝ้า ลบรอยเหี่ยวย่นเหมือนกับที่เราทำในคอมพิวเตอร์หละครั บ ถ้านับขั้นตอนต่างๆฟิลม์ก็คงไม่แตกต่างกับดิจิตอลเท่ าไหร่ ทุกอย่างต้องคิดตกแต่งเพื่อoutputทั้งนั้น ยิ่งรุปขาวดำนี่ร้ายเลยครับ ขั้นตอนล้างอัดเนี่ยมีทั้ง dodge burn เพื่อให้รูปได้คอนทราสต์ตามต้องการ เลือกแม้กระทั่งกระดาษอัดรูป แต่ฟิลม์นั้นคนถ่ายต้องเข้าใจมากพอ และถ่ายมาเผื่อด้วย เพราะโอกาสแก้ตัวมันน้อยมากถ้าวัดแสงผิด เพราะมันพริวิวให้เราดูก่อนไม่ได้




กล้องดิจิตอล อันนี้รู้จักกันหมดนะครับ การทีเราจะได้รูปออกมาใช้งานนั้นเครื่องมือสำหรับดิจ ิตอลก็มี กล้อง เลนส์ คอมพิวเตอร์ อัดรูป กล้องดิจิ เมื่อถ่ายรูปมาแล้วเราก็ต้องจัดการทำไฟล์เองด้วยคอมพ ิวเตอร์ อยากได้คอนทราสต์ ลดสี เพิ่มสี แก้ไขงานต่างๆนั้น ตัวเราต้องทำเองทั้งหมด อันนี้ถูกใจผม เพราะทุกขั้นตอนนั้นผมจะกำหนดเองได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องพึ่งใคร ผมสามารถควบคุมงานของได้ด้วยตัวผมเองทั้งหมด แต่เราก็ต้องเรียนรู้โปรแกรมต่างๆที่จัดการกับไฟล์ra w หรือโปรแกรมจัดการภาพตัวเก่งคือphotoshop ถ้าไม่รู้จริงมันก็จะทำให้เราprocessภาพให้ได้ดียาก

ขอให้เข้าใจเสียใหม่ว่า กล้องดิจิตอลนั้นจะเก็บสภาพแสงมาตามความเป็นจริงทีเร าวัดแสงมา ส่วนdinamic rangeต่างๆนั้นคงเป็นเรื่องของแต่ละยี่ห้อว่าจะเก็บม าได้ดีขนาดไหน แต่เราเองจะเป็นผู้กำหนดให้รูปนั้นมีคอนทราสต์ โทนสีแบบไหน ตัวเราทั้งนั้นครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดูรูปที่ถ่ายจากฟิลม์ รูปจากบรรดาโปรกล้องดิจิตอลต่างๆที่เค้าทำไฟล์มาว่าข นาดไหนที่เค้าเรียกว่ารูปถ่าย แบบไหนที่เค้าเรียกว่ารูปแบบcross แบบไหนที่เป็นแบบlomo ฟิลลิ่งต่างๆของรูปที่เค้านิยมกันนั้น สีและคอนทราสต์นั้นเราจะจัดการอย่างไร เราต้องเรียนรู้และหมั่นสังเกต

คงพอเข้าใจกันบ้างแล้วว่ากล้องดิจิตอลให้ความสะดวกกั บผู้ใช้งานเยอะกว่ากล้องฟิลม์ แต่ไม่ว่ากล้องอะไรผู้ใช้ก็ต้องรู้ให้ลึกซึ้งถึงอุปก รณ์ต่างๆในการที่จะเก็บภาพมาแล้วผ่านขบวนการขั้นตอนต ่างๆจนได้พรินต์ออกมาเป็นรูปได้ อย่าได้คิดว่าถ่ายฟิลม์เจ๋งกว่าดิจิตอล หรือดิจิตอลเจ๋งกว่าฟิลม์ อย่าจมอยู่กับของเก่าแล้วก็อย่าเห่อกับของใหม่ อุปกรณ์ของเราคือเราเอามาเก็บภาพบวกกับการที่ต้องใช้ ศิลปะตั้งแต่เริ่มถ่ายจนถึงได้อัดออกมาเป็นรูป

ทีนี้ก็มาถ่ายรูปกันดีกว่า ผมจะไม่ขอพูดรายละเอียดแบบลงลึก เพราะผมก็ไม่ได้รู้ลึก แต่เอาเป็นว่าผมอยากเล่าแบบความเข้าใจของผมและวิธีกา รถ่ายรูปของผมเพื่อให้ได้ภาพกลับมาที่บ้าน ว่าวิธีการที่ผมจะใช้เครื่องมือต่างๆตั้งแต่กล้องยัน คอมพิวเตอร์ ผมทำอะไรแบบไหนถึงได้มาเป็นรูป รูปอาจะมีขี้ริ้วบ้าง สวยบ้าง ก็แล้วแต่ตามยถากรรม แต่โดยรวมก็ถือว่าสอบผ่าน แต่คงentranceไม่ติดนะ อิ อิ

เมื่อเรารู้ว่าเครื่องมือที่สำคัญของเรามีอะไรบ้างก็ คือ กล้อง เลนส์ คอมพิวเตอร์ เราก็ต้องใช้สามอย่างนี้ให้เบ่งรูปเราออกมาให้ดีที่ส ุด ผมขอข้ามไม่พูดเรื่องฟิลม์หละกันนะ เพราะว่าไม่รู้จะพูดทำไม แม้ผมจะถ่ายฟิลม์บ้างแต่ผมก็ชอบดิจิตอลมากกว่า เพราะมันเข้ากับผมได้ดีเนื่องจากผมเป็นคนยุคใหม่ทันส มัย เลยไม่ชอบอะไรที่มันเก่าๆ ยกเว้นเมียของผมคนเดียวเท่านั้น

.

.
.
การเลือกซื้อกล้องดิจิตอล อันนี้คงต้องทำความเข้าใจสักนิดว่ากล้องดิจิตอลมีกี่ ประเภท จะได้ไปซื้อหากันได้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ใช้งาน ผมขอพูดแค่ 4 อย่างหละกันนะครับ จริงๆมันมีมากกว่านั้น แต่พวกเราคงไม่ได้ซื้อใชักันหรอก ให้พวกโปรที่เค้าทำมาหากินด้านถ่ายภาพเค้าซื้อใช้หละ กัน


1. Ultra Compact กล้องดิจิตอลขนาดเล็ก บาง พกใส่กระเป๋าเสื้อได้ เน้นเก็บภาพมากกว่าเพราะพอมันเล็กระบบต่างๆมันก็ต้อง ลดลงไปด้วย ระยะเลนส์ซูมได้ไม่มาก เน้นโหมดautoเป็นหลัก

2. Compact อันนี้โตมานิดนึง หนาเพิ่มอีกหน่อย บางรุ่นก็สามารถติดอุปกรณ์เสริมได้เช่นแฟลชนอก ฟิลเตอร์ เลนส์คอนเวอตเตอร์แบบต่างๆ เพื่อเพิ่มอัตรากำลังขยายซูมหรือไวด์ให้กับเลนส์ที่ต ิดมากับกล้อง รุ่นนี้คงเริ่มจะใส่กระเป๋าเสื้อยากหน่อย คงต้องมีกระเป๋าเล็กๆแบบคาดเอว หรือคล้องคอ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการพกพา เลนส์ของกล้องรุ่นนี้เริ่มครอบคลุมการใช้งานได้มากขึ ้น

3. Dslr like อันนี้โหวงเฮ้งหน้าตาของกล้องจะคล้ายกับกล้อง dslr ระบบต่างๆก็คล้ายdslr ระยะเลนส์จะซูมได้มากขึ้น แอบถ่ายกิ๊ก ขโมยถ่ายเด็ก ได้ง่ายกว่าเก่า ทำงานได้คล้ายกับdslrเลยทีเดียว แต่เลนส์จะถอดเปลี่ยนไม่ได้ให้มายังไงก็ใช้อย่างนั้น ขนาดก็จะใหญ่ขึ้นจากข้อ.2 และก็ต้องซื้อกระเป๋าสะพายสำหรับใส่ลูกใหญ่อีกหน่อย เที่ยวไหนไปไหนลำบากกว่าเดิม แต่ถ้าจะเน้นๆถ่ายเพราะต้องการฟังชั่นอันเพียบพร้อมใ นราคาไม่โหด Dslr Likeก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นถ่ายภาพแบบจริ งๆจัง

4. DSLR ผู้มากับมาม่าและความยากจน ใครได้ซื้อกล้องรุ่นนี้ใช้ ชอบที่จะกินมาม่าและต่อสู้กับความยากจนเป็นประจำ เป็นกล้องที่มีsensorรับภาพขนาดใหญ่กว่าพวกที่กล่าวม า เรียกว่าเล็กกว่าฟิลม์เพียงครึ่งเดียว บางรุ่นเท่าฟิลม์35มม.ก็มี คุณสมบัติของการใช้งานเหมือนกล้องฟิลม์ทุกอย่าง เปลี่ยนใส่เลนส์ต่างๆได้ตามใจ คุณภาพไฟล์ใครได้ลองซื้อมาใช้แล้ว และได้ถ่ายกับเลนส์ดีๆ แทบจะไม่อยากเอากล้องcompactมาถ่ายเลย(ในช่วงแรกนะ เพราะว่าเห่อ อิ อิ ) ยิ่งได้ไปออกทริปได้ลองยืมเลนส์ของเพื่อนมาใส่ถ่ายแล ้วหละก็ จะเกิดความโลภอยากมีเลนส์ขนาดต่างๆเพื่อจะได้เอามาถ่ ายแฟนตัวเองให้ได้สวยเช้งกว่าตัวจริง จึงทำให้เกิดความจนกับผู้เป็นเจ้าของ เพราะมีเงินเมื่อไหร่ก็ถามหาเลนส์ขนาดต่างๆ ถามหาแฟลชexternal ถามหาฟิลเตอร์ วุ่นวายไปหมดเพื่อจะเอาเงินมาแลกกับความสุขในการถ่าย ภาพ บางครั้งมันก็มากเกินไปกับการลงทุน แต่อย่างว่าหละนะคนเราชอบไม่เหมือนกัน กล้องแบบนี้มันก็เลยขายได้ และอีกอย่างกล้องdslrนั้นหลักการของมันคนซื้อใช้คือค นถ่ายรูปขึ้นametureและprofessional แต่ตอนนี้บางคนซื้อมาหัดถ่ายและก็ไม่ค่อยถ่ายด้วยกล้ องdslrก็มี อย่าซื้อตามแฟชั่นนะครับมันแพง

ก่อนจะซื้อคิดให้ดีว่าจะถ่ายภาพแบบซีเรียสรึเปล่า บางคนได้เสียเงินสองครั้งไปซื้อdslr likeมาแล้วถ่ายสักพัก อะ อะ ข้ามีแนวโน้มที่จะถ่ายได้เก่งกว่านี้ ก็ขายกล้องขาดทุนไปซื้อdslrมาถ่ายอีก ซึ่งในเวปนี้ก็มีหลายคน แล้วจากอยากถ่ายเล่นๆก็เลยกลายเป็นถ่ายจริงจัง ว่างไม่ได้ต้องไปหาถ่ายรูป เนื่องจากพวกเราก็เรียนศิลปะโอกาสที่จะบ้าถ่ายรูปก็ม ีเยอะกว่าอาชีพอื่น แต่ก็มีหลายคนเหมือนกัน ลงทุนซื้อDslrแล้วเอาไปวางทับกระดาษก็มี ปีนึงอาจจะหยิบมาถ่ายตอนพาแฟนไปเที่ยวปีใหม่เท่านั้น เพราะฉะนั้นต้องคิดให้ดีครับ และDslrจะต้องวุ่นวายกับน้ำหนักอุปกรณ์ เลนส์ ขาตั้ง ฟิลเตอร์ storage กระเป๋าก็จะขนาดใหญ่กว่า น้ำหนักมากกว่า ขาตั้งเล็กๆใช้ไม่ได้นะครับ เพราะกล้องและเลนส์หนักมาก ต้องใช้ขาตั้งใหญ่ๆซึ่งก็แพงกว่าขาตั้งเล็กเยอะแยะ แต่ชาวdslrบ่ยั่นครับ ซื้อได้ทุกอย่างแม้จะต้องกินมาม่าก็เอา



ต่อภาค 2 นะ...ชักเมื่อย
Posted inCamera / Photo
Views 6997 Comments 5
Total Comments 5

Comments

  1. Old Comment
    samkinkin's Avatar
    โอ้ ชอบมากๆครับ ผมก็แก๊งมาม่าครับ
    รอป๋า เขียนเรื่องการวัดแสงครับ แบบว่าอยากรู้ อิอิ
    Posted 20-07-2009 at 09:25 PM by samkinkin samkinkin is offline
  2. Old Comment
    จะตามอ่านทุกภาคครับป๋า....
    Posted 21-07-2009 at 01:08 PM by ouune ouune is offline
  3. Old Comment
    tom101's Avatar
    Quote:
    Originally Posted by ouune View Comment
    จะตามอ่านทุกภาคครับป๋า....

    น้าอ้วนต้องมาช่วยผมเขียนมากกว่ามั้ง 5555
    Posted 21-07-2009 at 01:17 PM by tom101 tom101 is offline
  4. Old Comment
    แง๊ว.... -*-
    Posted 26-07-2009 at 02:52 AM by ouune ouune is offline
  5. Old Comment
    sutthisak's Avatar
    น่าประทับใจเป็นที่สุด
    ไม่ได้ติดตามชื่นชมมานาน
    เห็นรูปชุดนี้ติดตราตรึงใจที่สุดเท่าที่จำได้
    โทนสีน้ำหนักในภาพมันartมากมาก
    ตอนนี้พึ่งถอยกล้องมาเก็บไว้ในลิ้นชักเฉยเลย แฮะแฮะ
    ลิ้นชักมันคงดีใจ
    Posted 11-08-2009 at 09:47 PM by sutthisak sutthisak is offline
 

All times are GMT +7. The time now is 09:57 AM.

Design Developed by CompleteGFX
Powered by vBulletin® Version 3.8.5
Copyright ©2000 - 2017, Jelsoft Enterprises Ltd.
Copyright ©2002-2010 Thai3dViz Co.,Ltd.
Hosting by THAISITE.net