Thai3Dviz  

Go Back   Thai3Dviz > Blogs > Nut

Blog นี้จะเขียนเรื่องทั่วๆไป สาระน่ารู้ เรื่องไร้สาระต่างๆ รวมไปถึง update ทุกเรื่องใน Thai3dviz.com
Rate this Entry

ความรู้เกี่ยวกับ พรบ.คอมพิวเตอร์

Posted 13-07-2009 at 08:38 AM by Nut

“พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิ วเตอร์ พ.ศ.2550” ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 นับได้ว่าเป็นที่จับตามองและมีความสำคัญอย่างมากในทุ กวงการ เพราะปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทและเป็นส่ว นหนึ่งในชีวิตประจำวัน ของเราไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ภาครัฐ เอกชน คนทำงาน นิสิต นักศึกษา ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องศึกษาข้อมูลและทำความ เข้าใจเกี่ยวกับพ .ร.บ.ฉบับนี้ และเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ และให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยของเราเป็นไปใ นทางที่สร้างสรรค์


ความผิดที่เข้าข่าย

การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
  1. การเปิดเผยข้อมูลมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิว เตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ
  2. การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ
  3. การดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น
  4. การทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ
  5. การกระทำเพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื ่นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
  6. การส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์รบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ข องคนอื่นโดยปกติสุข
  7. การจำหน่ายชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นเพื่อนำไปใช้เป็นเคร ื่องมือในการกระทำความผิด
  8. การใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทำความผิดอื่น ผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำควา มผิด
  9. การตกแต่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นภาพของบุคคล
  10. เหล่านี้ถือว่าเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ. ฉบับนี้


สำหรับผู้ให้บริการตามที่พ.ร.บ.นี้ได้ระบุไว้ สามารถจำแนกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1. ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมไม่ว่าโดยระบบโทรศัพท์ ระบบดาวเทียม ระบบวงจรเช่าหรือบริการสื่อสารไร้สาย

2. ผู้ให้บริการการเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่ว ่าโดยอินเทอร์เน็ต ทั้งผ่านสายและไร้สาย หรือในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในที่เรียกว่อินเท อร์เน็ต ที่จัดตั้งขึ้นในเฉพาะองค์กรหรือหน่วยงาน

3. ผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ หรือให้เช่าบริการโปรแกรมประยุกต์ (Host Service Provider)

4. ผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่าน application ต่างๆ ที่เรียกว่า content provider เช่นผู้ให้บริการ web board หรือ web service เป็นต้น


ในกรณีนี้ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูล 2 ประเภท โดยแบ่งตามรูปแบบได้ ดังนี้

1. “ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์” ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร ที่บอกถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง วันที่ เวลา ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการหรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องเก็บไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นๆ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการเก็ บข้อมูลนั้นๆ ไว้ เกิน 90 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี เป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้

2. ข้อมูลของผู้ใช้บริการทั้งที่เสียค่าบริการหรือไม่ก็ ตาม โดยต้องเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตั วผู้ใช้บริการได้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน USERNAME หรือ PIN CODE และจะต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง



อ่านเพิ่มเติม
http://www.inet.co.th/computer_act/
Total Comments 4

Comments

  1. Old Comment
    bndc's Avatar
    อ่าน ๆ ๆ
    แม้ไม่ค่อยจะซึมซับ ใช้เวลาสักหน่อย ก็ยังดีกว่าไม่รู้เลย
    เพื่อความปลอดภัยจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ !
    Posted 13-07-2009 at 09:41 AM by bndc bndc is offline
  2. Old Comment
    อืมมมม......... ไม่ควรมองข้ามจริงๆ เป็นประโยชน์มากครับ.
    Posted 13-07-2009 at 11:30 AM by ouune ouune is offline
  3. Old Comment
    windstruck_oil's Avatar
    เพิ่งทำการบ้านไปค่ะ.....^O^
    Posted 13-07-2009 at 06:59 PM by windstruck_oil windstruck_oil is offline
  4. Old Comment
    windstruck_oil's Avatar
    ขออนุญาติต่อยอด......ด้วยกฏหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ
    และคุณะธรรม จริยธรรม ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
    เลยก็แล้วกันนะคะ ^O^
    Posted 13-07-2009 at 10:14 PM by windstruck_oil windstruck_oil is offline
 

All times are GMT +7. The time now is 12:32 PM.

Design Developed by CompleteGFX
Powered by vBulletin® Version 3.8.5
Copyright ©2000 - 2017, Jelsoft Enterprises Ltd.
Copyright ©2002-2010 Thai3dViz Co.,Ltd.
Hosting by THAISITE.net