ซันอินโนเวชั่น : ผมเป็นเด็กช่าง #1
พักเรื่องกะเหรี่ยงขื่นขม ไว้พักนึงนะครับ
เขียนต่อไม่ค่อยออกเลย เพราะรู้สึกว่า แพร่มยาวเกินไป สามตอนแล้วยังไม่ถึงคูเวตเลย
สงสัยต้อง หัดร่าง วางแผนก่อนเขียนดี ๆ แล้ว
เลยขอเมาท์อย่างอื่นก่อนละกันนะ
ช่วงนี้ผมเว้นวางจากงาน 3d ที่ต้องทำเลี้ยงปากท้อง มาระยะนึง
พอดีกะ มีเรื่องต้องย้ายที่อยู่ด้วย ทำให้มีหลาย ๆ เรื่องที่ต้องจัดการ
โดยเฉพาะสารพัดเรื่องของ True ที่ผูกขาดชีวิตผมมันไปตั้งแต่ โทรศัพท์บ้าน
มือถือ net ยัน ubc (ขอเรียก ubc นะ true visions มันไม่ติดปากเอาซะเลย)
ซักวันนึงประเทศไทย ทุกสิ่งอย่างคงมีคำว่า true นำหน้า
true3dviz.com...
true เซดอน...
true สี่หมี่เกี๊ยว...
true true true true.....
ตามหัวข้อของ blog นี้ วิญญาณเด็กช่างของผม ถูกปลุกขึ้นมาให้ครุกรุ่นอีกครั้ง
หลังจากต้องปวดใจกะ เรื่องการติดตั้ง ubc จุดที่สอง ที่ผมรับเรื่องราคาไม่ได้จริง ๆ
ผมสบโอกาสนี้ หาเรื่องทำอะไรเล่น รื้อฟื้นความรู้เก่า ๆ สมัยยังเกรียน ออกมาเล่นขำ ๆ ดีกว่า
โดยจะตั้งโจทย์ให้ตัวเองไว้ว่า ผมจะหาทาง ดู ubc จุดที่สองให้ได้ โดยที่ไม่ต้องเสียตังค์ให้ true
และ ไม่เสียตังค์ให้กล่องเถื่อนแถวบ้านหม้อด้วย
ที่สำคัญที่สุด ผมจะต้องไม่งัดแงะอี กล่อง หรือการ์ดของ ubc ให้ผู้บริหาร true visions เคืองแม้แต่น้อยด้วย
ดูซิว่าจะทำได้แค่ไหน <- อันนี้ผมท้าทายตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ยังคิดวิธีไม่ออก (และ ณ วินาทีที่เขียน blog นี้อยู่ ก็ยังทำไม่ได้)
จริง ๆ จุดที่สองของผมคือห้องนอนที่ห่างออกไปอีกไม่กี่เมตร ซึ่งมีเตียงกะโต๊ะคอม ที่ผมใช้กบดานอยู่ตลอดแทบทั้งวัน
ซึ่งถึงเวลาจะนอน ผมเป็นพวกต้องเปิดทีวีดู แล้วหลับ เพราะมีความเชื่อว่า ทีวี ใช้กันผีได้ ซึ่งก็ไม่รู้ไปเอาความเชื่อนี้มาจากไหน

แปลนห้องผม จะเห็นว่าทีวีมันอยู่ในห้องนั่งเล่น
ซึ่งกล่อง ubc กะ จุดต่อสายอากาศ อยู่ตรงนั้น
แต่ก็เหมือนจะได้ผล เพราะไม่เคยโดนผีหลอก ตอนดูทีวีอยู่ซักที แต่พอปิดไปแล้วล่ะไม่แน่
ผมมีทีวีเครื่องเดียว ถ้าอยากดูอะไรก่อนนอน ต้องดูผ่านจอคอมเท่านั้น ซึ่งก็ไม่พ้นหนังที่โหลดมา
ซึ่งมักจะดูแล้วไม่ง่วง แต่อาจให้ผลทางตรงข้ามเสียมากกว่า
ถ้าอยากจะดูทีวี ครั้นจะดู tv online ก็ไม่ชัด
หรืออยากจะดูสารคดีใน ubc ก่อนนอนทางเดียว คือ แบกทีวีจากห้องนั่งเล่น มาวางไว้บนโต๊ะคอม
แล้วลากสาย RF พร้อมกล่อง ubc เข้ามาด้วย
ลำบากเยี่ยงนี้ เด็กช่างรับไม่ได้
ขอเล่าอดีตบัดซบของชีวิตผมก่อนที่จะงงว่าทำไมผมเรียก ตัวเองว่าเด็กช่าง
มันมีปูมหลัง
หลาย ๆ คนเห็นผมเขียนโปรแกรมได้ และบางคนก็รู้ด้วยว่าผมจบมาจากสายโปรแกรม ๆ มา
ถูกกกก
แต่ผมเรียนมหาลัย ปี 3-4 ในสาขา computer science เท่านั้น
แต่ ปวช ปวส ผมเรียนสายช่างครับ
เป็นเด็กช่างเลย หัวฟู ๆ ใส่กางเกงขายาวบาน ๆ ถือกระเป๋า เหน็บไม้ที สภาพไม่น่าคบหา
มันเป็นเรื่องที่แม่ต้องทนแรงกดดันจากบรรดาเพื่อนครู ๆ ของแม่มาก
ที่ตัดสินใจปล่อยให้ลูก เรียนจบ ม 3 แล้ว ไปเรียนสายช่าง
แทนที่จะให้เรียนต่อ ม ปลาย แล้วเอ็นเข้ามหาลัยดี ๆ แบบที่ครู ๆ ทั้งหลาย
เค้าเลือกให้ลูกเดินทางนั้นกัน
แต่ครูเพทาย (แม่ผมชื่อเพทาย ใครล้อเคือง)ไม่เคยกดดัน หรือบังคับเลย แต่กลับไว้ใจให้ผมเลือกเอง
เพราะเพียงอยากให้ได้เรียนในสิ่งที่ผมเป็นเท่านั้น.. .
ย้อนกลับไปอีกตลบ สมัยยังเป็นเยาวชน
เด็กหลืบ คือคำจำกัดความ ที่พี่ชายผมใช้เรียกเราสองพี่น้อง
ที่วัยเด็กมีนิสัยหลืบคล้ายกัน
เด็กหลืบ จะนั่งหลังห้อง ไม่ใช่เพราะความจิ๊กโก๋
แต่เด็กหลืบ จะไม่กล้าสบสายตาครู คล้ายกระสือตอนกลางวัน และจะกลัวที่สุด
กับการต้องออกไปแสดงออกทุกสิ่งอย่างที่หน้าห้อง ไม่ว่าจะเป็นอ่านรายงาน ร้องเพลง
หรือ แม้แค่การออกไปลบกระดานดำ
การอยู่หลังห้อง จึงเป็นตำแหน่งที่เด็กหลืบต้องจับจอง
เด็กหลืบจะเดินเงียบ ๆ ไม่ค่อยเล่น หรือเที่ยวเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน
เด็กหลืบจะมีโลกส่วนตัวเสมอ โดยมักจะระบายออกโดยการฉีกสมุดหน้ากลางออกมาวาดเล่น
จนสมุดนั้นเล่มบางกว่าชาวบ้านอย่างเห็นได้ชัด
พี่ชายผมเติบโตมาพร้อมกันกะผม มีนิสัยหลืบอยู่ในกระแสโลหิตพอ ๆ กันกะผม
แต่มันกลับสามารถปรับตัวเข้ากะสังคมได้ ในเวลาที่มันโตขึ้น
เริ่มปรับตัวเข้ากลุ่ม เริ่มดูบอล เตะบอล เริ่มเล่นดนตรี เริ่มร่อนกะเพื่อน ๆ ตอนเลิกเรียน
ตามวัยของมัน
แต่ผมไม่ ตกเย็น กลับบ้าน รับออร์เดอร์ และ ไปซื้อกับข้าวให้แม่
กลับจากตลาด ก็เข้าครัว เสร็จแล้วก็จะเป็นเวลาของผมละ
มี ต่อตอนสองครับ
เขียนต่อไม่ค่อยออกเลย เพราะรู้สึกว่า แพร่มยาวเกินไป สามตอนแล้วยังไม่ถึงคูเวตเลย
สงสัยต้อง หัดร่าง วางแผนก่อนเขียนดี ๆ แล้ว
เลยขอเมาท์อย่างอื่นก่อนละกันนะ
ช่วงนี้ผมเว้นวางจากงาน 3d ที่ต้องทำเลี้ยงปากท้อง มาระยะนึง
พอดีกะ มีเรื่องต้องย้ายที่อยู่ด้วย ทำให้มีหลาย ๆ เรื่องที่ต้องจัดการ
โดยเฉพาะสารพัดเรื่องของ True ที่ผูกขาดชีวิตผมมันไปตั้งแต่ โทรศัพท์บ้าน
มือถือ net ยัน ubc (ขอเรียก ubc นะ true visions มันไม่ติดปากเอาซะเลย)
ซักวันนึงประเทศไทย ทุกสิ่งอย่างคงมีคำว่า true นำหน้า
true3dviz.com...
true เซดอน...
true สี่หมี่เกี๊ยว...
true true true true.....
ตามหัวข้อของ blog นี้ วิญญาณเด็กช่างของผม ถูกปลุกขึ้นมาให้ครุกรุ่นอีกครั้ง
หลังจากต้องปวดใจกะ เรื่องการติดตั้ง ubc จุดที่สอง ที่ผมรับเรื่องราคาไม่ได้จริง ๆ
ผมสบโอกาสนี้ หาเรื่องทำอะไรเล่น รื้อฟื้นความรู้เก่า ๆ สมัยยังเกรียน ออกมาเล่นขำ ๆ ดีกว่า
โดยจะตั้งโจทย์ให้ตัวเองไว้ว่า ผมจะหาทาง ดู ubc จุดที่สองให้ได้ โดยที่ไม่ต้องเสียตังค์ให้ true
และ ไม่เสียตังค์ให้กล่องเถื่อนแถวบ้านหม้อด้วย
ที่สำคัญที่สุด ผมจะต้องไม่งัดแงะอี กล่อง หรือการ์ดของ ubc ให้ผู้บริหาร true visions เคืองแม้แต่น้อยด้วย
ดูซิว่าจะทำได้แค่ไหน <- อันนี้ผมท้าทายตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ยังคิดวิธีไม่ออก (และ ณ วินาทีที่เขียน blog นี้อยู่ ก็ยังทำไม่ได้)
จริง ๆ จุดที่สองของผมคือห้องนอนที่ห่างออกไปอีกไม่กี่เมตร ซึ่งมีเตียงกะโต๊ะคอม ที่ผมใช้กบดานอยู่ตลอดแทบทั้งวัน
ซึ่งถึงเวลาจะนอน ผมเป็นพวกต้องเปิดทีวีดู แล้วหลับ เพราะมีความเชื่อว่า ทีวี ใช้กันผีได้ ซึ่งก็ไม่รู้ไปเอาความเชื่อนี้มาจากไหน

แปลนห้องผม จะเห็นว่าทีวีมันอยู่ในห้องนั่งเล่น
ซึ่งกล่อง ubc กะ จุดต่อสายอากาศ อยู่ตรงนั้น
แต่ก็เหมือนจะได้ผล เพราะไม่เคยโดนผีหลอก ตอนดูทีวีอยู่ซักที แต่พอปิดไปแล้วล่ะไม่แน่
ผมมีทีวีเครื่องเดียว ถ้าอยากดูอะไรก่อนนอน ต้องดูผ่านจอคอมเท่านั้น ซึ่งก็ไม่พ้นหนังที่โหลดมา
ซึ่งมักจะดูแล้วไม่ง่วง แต่อาจให้ผลทางตรงข้ามเสียมากกว่า
ถ้าอยากจะดูทีวี ครั้นจะดู tv online ก็ไม่ชัด
หรืออยากจะดูสารคดีใน ubc ก่อนนอนทางเดียว คือ แบกทีวีจากห้องนั่งเล่น มาวางไว้บนโต๊ะคอม
แล้วลากสาย RF พร้อมกล่อง ubc เข้ามาด้วย
ลำบากเยี่ยงนี้ เด็กช่างรับไม่ได้
ขอเล่าอดีตบัดซบของชีวิตผมก่อนที่จะงงว่าทำไมผมเรียก ตัวเองว่าเด็กช่าง
มันมีปูมหลัง
หลาย ๆ คนเห็นผมเขียนโปรแกรมได้ และบางคนก็รู้ด้วยว่าผมจบมาจากสายโปรแกรม ๆ มา
ถูกกกก
แต่ผมเรียนมหาลัย ปี 3-4 ในสาขา computer science เท่านั้น
แต่ ปวช ปวส ผมเรียนสายช่างครับ
เป็นเด็กช่างเลย หัวฟู ๆ ใส่กางเกงขายาวบาน ๆ ถือกระเป๋า เหน็บไม้ที สภาพไม่น่าคบหา
มันเป็นเรื่องที่แม่ต้องทนแรงกดดันจากบรรดาเพื่อนครู ๆ ของแม่มาก
ที่ตัดสินใจปล่อยให้ลูก เรียนจบ ม 3 แล้ว ไปเรียนสายช่าง
แทนที่จะให้เรียนต่อ ม ปลาย แล้วเอ็นเข้ามหาลัยดี ๆ แบบที่ครู ๆ ทั้งหลาย
เค้าเลือกให้ลูกเดินทางนั้นกัน
แต่ครูเพทาย (แม่ผมชื่อเพทาย ใครล้อเคือง)ไม่เคยกดดัน หรือบังคับเลย แต่กลับไว้ใจให้ผมเลือกเอง
เพราะเพียงอยากให้ได้เรียนในสิ่งที่ผมเป็นเท่านั้น.. .
ย้อนกลับไปอีกตลบ สมัยยังเป็นเยาวชน
เด็กหลืบ คือคำจำกัดความ ที่พี่ชายผมใช้เรียกเราสองพี่น้อง
ที่วัยเด็กมีนิสัยหลืบคล้ายกัน
เด็กหลืบ จะนั่งหลังห้อง ไม่ใช่เพราะความจิ๊กโก๋
แต่เด็กหลืบ จะไม่กล้าสบสายตาครู คล้ายกระสือตอนกลางวัน และจะกลัวที่สุด
กับการต้องออกไปแสดงออกทุกสิ่งอย่างที่หน้าห้อง ไม่ว่าจะเป็นอ่านรายงาน ร้องเพลง
หรือ แม้แค่การออกไปลบกระดานดำ
การอยู่หลังห้อง จึงเป็นตำแหน่งที่เด็กหลืบต้องจับจอง
เด็กหลืบจะเดินเงียบ ๆ ไม่ค่อยเล่น หรือเที่ยวเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน
เด็กหลืบจะมีโลกส่วนตัวเสมอ โดยมักจะระบายออกโดยการฉีกสมุดหน้ากลางออกมาวาดเล่น
จนสมุดนั้นเล่มบางกว่าชาวบ้านอย่างเห็นได้ชัด
พี่ชายผมเติบโตมาพร้อมกันกะผม มีนิสัยหลืบอยู่ในกระแสโลหิตพอ ๆ กันกะผม
แต่มันกลับสามารถปรับตัวเข้ากะสังคมได้ ในเวลาที่มันโตขึ้น
เริ่มปรับตัวเข้ากลุ่ม เริ่มดูบอล เตะบอล เริ่มเล่นดนตรี เริ่มร่อนกะเพื่อน ๆ ตอนเลิกเรียน
ตามวัยของมัน
แต่ผมไม่ ตกเย็น กลับบ้าน รับออร์เดอร์ และ ไปซื้อกับข้าวให้แม่
กลับจากตลาด ก็เข้าครัว เสร็จแล้วก็จะเป็นเวลาของผมละ
มี ต่อตอนสองครับ
Total Comments 5
Comments
-
Posted 08-08-2009 at 09:17 AM by tom101
-
Posted 08-08-2009 at 12:24 PM by zunshiro
-
Posted 08-08-2009 at 04:54 PM by tom101
-
Posted 09-08-2009 at 04:37 PM by keano-manz
-
Posted 20-08-2009 at 10:06 AM by i-note






