Thai3Dviz  

Go Back   Thai3Dviz > Blogs > Nut

Blog นี้จะเขียนเรื่องทั่วๆไป สาระน่ารู้ เรื่องไร้สาระต่างๆ รวมไปถึง update ทุกเรื่องใน Thai3dviz.com
Rate this Entry

สดุดีกีตาร์ก้อย(1)

Posted 19-07-2009 at 09:00 AM by Nut
Updated 20-07-2009 at 09:51 AM by Nut

นิยายเรื่องนี้โพสครั้งแรกเมื่อ 10/06/2005 เป็นนิยายเพ้อเจ้อแนวยุทธจักร บอกเล่า อัตชีวประวัติของกีตาร์(ลาบ)ก้อย และ ตำนานพรรคไทยวิซ




ท่านผู้นี้ตระเวณเล่นดนตรีมาแล้วเจ็ดย่านน้ำ
ด้วยความเท่ห์ของท่าน มีสาวๆมานั่งรอท่านหลังคอนเสริตเลิกมากมาย
ในวัยต้นๆ 20 และลีลาพริ้วสะบัดปลายนิ้วก้อย ท่านได้รับฉายา กีตาร์(ลาบ)ก้อย เมื่อครั้งปะทะกับ กีตาร์เทพ แหลม มอริสัน แม้ท่านจะพ่ายแพ้เพราะยังอ่อนประสบการณ์ แต่กลับผลักดันให้ท่านก้าวขึ้นสู่ ทำเทียบยอดฝีมือ ฉายากีตาร์ก้อย เลื่องระบือไปถึงอุดร

แต่แล้วยอดฝีมืออัจฉริยะท่านนี้ ด้วยวัยฉกรรจ์และกำลังรุ่งถึงขีดสุด ท่านกลับอำลาวงการ ทิ้งไว้เพียงความทรงจำและสำเนียงอันแผ่วพริ้ว ได้อารมณ์ยิ่งยามจก ข้าวเหนียว จิ้มแจ่ว

ยี่สิบกว่าปีให้หลัง ท่านกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง
สามปีก่อนเขย่าวงการ 3D ด้วยการก่อตั้งพรรคไทยวิซ กรีดเลือดร่วมสาบานกับพี่น้อง 4 คน รวบรวมยอดฝีมือจากทั่วสารทิศมาร่วมอุดมการณ์ ปัจจุบันมีพี่น้องเข้าร่วมพรรค 3 พันคน

ปีนี้ท่านก้าวต่อไป ลุยดงเข็ม หญ้าคาและหญ้าคัน มือซ้ายถือคาลาไมล์ มือขวาถือ D70 ด้วยวัย 40 ปี ท่านกำลังเขย่าวงการถ่ายภาพให้แตกกระเจิงอีกครั้ง ล่าสุด หลังหาข้ออ้างขอเบอร์โทร จากดรุณีสาวประชาสัมพันธ์ แห่ง House of wax ท่านก้าวขึ้นสู่ทำเนียบยอดฝีมืออีกครั้ง ด้วยผลงานซีรีย์ หุ่นขี้ผึ้ง

จากนี้ไปท่านจะเล่นอะไรต่อ ท่านจะไปไหน ท่านจะดังเป็นพลุแตกอีกหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะท่านได้พิสูจน์แล้วว่า ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำนี้ ท่านเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร เพราะท่าน คือ ต้อม หนึ่ง ศูนย์ หนึ่ง







ขณะที่กำลังรุ่งในยามราตรีอยู่นั้น เวลากลางวันกีตาร์ก้อยทำงานเป็นช่างเขียนแบบอยู่ที่อ อฟฟิศแห่งหนึ่ง ด้วยความขยันและอดทน ทำงานแบบไม่สนใจโอที ก็เริ่มมีงานนอกเข้ามา กีตาร์ก้อยควบ อาชาเหงื่อโลหิต ตะเวณรับส่งงานทั่วสารทิศ
และพบว่ารายได้จากงานกลางวัน 200 ตำลึง ซึ่งมากกว่างานดนตรีถึง 10 เท่า น่าจะทำให้บุตรที่กำลังจะเกิดมา อยู่ดีมีสุขกว่า

กีตาร์ก้อยจึงเดินทางไปหานักพยากรณ์เพื่อปรึกษาว่าจะ เอาไงดีกับชีวิต
คำตอบที่ได้รับคือ ท่านต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
สุดท้ายกีตาร์ก้อยเลือกครอบครัวมาก่อน จึงหันหลังให้ยุทธจักร ล้างมือในกะละมังสังกะสี เป็นก้าวแรกที่ทำให้กีตาร์ก้อย กำลังจะผันตัวเองมาเป็นประมุขพรรค 101 imagedesign









กีตาร์ก้อยตัดสินใจเข้าแผ่นดินตงง้วน
หลังจากที่ได้รับข่าวที่มากับพ่อค้าปสุสัตว์ที่มาค้า ขายนอกกำแพงใหญ่ ร่ำลือถึงสองยอดฝีมือในแผ่นดินตงง้วน หนึ่งคือ บูรพาไม่แพ้ ต๊กโกวหย่ง
อีกหนึ่งคือ มีดบินไม่พลาดเป้า ลี้เลเยอร์

กีตาร์ก้อยส่งพิราบสื่อสารกับต๊กโกวหย่ง ขอคำชี้แนะวิชา 3D ซึ่งได้รับคำตอบกลับมาว่า ยินดีที่จะชี้แนะให้ในวันเพ็ญเดือนเก้า เมื่อไปตามนัด ปรากฎว่าต๊กโกวหย่ง มีภาระกิจต้องออกเดินทางไปโพ้นทะเลเสียก่อน

ค่ำคืนนั้นกีตาร์ก้อยจึงให้ม้าเร็วส่งสารน์ไปหา ลี้เลเยอร์ โดยขอนัดพบ 2 คืนเฉพาะเวลายามสาม
แม้ว่าลี้เลเยอร์ยามนั้น ยังมิได้โด่งดังและวิชามีดบินล้ำเลิศเช่นยามนี้ แต่การถกวิชา 3D ในสองคืนครั้งนั้นกลับก่อประโยชน์อเนกอนันต์

เบื้องต้น กีตาร์ก้อย ถามว่าการขึ้นโมเดลใน 3dviz ทำอย่างไร ลี้เลเยอร์จึงขึ้นโมเดลให้ดู นับว่าเปิดสายตาของกีตาร์ก้อยให้เห็นโลกกว้างจริงๆ
เมื่อเห็นลี้เลเยอร์ร่ายรำกระบวนท่าทำโมเดล
กีตาร์ก้อยได้แต่จดจำเนื่องจากเวลาจำกัด และต้องจำให้ได้ในเวลา 1 ชั่วยาม

จากนั้นกีตาร์ก้อยถามว่า การใส่แมททีเรียลทำอย่างไร ลี้เลเยอร์จึงแสดงกระบวนท่าออกมา
ในวัย 30 กว่า กีตาร์ก้อยแม้ว่าสมองส่วนความจำเริ่มเฉื่อยชา แต่ประสบการณ์ในยุทธจักรมีไม่น้อยอาศัยการมองแล้ววิเ คราะห์ถึงแก่น ตัดความจุกจิกยิบย่อยในกระบวนท่าออก เลือกเฟ้นจำเฉพาะหลักการสำคัญ รู้สึกตัวอีกที ฟ้าสางเสียแล้ว กีตาร์ก้อยอำลาจาก บอกว่าจะกลับมาในคืนต่อไป





คืนที่สองนับว่าหนักหนาที่สุด ลี้เลเยอร์ ร่ายรำกระบวนท่าจัดแสง สร้างความงุนงงแก่กีตาร์ก้อย จนตาพร่าลาย เนื่องจากลี้เลเยอร์ยามนั้นกระบวนท่าสับสน เพราะยังอยู่ในช่วงคิดค้น ยอดวิชามีดบิน 3 เล่ม แต่ถึงกระนั้น แนวคิดของยอดวิชาได้เพาะทิ้งเมล็ดพันธุ์ไว้ให้แก่กีต าร์ก้อย
เมื่อถึงตอนอำลา ทั้งสองได้เพาะสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันไว้ ซึ่งภายหลังมิตรภาพที่ทั้งสองมีให้แก่กันใน 2 คืนนั้น ก็ได้ส่งเสริมให้ลี้เลเยอร์ สำเร็จยอดวิชา มีดบิน 3 เล่ม สร้างชื่ออันลือลั่นในปัจจุบัน (ซึ่งจะได้กล่าวถึงในภายหลัง)


เมื่อกลับมาถึงนอกกำแพงใหญ่ กีตาร์ก้อย ได้เริ่มก้าวเข้าสู่หนทางแห่งยอดฝีมือ 3D และเป็นที่มาทำให้ท่านได้พบกับ อึ้งตานัท (อีตานัท) ร่วมสาบานเป็นพี่น้อง ก่อตั้งพรรคไทยวิซ ในเวลาต่อมา





ติดตามเรื่องราวต่อไป เร็วๆนี้
Total Comments 5

Comments

  1. Old Comment
    น่าติดตามมากครับ ฮี่ ฮี่ ฮี่ อ่านเพลินเลย.. รออ่านต่อครับท่าน
    Posted 19-07-2009 at 12:01 PM by ouune ouune is offline
  2. Old Comment
    Nut's Avatar
    ณ โรงเตี๊ยมเก่าๆนอกกำแพงใหญ่
    ที่นี่เป็นแหล่งรวมของ จอมยุทธ พ่อค้า ยาจก และคนเถื่อน

    กีตาร์ก้อย มักจะมานั่งที่นี่เป็นประจำ แม้ว่าโรงเตี้ยมจะเก่า กลิ่นเหม็นอับชื้น
    แต่ที่นี่มักมีคนแปลกๆผ่านทางมาแวะอยู่ตลอดเวลา กีตาร์ก้อยชอบคบหาสหาย ชอบสนทนากับคนแปลกหน้า บางครั้งมักจะได้อะไรดีๆกลับไปเสมอ

    คืนหนึ่งขณะนั่งดื่มน้ำเปล่าในใจนึกทบทวนถึงวิชา 3d ที่ได้รับคำชี้แนะจากลี้เลเยอร์ กีตาร์ก้อย เห็นบุรุษร่างสูง ผมเผ้าปล่อยยาวสยายถึงกลางหลัง เดินเข้าโรงเตี๊ยมมา ด้วยจิตใจที่กว้างขวาง จึงเชื้อเชิญให้นั่ง พร้อมเรียกเสี่ยวเอ้อให้นำสุรามา
    กีตาร์ก้อยไม่ดื่มสุรา
    เนื่องจากครั้งสุดท้ายที่เมามาย ได้ทำร้ายสหายขาแขนหัก โรงนาวอดวายในเปลวเพลิง ตั้งแต่นั้นจึงสาบานเลิกสุราอย่างเด็ดขาด
    นับถึงวันนี้ สิบกว่าปี
    แม้กระนั้นการสนทนากลับออกรสชาติ ชายผู้นั้นแนะนำตัว แซ่อึ้ง ชื่อตานัท พเนจรมาทั่วหล้า สุดท้ายมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งนี้

    กีตาร์ก้อยอาศัยการเมาดิบ พูดคุยทุกเรื่องอย่างออกรส ตั้งแต่ชีวิตที่ผาดโผน ยันเรื่องสามดี

    เล่าถึงชีวิตในวัยเด็ก


    ชีวิตในวัยเรียน


    ชีวิตในยามทำงานกลางคืน


    การเปิดใจคบหากับสหายแปลกหน้าครั้งนั้น สร้างความประทับใจกับ อึ้งตานัทเป็นอย่างยิ่ง
    โดยที่อึ้งตานัทไม่เคยรู้เลยว่า เขาจะต้องฟังเรื่องราวเหล่านั้นอีกเป็นร้อยรอบ


    --------------------------------------------------

    หลังจากกีตาร์ก้อย พบและได้สนทนากับอึ้งตานัทจนดึกดื่น ก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าอยากเปิดร้านน้ำชาเล็กๆ
    แต่เนื่องจากทั้งสองยังมิใช่จอมยุทธที่มีชื่อเสียงโด ่งดังในยุทธจักร 3D
    กีตาร์ก้อยจึงมีความคิดว่า น่าจะเชิญต๊กโกวหย่งมาร่วมหุ้นด้วย
    โดยใช้พื้นที่เล็กๆ ด้านหลังยอดเขาเห็งซานอันเป็นที่ตั้งของพรรค 101 imagedesign
    คิดดังนั้น กีตาร์ก้อยจึงได้ส่งพิราบสื่อสารข้ามทะเลไปถึงสิงคโป ร์
    เชื่อเชิญต๊กโกวหย่งมาร่วมกันตั้งร้านน้ำชา
    โดยใช้ชื่อว่า 3D+AD เพื่อเป็นสถานที่พบปะพูดคุยของเหล่าจอมยุทธที่ผ่านทา งมา
    ลี้เลเยอร์ในช่วงนั้นกำลังเก็บตัวฝีกวิชา จึงมิได้เยี่ยมกราย มาเท่าไหร่นัก

    จอมยุทธที่แวะเวียนมาที่ร้านน้ำชาในยุคนั้น
    ปัจจุบันมีชื่อเลื่องลือ อาทิเช่น หัตถ์เมฆพริ้ว ตั้งโอ้ค และ สุภาพบุรุษซามูไร จิโอริน เป็นต้น
    ร้านน้ำชา 3D+AD มีผู้แวะเวียนมาพบปะกันราว 50 คน แม้กระนั้นร้านก็ดูคับแคบไปถนัดตา

    หกเดือนหลังจาก 3D+AD เริ่มเป็นที่รู้จัก กีตาร์ก้อยได้เปรยกับ อึ้งตานัท
    ว่าน่าจะก่อตั้งพรรคเพื่อรวบรวมยอดฝีมือ 3D และ คนรุ่นใหม่ มาแลกเปลี่ยนความรู้
    และสร้างสรรแนวทางใหม่ๆให้ยุทธจักร ถาปัด อินทีเรีย
    แต่คำพูดเปรยๆของกีตาร์ก้อย เป็นลมที่พัดมาแล้วผ่านไป
    กีตาร์ก้อยยังคงวุ่นวายกับภาระกิจในพรรค 101 และอาจจะลืมไปแล้วเสียก็ได้
    สร้างความร้อนรุ่มใจและหงุดหงิดรำคาญแก่อึ้งตานัทยิ่ งนัก



    จนกระทั่งกีตาร์ก้อย เดินทางเข้าแผ่นดินตงง้วน
    นัดพบ อึ้งตานัทและลี้เลเยอร์พี่น้องทั้งสอง ณ เหลาสุรา ตำบลงามวงศ์วาน
    เมื่อสนทนาและร่ำสุราได้ที่ อึ้งตานัทก็บันดาลโทสะ คว่ำโต๊ะสุรา ถ้วยชามแตกกระจาย
    แขกเหรื่อท่านอื่นวิ่งหนีชุลมุนวุ่นวาย
    อึ้งตานัท ตาแดงฉานเพราะฤทธิ์สุราลุกขึ้นชี้หน้ากีตาร์ก้อย
    "ถ้าพี่ใหญ่ไม่ตั้งพรรค ความสัมพันธ์เราพี่น้องจะเป็นเหมือนดั่งตะเกียบนี้"
    ว่าแล้วก็หักตะเกียบขว้างทิ้งลงพื้น กระโดดขึ้นรถม้าจากไป

    กีตาร์ก้อยรู้สึกเสียหน้าเป็นยิ่งนัก รีบเดินทางกลับนอกกำแพงใหญ่
    เมื่อกลับมาถึงได้จัดการเอกสารก่อตั้งพรรคจนเรียบร้อ ย ตั้งชื่อว่าพรรคไทยวิซ แล้วจึงส่งพิราบสื่อสารออกไป 3 ตัว
    หนึ่ง ถึงต๊กโกวหย่ง ที่โพ้นทะเล
    สอง ถึง ลี้เลเยอร์
    สาม ถึง อึ้งตานัท

    ใจความว่า
    "แผ่นฟ้ากว้างไพศาล ยากนักจะมาพบพาน
    บัดนี้ขอยกเลิก 3D+AD ก่อตั้งพรรคไทยวิซ
    ขอน้องทั้งสามกรีดเลือดสาบาน
    พร้อมส่งเงิน 1000 ตำลึง
    เพื่อสร้างพรรคให้เกริกไกร"



    และแล้วกีตาร์ก้อยก็ก้าวขึ้นสู่ประมุขพรรคไทยวิซ
    เปลี่ยนฉายาจากกีตาร์ก้อยเป็น แป๊ะเจ่กต้อม

    อึ้งตานัทรับตำแหน่งรองประมุข
    ลี้เลเยอร์เป็นทูตซ้าย
    ต๊กโกวหย่งเป็นทูตขวา

    นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของกีตาร์ก้อย
    ที่ต้องกุมบังเหียนพรรคใหญ่อันดับต้นๆของยุทธจักร 3D
    Posted 19-07-2009 at 04:06 PM by Nut Nut is offline
    Updated 20-07-2009 at 10:44 AM by Nut
  3. Old Comment
    Nut's Avatar
    กีตาร์ก้อย ซึ่งแม้จะได้ขนานนามฉายาใหม่เป็น แป๊ะเจ่กต้อม
    ข้าพเจ้าขอเรียกเป็นกีตาร์ก้อยเหมือนเดิมเพราะมันส์ป ากกว่ากันเยอะ
    นอกจากนี้คำเรียกนี้ก็ติดปากแฟนๆเรื่องราวของท่านไปเ สียแล้ว

    กีตาร์ก้อยมักจะมีความคิดริเริ่มใหม่ๆ
    และความคิดของท่านมักสร้างความสั่นสะเทือนยุทธภพเสมอ
    ยกตัวอย่างเช่น การชุมนุมวิจารณ์กระบี่ wizards' course
    ซึ่งจัดไปถึง 3 รอบใหญ่ 4 รอบย่อย
    การชุมนุมวิจารณ์กระบี่ได้รับความสนใจจากจอมยุทธทั้ง หน้าเก่าและหน้าใหม่อย่างล้นหลาม
    เรื่องราวที่จะเล่าจากนี้ไป เป็นการชุมนุมวิจารณ์กระบี่ครั้งแรก
    ที่ชักนำให้ ต๊กโกวหย่งเดินทางจากโพ้นทะเล กลับเข้าสู่แผ่นดินตงง้วน
    และเป็นการพบหน้ากันครบทีมครั้งแรกของ 4 พี่น้อง














    ที่ผ่านมา การติดต่อต๊กโกวหย่งผู้มีร่องรอยลี้ลับ อาศัยผ่านทางพิราบสื่อสารเท่านั้น
    นอกจากนี้ในการชุมนุมครั้งนั้น กีตาร์ก้อยได้รับเอาน้องสุดท้อง กระบี่หนักเหล็กดำ ไอมู มาร่วมทีม
    ขนานนามเป็น 5 ผู้กล้าไทยวิซ


    ...ต๊กโกวหย่งแล่นเรือกลับถึงแผ่นดินตงง้วนบ้านเกิด
    ในมือถือตำรากระบี่ ที่คิดค้นขึ้นมาจากประสบการณ์โพ้นทะเล
    อีก 2 วันจะถึงการชุมนุมวิจารณ์กระบี่
    ต๊กโกวหย่งมิได้คาดคิดมาก่อนว่า ตำรากระบี่นี้ในภายหลังกลายเป็นที่ต้องการของชาวยุทธ
    และทำให้เกิดยอดยุทธรุ่นหลังตามมาอีกมากมาย
    คราครั้งนี้ต๊กโกวหย่งได้รับมอบหมายจากกีตาร์ก้อย ให้เป็นผู้วิจารณ์กระบี่ต่อหน้าจอมยุทธทั้งหลาย
    สร้างความประหวั่นใจไม่น้อย เนื่องจากต๊กโกวหย่งเป็นผู้เก็บตัวสันโดษ ไม่ใคร่ออกงานสังคมมากนัก


    ...กีตาร์ก้อยควบอาชาเหงื่อโลหิตจากนอกกำแพงใหญ่เข้า แผ่นดินตงง้วน
    ในใจนึกถึงน้องร่วมสาบานทั้ง 3 คน
    ไม่มั่นใจนักว่างานที่มอบหมายให้ไปจะสำเร็จเรียบร้อย หรือไม่
    งานวิจารณ์กระบี่ครั้งแรกนี้ พรรคไทยวิซเสนอหน้าเป็นตัวตั้งตัวตี จะผิดพลาดไม่ได้
    เพราะมันหมายถึงอนาคต ความรุ่งโรจน์ของพรรค
    พิราบสื่อสาร 3 ตัวที่ส่งไปถึงน้องทั้งสาม นัดพบกันที่โรงเตี๊ยมหน้าด่านเซ้งกวน
    ป่านนี้คงถึงมือน้องๆแล้ว




    ...อึ้งตานัทหลังจากได้รับพิราบสื่อสารจากกีตาร์ก้อย
    ก็ผละจากงานที่ทำอยู่ ขึ้นรถม้ามุ่งตรงไปยังสถานที่นัดหมาย
    ในใจนึกตื่นเต้นที่จะได้พบต๊กโกวหย่ง ก่อนออกไปได้ส่งพิราบสื่อสารถึง ลี้เลเยอร์
    ใจความว่า
    "หากถึงก่อนพบหน้าต๊กโกวหย่ง
    อย่าพูดจาให้ระคายเคือง
    หากพูดผิดหู มีดบินเจ้า ยังไม่ใช่คู่มือกระบี่ไว
    พี่ใหญ่กีตาร์ก้อยฝากคำเตือน"



    ...ลี้เลเยอร์เดินทอดน่องอยู่หน้าด่านเซ้งกวน
    ในใจไม่ยอมรับนับถือ ต๊กโกวหย่งจะแค่ไหนนักเชียว
    คำเตือนจากพี่รองและพี่ใหญ่ ออกจะกล่าวเกินเลย
    ยกต๊กโกวหย่งเสียเลอเลิศ ขอพบหน้าหน่อยซิเจ้าจะแน่แค่ไหน



    โปรดติดตามตอนต่อไป.....
    Posted 19-07-2009 at 04:20 PM by Nut Nut is offline
    Updated 20-07-2009 at 10:46 AM by Nut
  4. Old Comment
    Thinking_41's Avatar
    ไม่เอามาให้อ่านต่อ มีโกรธเลยนะเนี่ย....
    Posted 19-07-2009 at 10:33 PM by Thinking_41 Thinking_41 is offline
  5. Old Comment
    Nut's Avatar
    ลี้เลเยอร์ตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปในร้านสุราก่อนเวลา นัดหมาย
    ภายในร้าน มีแขก บางตา จับกลุ่มกันอยู่ไม่กี่โต๊ะ ลี้เลเยอร์กวาดตาไปรอบๆร้าน พลันสายตาไปสะดุดกับชายผู้หนึ่ง ที่นั่งอยู่ มุมห้องของร้าน

    ชายผู้นี้ รูปร่างผอม สูง วัยประมาณ 20 ปลายๆ ใบหน้ามีเค้าโคลง ที่ยาวผิดมนุษย์ แก้มที่ ซูบผอม ปากซีด ผมเผ้ารุงรัง ขาดการดูแล มีสีขาวแซม เพราะริ้วรอยแห่งกาลเวลา นัยน์ตาเบิกโพลง เหม่อลอย แต่แฝงไปด้วย ความมุ่งมั่น

    มือซ้ายที่ถือจอกสุรา นั้นสั่น รัวตามจังหวะของชีพจร ซึ่งแสดงถึงพิษสุราที่บั่นทอนชีวิตของชายผู้นี้ ที่บริเวณมุมปาก จะคาบบุหรี่ซึ่งใกล้จะหมดมวน มีขี้บุหรี่ยาวเฟื้อย ไฟที่ปลายมวนแดงฉาน วูบวาบ ใกล้ถึงริมฝีปาก ก็มิทำให้ชายผู้นี้รู้สึกอะไร ที่น่าประหลาดใจ ก็เห็นจะเป็นบุหรี่มวนที่คาบอยู่ แม้จะเงยหน้า ก้มหน้า และหันหน้า เผยอ ปาก ก็มิอาจทำให้ บุหรี่ มวนนี้หลุดจากริมฝีปากของเขาได้
    นั่นแสดงให้เห็นถึงพลังภายใน ที่ใช้ออกมา ผ่านริมฝีปากโดยการคีบบุหรี่ ของชายผู้นี้ ถึงกระนั้นก็จะสังเกตุได้จากมุมปาก ที่เขียวเป็นวง ว่าผ่านการฝึกเกร็งและคีบ สิ่งของ ที่ริมฝีปาก มาเป็น นับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งลี้เลเยอร์มิอาจคาดได้ถึงการฝึกฝนนี้



    ถึงตอนนี้เหงื่อกาฬ ของลี้เลเยอร์ เริ่มไหลออกมาตามซอกหลืบ ของร่างกาย โดยมิรู้ตัว ในใจตระหนักแล้วว่า ได้เจอยอดฝีมือตัวจริงเข้าให้แล้ว......

    (หมายเหตุ** สำนวนนี้จากคำบรรยายโดยลี้เลเยอร์เอง)
    ..........

    ต๊กโกวหย่งพลันรู้สึกได้ถึงรังสีฆ่าฟัน แม้ตาจะยังทอดมองดรุณีสาววัยเยาว์ใส่เอี๊ยมสีแดงสดเบ ื้องนอก
    แต่ประสาทความรู้สึกได้ตื่นตัวเต็มที่ รักษาสถานะความว่าง ไร้จุดอ่อนให้จู่โจมเอาไว้
    เมื่อเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวเข้ามาใกล้
    จึงค่อยๆผละสายตาจากสาวน้อย เหลือบมองผู้มาถึง
    ปราดแรก ต๊กโกวหย่ง เห็นชายร่างสันทัด ผมขาวเป็นหย่อมใหญ่เนื่องจากการไปทำไฮไลท์ที่ไร้รสนิ ยม
    ช่างดูขัดกันกับไปหน้าที่อายุไม่เกิน 30
    หนวดเคราไม่โกน ตาคมประดุจเหยี่ยว แต่กลับเชื่อมเยิ้มเมื่อมองตามสายตาต๊กโกวหย่งไปยังด รุณีุสาวใส่เอี๊ยมเบื้องนอก
    การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสายตาชายผู้นี้ ทำให้ต๊กโกวหย่งสะท้านในใจลึกๆ
    เขาได้เจอคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวเสียแล้ว



    ............

    "ต๊กโกวหย่ง?"
    "ลี้เลเยอร์?"
    ทั้งสองกล่าวคำทักทายสั้นๆ
    ลี้เลเยอร์ทรุดกายลงนั่งเบื้องหน้าต๊กโกวหย่ง สายตาทั้งสองประสานกันดังสายฟ้าฟาดใส่
    ความเงียบเข้าครอบคลุมบรรยากาศ
    เสื้อผ้าของทั้งสองเบ่งพองราวอัดอากาศ
    ต๊กโกวหย่งโคจรพลังไม่หยุดยั้ง
    เช่นเดียวกับลี้เลเยอร์

    ทั้งสองยื่นมือออกมาให้สัมผัสพร้อมกัน
    ลี้เลเยอร์รับรู้ได้ถึงแรงบีบอันหนักแน่น ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปถึงหัวไหล่ แต่ยังรักษาสีหน้าเป็นปกติ

    ต๊กโกวหย่งไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นัก แขนขวาเริ่มชาด้านแต่ยังแสดงสีหน้าเฉยเมย

    "สีแดง?" ลี้เลเยอร์ถาม
    "ใช่ สีแดง " ต๊กโกวหย่งตอบ

    "ตกลงยังไง?" ลี้เลเยอร์ถาม

    ต๊กโกวหย่งนิ่งคิดสักครู่ " ในเมื่อที่นี่มีหญิงเพียงคนเดียว เราเปลี่ยนสถานที่หลังจากเลิกประชุมกับพี่ๆไปที่อื่น ...
    ท่านรู้จักตรอกข้าวสารหรือไม่ ?"

    "ตกลง ท่านหนึ่งคน เราหนึ่งคน ห้ามมิให้แย่งกัน เรื่องนี้ห้ามบอก กีตาร์ก้อยและอึ้งตานัท" เลเยอร์ตอบสวนทันควัน
    ทั้งสองมองตากันแล้วระเบิดเสียงหัวเราะกึกก้อง
    บุหรี่ที่ไม่เคยหล่นจากปากต๊กโกวหย่ง กลิ้งหลุนๆอยู่บนพื้น
    เผอิญกลิ้งไปใต้เท้าของอึ้งตานัท ที่กำลังเดินเข้ามา

    บุหรี่บี้แบน

    อึ้งตานัทมองทั้งสองด้วยสีหน้าโล่งใจ หันไปกระซิบถามกีตาร์ก้อยที่อยู่ข้างๆ
    "มันหัวเราะอะไรกันวะพี่ "


    ติดตามตอนต่อไป.....คลิกที่นี่
    Posted 20-07-2009 at 08:23 AM by Nut Nut is offline
    Updated 20-07-2009 at 08:43 AM by Nut
 

All times are GMT +7. The time now is 02:27 AM.

Design Developed by CompleteGFX
Powered by vBulletin® Version 3.8.5
Copyright ©2000 - 2018, Jelsoft Enterprises Ltd.
Copyright ©2002-2010 Thai3dViz Co.,Ltd.
Hosting by THAISITE.net