Thai3Dviz  

Go Back   Thai3Dviz > Blogs > zunshiro

Rate this Entry

ซันอินโนเวชั่น : ผมเป็นเด็กช่าง #2

Posted 08-08-2009 at 12:46 AM by zunshiro
Updated 08-08-2009 at 03:32 AM by zunshiro

ต่อจากตอนแรกนะ....


สมัยประถม ผมเริ่มชอบเรื่องดาราศาสตร์ เรื่องไฟฟ้า และการทดลองทั้งหลาย
พอ ๆ กับการวาดรูป วาดการ์ตูนไร้สาระ

ผมเชื่อว่า เรื่องนี้ผมได้มาจากพ่อเต็ม ๆ

พ่อจะเป็นสมาชิกหนังสือ ชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหนังสือที่ปูทักษะ ผมสารพัดเรื่อง
ตั้งแต่ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ งานช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้กระทั่ง พื้นฐานการเขียนโปรแกรมที่ผมใช้ทำมาหา

กินจนถึงทุกวันนี้ด้วย



ภาพปกหนังสือชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ เท่าที่ผมหา ๆ ได้จาก google ครับ
คิดถึงเป็นบ้าเลย



เรียกว่าถ้าไม่มีหนังสือเล่มนี้ ชีวิตผมจะไม่ใช่แบบทุกวันนี้แน่นอน

อยู่บ้านผมก็จะอยู่แต่กะหนังสือเป็นตั้ง ๆ พวกนี้ ที่ไปงัดไปรื้อที่พ่อเก็บ ๆ ไว้ มานั่งอ่าน สารพัดเรื่อง

ดาราศาสตร์ กะอิเล็กทรอนิกส์ ดูจะเป็นเรื่องที่ผมอ่านแล้วสนุกมีความสุขที่สุด
ถึงแม้จะอ่านรู้เรื่องไม่ถึงครึ่งก็ตาม ได้ดูรูป ได้รู้ว่ามีคนอีกซีกโลก เค้าพยายามค้นหาอะไรบ้างในห้วงท้องฟ้าลึกเดียวกัน
กะที่เรามองอยู่ทุกคืนนี้ ก็สนุกที่สุดละ

มันจะเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กะความฝัน จินตนาการ แล้วความตื่นเต้น ที่ได้เห็นอะไรใหม่ ๆ แปลก ๆ มากกว่าที่ได้เห็นในทีวี
ที่สมัยนั้นมีแต่ละครตบจูบ(ทุกวันนี้ก็ยังมีนี่หว่า) รายการเกมโชว์เปิดป้าย รายการเพลง RS แล้วก็แข่งมอร์เตอร์คอร์ส ขี้โคลนกระเด็น มากมายหลายขุม

คิดแล้วก็ยังสัมผัสความสุขตอนนั้นชัดเจนเหลือเชื่อ สัมผัสที่ปลายนิ้วกะกระดาษหนังสือสาก ๆ
กลิ่นกระดาษหนังสือสมัยก่อน กลิ่นฉี่แมงสาบที่มาฉี่รดปกบางเล่มที่เก่า ๆ ที่ไปแอบงัดมาจากในห้องเก็บของ ผมยังจำได้แม่น จนถึง

วินาทีนี้เลย


พออยู่โรงเรียน ช่วงพักกลางวัน เพื่อน ๆ เค้าก็จะไปเล่นนั่นนี่ วิ่งไล่เปิดกระโปรงหญิง


แต่ในฐานะเด็กหลืบ ผมเลือกที่จะเข้าห้องสมุด


สำหรับผมมันไม่ใช่เรื่องวิชาการเลย สารานุกรมสมัยนั้นอ่านสนุกเป็นบ้า
ครูที่เป็นบรรณารักษ์ แกจะเอาสารานุกรมเซทนี้ เก็บไว้ในตู้กระจก แล้วไขกุญแจไว้ (ทำไม?)

ผมจะไปขอกุญแจครูมาไขทุกวัน จนครูให้ผมถือกุญแจไว้เองซะหมดเรื่องหมดราว

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ผ่านมาอ่าน blog ผม คงจะจำได้กันบ้าง สำหรับสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชน
ปกหนา ๆ แข็ง ๆ สีน้ำเงิน หรือเขียว ที่ในหลวงทำแจกจ่ายตามห้องสมุดโรงเรียนทั่วประเทศ
หรือสารานุกรมของต่างประเทศที่มีการ์ตูน ดูสนุกอ่านเพลิน มีเป็นเซทใหญ่ ๆ หลายเล่ม


ภาพสารานุกรมของในหลวง ผมหามาจาก google ครับ ทำไมผมรู้สึกว่ารุ่นที่ผมอ่าน ปกเป็นสีเขียว ๆ นะ


มีการทดลองสนุก ๆ ให้ลองเล่นเยอะแยะ ตั้งแต่บีบเปลือกส้มใส่เทียนไข ทำที่ดับเพลิงจากผงฟูกะน้ำส้มสายชู
หรือแม้กระทั่งทำระเบิดไฟ ย่อม ๆ ที่ไม่รู้มีอยู่ในนั้นได้ยังไง


ซึ่งผมลองทำตามแล้ว เล่นเอาไฟเกือบไหม้บ้าน (หักเทียนใส่ฝาน้ำอัดลม ตั้งบนเปลวเทียนให้ร้อนสุด ๆ แล้วเอาน้ำหยดใส่....บึ๊มมมม)


คิ้วไหม้ ขนตาหาย นิดหน่อย


ไม่มีใครที่บ้านรู้ จนถึงทุกวันนี้


ประมาณ ป 5 ผมเริ่มสั่งสม วิชาความรู้เรื่องอิเล็กทรอนิกส์ได้พอตัว เริ่มหัดอ่านค่า R (Resistor หรือตัวต้านทาน)
นั่งคัดลอกวงจรที่ชอบลงกระดาษ เริ่มประติดประต่อ วงจรหลาย ๆ วงจร ขึ้นมาเป็นวงจรใหม่ในกระดาษ

จนช่วง ป 6 ผมก็เริ่มเก็บตังค่าหนม เอามาซื้ออุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อย สะสม และยังเริ่มงัดวิทยุ แงะเครื่องเสียงเก่า ออกมาดูเครื่องใน

จริง ๆ แล้วพ่อไม่เคยมานั่งสอนเรื่องงานช่างพวกนี้เลย แต่วันนึงพ่อก็ซื้ออุปกรณ์ช่าง มาวางทิ้งไว้ให้ที่โต๊ะทำงานผม
มีหัวแร้ง คีมปากนกแก้ว ปากจิ้งจก มัลติมิเตอร์ ครบ

วันนั้นเป็นวันที่ดีใจที่สุด วันนึงในชีวิตเลยแหละ ดีใจกว่าวันที่จบมหาลัยอีกไม่รู้ทำไม


ผมเริ่มประกอบวงจรง่าย ๆ เริ่มจากวิทยุแร่้ (วิทยุที่รับคลื่นได้ด้วยหูฟังคริสตอล ไม่ต้องใช้ถ่าน)
ไฟกระพริบว๊อบแว๊บ แล้วก็พวกวงจรเสียงประหลาดทั้งหลาย รวมถึงวงจรที่มีประโยชน์บ้างอย่างพวก
ตั้งเวลา หรี่ไฟ หรือเตือนน้ำล้น

วันนึง ความคะนองมันสะสมมาถึงขีดสุด

ผมตั้งใจไว้ว่า ผมจะเปลี่ยนให้ทีวีโบราณที่บ้าน ที่ใช้ไม้กวาด กดปุ่มเลือกช่องที่ตัวเครื่อง
ให้กลายเป็นทีวีที่ใช้รีโมท แบบที่วีคนรวย ที่เห็นในละครให้ได้

ความเป็นไปได้ตอนนั้นที่วางแผนไว้คือ อาศัยวงจร สวิทซ์แสง กับวงจร นับสิบ ของไฟวิ่งสิบดวง เอามารวมกัน
โดยเอาแสงจากไฟฉาย ยิงเข้าไปที่ตัวรับแสง (LDR) แล้วเอาไปกระตุ้น ทริกเกอร์ ของ IC เบอร์ 4017
ที่ใช้ทำไฟวิ่ง แล้วเอา output มาป้อนให้ทรานซิสเตอร์ เอามาขับ รีเลย์อีกตลบ เพื่อเอาไปต่อคร่อมกับ สวิทซ์เลือกช่องทีวี


วงจรเฉพาะส่วนของสวิทซ์แสง (ภาครับแสง)
ส่วนภาควงจรนับสิบด้วย IC 4017 ลืมมมหมดละ เท่าที่ผมจำได้ในความทรงจำ คิดว่าถูกต้องนะ



ถึงแม้ช่วงนั้นวงจรที่ผมคิดไว้ จะอยู่ในหัวผมตลอดเวลา ทั้งวันทั้งคืน
นั่งเขียนวงจรนั้นร่วมร้อยรอบ ทบทวนหาข้อผิดพลาด ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้ว ผมจำวงจรนั้นได้เลือนลาง แต่ยังจำแนวคิดของมันได้แม่น

(รู้สึกขนลุก ปนหลอน ๆ ที่ตัวเองอ้างอิงหน่วยเวลาหลักยี่สิบปี ในการสนทนา ทำไมกูแก่อย่างนี้วะ)

เพราะผมทบทวนและพยายามคิดหาทางออกอยู่หลายเดือนมาก เพราะขีดจำกัดด้านความรู้หางอึ่ง
กับขีดจำกัดเรื่องงบ และอุปกรณ์ที่หาแถวบ้านไม่ค่อยได้ ซึ่งอาจต้องนั่งรถเมล์ 20 กิโลเข้าตัว อ.เมืองสุโขทัย เพื่อไปซื้ออะไหล่บางตัว

เลยทีเดียว

ผมเริ่มประกอบวงจรทีละเล็กละน้อย และเริ่มแอบงัดฝาหลังทีวี เครื่องเบิ้ม ออกอย่างระวัง แล้วแอบดูด้านหลังปุ่มกดเลือกช่องทีวี
ว่าผมจะแอบต่อสายคร่อมออกมายังไงได้บ้าง โดยที่แม่ไม่รู้

อ่านเจอมาว่า ฟลายแบค ทรานฟอร์เมอร์ ของทีวีนี่หลายพันโวลท์เลย ถึงแม้จะถอดปลั๊กออกแล้วก็ยังมีไฟสะสมอยู่
กลัวก็กลัว อยากเล่นก็อยาก งัดฝาหลังที มือไม้ก็สั่น

ลองผิดลองถูกอยู่ร่วมเดือน ท้ายสุด ผมก็เปลี่ยนให้ ทีวีโบราณของที่บ้าน กลายเป็นทีวี ที่ยิงรีโมทได้สำเร็จ

เวลาจะเปลี่ยนช่องที ก็ยิงไฟฉายไปเข้าที่ตัวรับที่วางอยู่บนทีวี ยิงทีก็เลื่อนช่องที วนไปเรื่อยๆ

แต่ มันใช้งานได้อยู่ไม่ถึงเดือน ก็เจ๊ง เพราะว่า สายไฟพะรุงพะรัง ที่โยงจากกล่องวงจรของผม เข้าไปที่หลังสวิทซ์ ในเครื่องทีวี
แจ๊คมันเริ่มหลวม ทำให้ยิงแล้วติดบ้างไม่ติดบ้าง ตัวรับแสงก็เริ่มหลุด มีแสงเข้ามากวน
บางทีก็เลือนช่องเอง หลอนพิลึก ผมก็เลยถอดออกมาเก็บ กลับมาใช้ระบบไม้กวาดอีกครั้งนึง

มันเป็นความภูมิใจครั้งสำคัญมาก ที่ทำให้ผมตัดสินใจเลือกที่จะเดินทางสายช่าง เลือกที่จะได้เจอเรื่องสนุก
เรื่องจริง เรื่องที่ทำให้ผมภูมิใจ ที่ผมไม่เคยได้จากหนังสือเรียนมัธยม ที่มีแต่จะทำให้ผมจิตตกทุกครั้งที่ต้องอยู่กะมัน


ผ่านมายี่สิบปี (อีกละ) ผมกำลังจะใช้แนวคิดเก่า ในการทำรีโมทไฟฉายนั้น มาแก้ปัญหา ubc จุดที่สองของผม

แต่คราวนี้ผมไม่สามารถใช้ไฟฉาย หรือแสงอินฟาเรดได้ (ลืมเล่าไป ตอนขึ้น ม 2 ผมได้แก้ไขระบบรีโมทไฟฉาย ให้มาเป็นใช้ระบบ
แสงอินฟาเรด เช่นเดียวกับรีโมทในปัจจุบันนี้ ได้สำเร็จ แต่ใช้ได้อยู่ไม่นาน ที่บ้านก็ซื้อทีวีใหม่ซะงั้น)

ผมจะใช้คลื่นวิทยุ (RF) ในการสั่งงานแทน


คลื่นวิทยุมันทะลุกำแพงได้ ไม่เหมือนแสงอินฟาเรด แถมไม่ต้องเล็งให้ตรงกะเป้าหมายด้วย


สองสามวันมานี้ผมพยายามหาข้อมูลเรื่องการทำรีโมทด้วย คลื่น RF ก็พบข้อมูลมากมาย วงจรเพียบ
รู้สึกว่าโลกทุกวันนี้มันง่ายลงมากมายนัก หลังจากมี internet



อันนี้วงจรภาคส่งที่ผมหามาได้ และกำลังพยายาม
ทำความเข้าใจมันอยู่ มันใช้อุปกรณ์ที่ผมไม่ทันได้รู้จักซะด้วย
ช่วยให้อะไร ๆ ง่ายขึ้นเยอะเลย แต่ก็ต้องใช้เวลาศึกษากันหน่อย



ผมมาพบว่าสมัยนี้ เค้าเขียนวงจรกันบนคอมเลย
บางโปรแกรมใช้จำลองการทำงานได้ด้วย โดยไม่ต้องต่อของจริง
บางโปรแกรมก็ใช้เป็นโปรแกรมเขียนแบบ ออกแบบ
แล้วยังสามารถสั่งให้มันออกแบบลายวงจรให้เองได้อีกต่ างหาก
เสร็จแล้วก็ print ออกมาไปกัดปริ๊นได้เลย สะดวกไรงี้


สิบกว่าปี นับจากผมจบปวช ปวส โลกมันเปลี่ยนไปเยอะเลย software ที่ใช้ก็เป็น freeware
ใช้งานอย่างง่าย สะดวกไปหมด



ผมล่ะอิจฉาเด็กสมัยนี้จริง ๆ ถ้าเค้าคิด (ถ้าเค้าคิดจะอะนะ) ที่จะเรียนรู้อะไร
มันเป็นยุคทองของเค้าเลย ที่จะอยากรู้อะไรก็ได้รู้ เพียงแค่มีคอมและ google เท่านั้น
ไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้จะรู้หรือเปล่าว่า เค้าโชคดีขนาดนี้นะ



ผมจะมารายงานความคืบหน้าผ่าน blog เป็นระยะ ๆ นะ ว่ามันจะเป็นไปได้แค่ไหนยังไง
ดีสุด ก็คือผมนอนยิงรีโมท ดู ubc ผ่านจอคอมได้ โดยไม่ต้องลากสายเลยซักเส้น
เลวร้ายหน่อยก็คือต้องลากสาย แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อกล่องเถื่อนมาติดตั้งเพิ่ม

หรือเลวร้ายที่สุด เจ๊งบ๊ง ทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง ยกเว้นแต่ได้นั่งดมควันตะกั่ว
กะเสพอดีต เสพความสุขประสาคนที่เริ่มรู้ตัวเองว่าแก่ แล้วชักจะฟังแต่เพลงเก่า กะพูดถึงแต่เรื่องในอดีต


ขอบคุณที่อ่านมาจนจบค้าบ
Views 5415 Comments 5
Total Comments 5

Comments

  1. Old Comment
    kobayachi's Avatar
    คนเรานี้เดาอนาคตไม่ถูกเลยจริงๆ ว่าจะไปทางไหน ตอนเรียนมัธยมเรียนสายช่างเพราะครอบครัวอยากให้เป็นช ่าง ตอนนั้นช่างไฟฟ้ากำลังฮอตสุดๆ พอเข้า ปวช.เพื่อนไปสอบช่างไฟ เราแหวกแนวกว่าเขาไปเรียนช่างไม้ (เคหภัณฑ์เชียงใหม่) จนจบปริญญาที่ออกแบบ สุดท้ายดันมาเป็น Interior ได้ซะนี้ แต่ผมว่าสมัยก่อนเราต้องไขว่คว้าจริงๆ เห็นสมัยนี้อิจฉาเด็กมันจัง เฮ้อ....โลกของ Google จริงๆ (ปัจจัยที่ 5)
    Posted 10-08-2009 at 06:03 PM by kobayachi kobayachi is offline
  2. Old Comment
    zunshiro's Avatar
    หืยย ผมก็ถ่อไปเรียน ปวส ที่เชียงใหม่แหละ (เทคนิคคอมพิวเตอร์ เทคโนตีนดอย)
    Posted 11-08-2009 at 12:39 PM by zunshiro zunshiro is offline
  3. Old Comment
    kobayachi's Avatar
    อ่าวจริงหรือนี้ศิษย์สำนักเดียวกันนี้เอง
    Posted 11-08-2009 at 09:07 PM by kobayachi kobayachi is offline
  4. Old Comment
    Fooldog's Avatar
    เจ๋งมากครับ ป.6 เขี่ยนโปรแกรมได้ สุดเจ๋ง (ผมยังเหลาไม้ไผ่ทำว่าว เล่นอยู่น่ะ) ผมก็คนนึงที่เรียน สาย อาชีพน่ะ สนุกมากครับตอนเรียน โดยเฉพาะ ปวช. เจ๋งมาก ผมเคยใช้โปรแกรมเขียนวงจรน่ะ micro sim น่ะถ้าจำไม่ผิด มัน จะจำลอง การทำงานให้เลยน่ะ สุดเจ๋ง ผมก็อยากทำให้ ubc มันดูได้ 2จุดเหมือนกันน่ะครับ ฝากด้วยน่ะครับ
    Posted 12-08-2009 at 08:34 PM by Fooldog Fooldog is offline
  5. Old Comment
    zunshiro's Avatar
    สมัยเรียนผมไม่เคยได้ใช้โปรแกรมซิมเลยยย
    สมัย ปวช ยังหัดตอกตะปูทองเหลือ โยงสายไฟอยู่เลยครับ

    แต่เรื่อง ubc สองจุดนั่นจริง ๆ แล้ว มีกล่องขายกล่องละสองสามพัน เอง
    มี remote link ในตัวเสร็จ ดีไม่ดี ได้แบบไร้สายด้วยนะเอ้อ

    ไอ้ที่ผมทำมันหาเรื่องเล่น ดื่มด่ำอดีตสมัยยังเกรียนอยู่เฉ้ย ๆ
    Posted 13-08-2009 at 10:22 AM by zunshiro zunshiro is offline
 

All times are GMT +7. The time now is 02:19 PM.

Design Developed by CompleteGFX
Powered by vBulletin® Version 3.8.5
Copyright ©2000 - 2017, Jelsoft Enterprises Ltd.
Copyright ©2002-2010 Thai3dViz Co.,Ltd.
Hosting by THAISITE.net