Thai3Dviz  

Go Back   Thai3Dviz > Blogs > Nut

Blog นี้จะเขียนเรื่องทั่วๆไป สาระน่ารู้ เรื่องไร้สาระต่างๆ รวมไปถึง update ทุกเรื่องใน Thai3dviz.com
Rate this Entry

ทำไมต้องตีฟคอม ?

Posted 09-07-2009 at 03:54 PM by Nut
Updated 09-07-2009 at 03:57 PM by Nut

ทำไมต้องตีฟคอม ?คำถามนี้เป็นคำถามที่นักศึกษาคณะสถาปัตย์กลุ่มหนึ่ง (ประมาณ 3-4 คน นั่งอยู่หลังห้อง) ถามผมขณะไปบรรยายวิชา คอมพิวเตอร์เพื่องานสถาปัตยกรรม ในฐานะอาจารย์(รับเชิญ) พิเศษ เมื่อ 3-4 ปีก่อน
"ตีฟมือ มันได้อารมณ์และดูมีคุณค่ากว่านะครับอาจารย์ ตีฟคอมมันดูแข็งๆ ไร้อารมณ์ ดูยังไงมันก็คอม ไม่ใช่งานศิลปะ" นักศึกษากลุ่มนี้ช่วยกันพูดเสริมตามความคิดเห็นของพว กเขา


ท่านผู้อ่านทั่วไปคงสงสัยว่า คำว่า "ตีฟ" มันหมายถึงอะไร เพราะตัวท่านเองคงไม่เคยรู้จักหรือได้ยินมาก่อน อาจจะเข้าใจว่ามันเป็นคำแสลงแบบภาษาวัยรุ่น เช่น แว้นซ์ ก๊อยซ์ หรือเปล่า
แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงสถาปัตย์ และ ตกแต่งภายใน จะทราบกันดีว่า คำว่า "ตีฟ"นั้นเป็นการเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยย่อคำลงมาตามนิสัยคนไทยเพื่อมันสั้น สะดวกและง่ายเวลาออกเสียง
"ตีฟ" ย่อมาจากคำว่า perspective ( เปอร์เสปคตีฟ) บางทีก็เรียกสั้นๆ(อีกแบบ)ว่า "เปอร์" แต่อันหลังนี้มีคนใช้กันน้อย
สถาปนิก และมัณฑนากร จะพูดว่า ภาพตีฟ ภาพเปอร์ มาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่าน (นอกวงการ) ก็คงสงสัยอีกว่า แล้วไอ้ perspective นี่มันคืออะไรหรือ
ผมขอให้คำจำกัดความแบบนี้แล้วกันนะครับ ไม่สากลเท่าไหร่นะ

perspective มีการบััญญัติคำเป็นภาษาไทยว่า "ทัศนียภาพ"
ในวงการสถาปัตย์และตกแต่งภายใน ใช้คำนี้เพื่อเรียกภาพที่ถูกสร้างขึ้น(ไม่ว่าจะด้วยม ือมนุษย์ หรือ คอมพิวเตอร์) จากจินตนาการการออกแบบของผู้ออกแบบ ,จากแบบพิมพ์เขียว, แปลน ,รูปด้าน, รูปตัด, รายละเอียดวัสดุ ฯลฯ
ทำให้เป็นภาพรูปร่างหน้าหน้าตาของอาคาร หรือห้องต่างๆ เพื่อเป็นสื่อให้ลูกค้าเข้าใจสิ่งที่เขาออกแบบไว้ นอกจากนี้ภาพ perspective ยังนำเอาไปใช้กับสื่อสิ่งพิมพ์ โฆษณา ป้ายคัทเอาท์ โครงการก่อสร้างต่างๆ เช่น บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม ศูนย์การค้า ฯลฯ ที่มักจะมีตัวอักษรเล็กๆกำกับว่า ภาพจำลอง สถานที่จำลอง ซึ่งหมายความว่า อาคารยังสร้างไม่เสร็จเสร็จหรอกนะ อันนี้คือภาพจำลองสร้างจากคอมพิวเตอร์ล้วนๆ หรือถ้ากำกับว่า ภาพจริง บรรยากาศจำลอง ก็หมายความว่าภาพอาคารน่ะของจริง แต่บรรยากาศแต่งด้วย โฟโต้ชอป (photoshop) ตัวอย่างหลังจะไม่เรียกว่า"ภาพตีฟ" เพราะมันสร้างจริงไปแล้ว สรุปได้ว่า"ภาพตีฟ"ก็คือภาพจำลองนั่นเอง (ไม่ใช่จำลองที่เป็นชื่อคนนะครับ)

ลองดูภาพตัวอย่าง....




คนที่ทำงานสร้างภาพจำลองแบบนี้ถูกเรียก (หรือเรียกตัวเอง)ว่า "คนเขียนตีฟ" เวลาใครถามว่าผมว่าคุณทำงานอะไร แล้วเผลอตอบไปว่า "ผมเป็นคนเขียนตีฟ ครับ" ต้องเสียเวลาอธิบายกันยืดยาว ผมจึงมักตอบว่าทำอาชีพดั้งเดิมคือ "ผมเป็นสถาปนิกครับ" คนถามก็จะอ๋อทันทีว่า เป็นวิศวกร นั่นเอง -_-'

ปัจจุบันคนเขียนตีฟแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. คนเขียนตีฟมือ และ
2. คนเขียนตีฟคอม

เมื่อสักยี่สิบกว่าปีก่อน คนเขียนตีฟมือ ถือเป็นอาชีพที่รุ่งเรืองและทำรายได้ดีมาก สมัยผมยังเป็นนักศึกษาคณะสถาปัตย์ ศิลปากร จำได้ว่ารุ่นพี่คนหนึ่งที่เขียนตีฟมือด้วยสีโปสเตอร์ มีรายได้จาการเขียนตีฟภาพละหลายหมื่นบาท และทราบว่าปรมาจารย์ตีฟมือ อย่าง อ. อาวุธ หรือ อ.ยงสฤษดิ์ ขายภาพได้ในราคาภาพละเป็นแสน สุดยอดฝีมืออย่างพี่น้อย bndc หรือพี่ป๊อก สุทธิศักดิ์ เองก็โด่งดังไม่น้อยหน้าเช่นกัน

เมืองไทยเราเองมีชื่อในการเขียนตีฟสีโปสเตอร์และสีน้ ำที่แม้แต่ฝรั่งเงอก็ต้องซูฮกยกนิ้ว(โป้ง)ให้ คนเขียนตีฟมือฝีมือฉกาจในยุคนั้นมีน้อย จึงทำให้งานชุกแต่ด้วยข้อจำกัดของงานแฮนด์เมด ทำให้ลูกค้าต้องรอคิวกันข้ามปี เรียกได้ว่าเจ้าของโครงการ หากจะทำโครงการขึ้นมาสักโครงการหนึ่ง หากต้องการโปรโมทหรือขายโครงการก่อนที่อาคารจะสร้างเ สร็จ ต้องวางแผนติดต่อจ้างคนเขียนตีฟล่วงหน้ากันข้ามปี

มาในยุคสิบกว่าหลังนี้ การที่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทอย่างมากในแวดวงสถาปั ตย์ มีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้เขียนแบบแทนการดราฟด้วยมื อ ดินสอ และปากกา เนื่องจากความสะดวกในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง จัดการแบบก่อสร้างได้ดีและรวดเร็ว
ขณะเดียวกันแวดวง"คนเขียนตีฟ"ก็เริ่มมีการนำคอมพิวเต อร์มาใช้ด้วยเช่นกัน จึงได้เกิดคนเขียนตีฟประเภทที่ 2 เรียกว่า "คนเขียนตีฟคอม"

สมัยแรกๆในยุคเปลี่ยนผ่านจาก "ตีฟมือ"สู่"ตีฟคอม" เทคโนโลยี่ยังไปไม่ถึงจินตนาการของคนทำงานและลูกค้า ทำให้ตีฟมือ ยังได้เปรียบ ตีฟคอมอยู่
จนกระทั่ง 6-7 ปีมานี้ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่สามารถรอ งรับไฟล์ขนาดให*่ มีซีพียูที่เร็วขึ้นมาก พร้อมกับการให้แสงแบบ GI (global illumination)ได้มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด เรนเดอร์ภาพได้เร็วขึ้น ภาพที่ได้ออกมาเหมือนจริงจนแทบแยกไม่ออกว่าภาพที่เห็ นนั้น เป็นภาพที่สร้างจากคอมพิวเตอร์หรือเป็นภาพถ่าย
ด้วยผลผลิตที่เร็วกว่า ยืดหยุ่นกว่า แก้ไขภาพได้สะดวกกว่า เลือกมุมได้หลายมุมกว่าจากการขึ้นโมเดลอาคารเพียงครั ้งเดียว ต่างจาก "ตีฟมือ"ที่ใช้เวลานานกว่า เลือกมุมอาคารได้น้อยกว่า (เพราะต้องขึ้นรูปใหม่ทุกครั้ง ที่ต้องการมุมอาคารเพิ่ม) ทำให้ "ตีฟคอม" ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้ "คนเขียนตีฟมือ" เริ่มห่างหายไปจากวงการ จากที่มีน้อยอยู่แล้ว ปัจจุบันแทบจะนับคนได้ เท่าที่ผมรู้จักก็เหลือแค่ 2 คน
แต่ก็ไม่ใช่ว่า "คนเขียนตีฟมือ" จะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสิ้นเชิง ตลาดเมืองนอกอย่าง อเมริกาและยุโรป ยังคงต้องการงารเขียนมือ เพราะมัน ยูนีค และเข้ายังคงเข้าถึงอารมณ์ผู้ชมได้ดี


เกริ่นมายืดยาว ทีนี้ผมขอวกกลับมาที่คำถามของนักศึกษาสถาปัตย์กลุ่มอ นุรักษ์นิยม ที่ถามว่า "ทำไมต้องตีฟคอม" หรือ "ทำไมต้องเรียนคอม"
คำตอบที่ผมตอบน้องๆไปวันนั้น คือ
ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือ มือ ก็ไม่สำคัญเท่ากับสมอง ทักษะ และความรู้ด้านศิลปะ (เชิงพาณิชย์)
เราทำงานเขียนตีฟด้วยมือ เครื่องมือของเราคือ กระดาษ,ดินสอ,สี ,จานสี
เราทำงานเขียนตีฟด้วยคอม เครื่องมือของเราคือ จอ,เมาส์,คีย์บอร์ด และโปรแกรม
ศิลปิน(พาณิชย์ศิลป์)ย่อมสามารถถ่ายถ่ายทอดผลงานของต นโดยใช้เครื่องมือใดๆก็ได้ ไม่ควรจำกัดอยู่แค่อุปกรณ์หรือเครื่องมือในการผลิตชิ ้นงาน
ผมเปรียบเทียบว่า

จอ เหมือน กระดาษ
โปรแกรม ก็คือ จานสีและดินสอ
เมาส์ คีย์บอร์ด ก็คือ พู่กัน
การจัดแสง เรนเดอร์ ก็คือ การระบายสี

ผมอาจเปรียบเทียบได้ไม่ดีนัก น้องนักศึกษากลุ่มนี้ก็ยังคงยืนยันว่า"ตีฟมือ"ยังไงก ็ดีกว่า"ตีฟคอม" เพราะมันนุ่มและได้อารมณ์กว่ามาก
ซึ่งผมไม่ได้บอกว่าน้องๆคิดผิด แต่ผมพยายามนำเสนออีกมุมมองหนึ่งให้พวกเขามากกว่า

ผมจึงยกตัวอย่างขึ้นมาอีกตัวอย่างหนึ่งให้นักศึกษาใน ห้องฟัง
ผมเล่าว่า มีน้องคนหนึ่งถามผมว่า อยากเรียน 3d อยากเขียนตีฟคอมให้สวยๆควรเริ่มต้นจากอะไรก่อน
ผมตอบไปว่า ให้เริ่มจาก ไปเรียนศิลปะเป็นอันดับแรก เหตุผลก็คือ หากคุณไม่มีความรู้พื้นฐานด้านศิลปะมาก่อน เช่น ไม่รู้จักการให้สี ไม่รู้จักองค์ประกอบศิลป์ ไม่รู้จัการ balance ภาพ ไม่รู้จัก harmony contrast ฯลฯ คุณจะไม่สามารถผลิตชิ้นงานออกมาให้สวยและประทับใจผู้ ชมได้
เมื่อคุณเขียนตีฟคอมมาถึงจุดหนึ่ง คือจุดที่ทะลุปรุโปร่งแล้ว เรื่องเครื่องมือของโปรแกรม คุณสามารถใช้คำสั่ง สั่งโปรแกรมได้ดังใจคิด คุณจะพบว่าความรู้ทางศิลปะสำคั*มากที่สุด เพราะมันคือตัวตัดสินว่าลูกค้าจะเลือกจ้างใครระหว่าง คุณกับคู่แข่ง


ดูเหมือนว่าตัวอย่างนี้ ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการจูงใจให้น้องๆหันมาสนใจ วิชาที่ผมบรรยายได้ ผมจึงใช้ไม้ตายสุดท้ายยกตัวอย่างแบบที่เข้าถึงวัยรุ่ น วัยจ๊าบ มากขึ้น

เอาเป็นว่าการเรียนเขียนตีฟคอมหรือใช้คอมพิวเตอร์ให้ เป็นจนชำนาญก็เหมือนกับการที่เรามี ITEM เพิ่มขึ้น เมื่อคุณเข้าสู่ยุทธจักรการแข่งขันในวงการฯ เท่ากับคุณมีอาวุธที่ใช้ต่อสู้อันทรงอานุภาพขึ้นไปอี ก level
เวลาคุณเจอ Boss คุณก็จะมีดีพอที่จะผ่านด่านไปได้.....
Total Comments 8

Comments

  1. Old Comment
    Thinking_41's Avatar
    ขอบคุณครับ อ.นัท
    Posted 09-07-2009 at 04:19 PM by Thinking_41 Thinking_41 is offline
  2. Old Comment
    windstruck_oil's Avatar
    ได้ความรู้เพิ่มเติมมากๆค่ะ
    ...แล้วก็ทำให้คิดเรื่อยเปื่อยไปถึงคำว่า
    "เปอร์" >> เป้อร์ >> Per ที่เด็กมหาวิทยาลัย...หมายถึง
    คนเรียน 5 ปี ไม่จบ 4 ปี ซึ่งจริงๆ หมายถึง
    Super Senoir
    ที่เค้าเรียนสถาปัตย์ ซึ่งเค้าเรียน 5 ปี....
    เกี่ยวกันหรือเปล่าคะเนี่ย...มั่วจริงๆ ^O^
    Posted 09-07-2009 at 05:37 PM by windstruck_oil windstruck_oil is offline
  3. Old Comment
    bndc's Avatar
    ผมว่าจะไป แลกความคิดเห็นเรื่องนี้ใน thai3dviz.co.th มาหลายรอบแล้ว ครับ อ.นัท
    ก็ได้แต่ตั้งท่า พอเข้าไปก็แฉลบไปดูติวเตอร์ทุกรอบ อิอิ

    เกริ่นเบื้องต้น งานตีฟ จัดเป็นงานสาย commercial Arts พาณิชย์ศิลป์
    ตลาดเป็นตัวกำหนดstyleของงาน อะไรที่ทำแล้วขายได้ ก็ต้องทำ
    ส่วน อีโก อุดมคติ มีได้ แต่ต้องไม่ลำบากแกตัวเอง ครับ
    ไว้สร้างอารมณ์ร่วมให้มากกว่านี้ ค่อยมาต่อยอดอีก ครับ
    Posted 10-07-2009 at 01:51 PM by bndc bndc is offline
  4. Old Comment
    sutthisak's Avatar
    สวัสดีครับ นัท
    ห่างหายไปนานแต่แวะเวียนมาเสมอ
    คราวนี้แกะรอยมาถึงที่นี่จึงได้มีโอกาสเอานิ้วจิ้มแป ้นอีกครั้ง
    ถ้าเป็นเช่นนี้ ไว้มีโอกาสคงจะมาเสวนาด้วย
    ตอนนี้กำลังสาระวนกับตัวเองอย่างจริงจัง
    ทุกสิ่งมาผสมปนรวมกันอยู่ในช่วงนี้ทุกเรื่องเลย
    งาน เงิน ชีวิต ความมั่นคง การต่อสุ้ช่วงชิงของผู้คน
    สุดยอดเลยคือการเมืองในสำนักงาน
    สนุกตื่นเต้น อาจถึงเร้าใจให้ใจสั่นได้เลยตอนนี้
    ขออนุญาติพิมพ์นอกประเด็นย้อนหลังนะครับ
    คงไม่เป็นไรนะไว้คุยในประเด็นทีหลังตรับ
    Posted 11-07-2009 at 03:01 AM by sutthisak sutthisak is offline
  5. Old Comment
    Nut's Avatar
    ได้สุดยอดตีฟมือ 2 คนมาคอมเมนท์ เป็นเกียรติอย่างยื่งครับ
    Posted 11-07-2009 at 07:31 AM by Nut Nut is offline
  6. Old Comment
    sutthisak's Avatar
    โนคอมเมนท์ครับนัท
    สิ่งที่ได้อ่านมันเป็นประโยชน์เป็นความรู้
    เป็นข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ทำความเข้าใจ
    เป้นพื้นฐานของการตัดสินใจที่จะเลือก
    แค่ทำให้คนอ่านได้คิดคล้อยตามหรือโต้แย้งกับบางถ้อยค ำ
    มันก็เป็นคุณอนันต์ ย่อมนำทางไปสู่ผลที่ดีของคนคนนั้น

    ส่วนตัวเมื่ออ่านแล้วก็คิดโดยทันที เกิดความคิดขึ้นในแง่มุมต่างๆ แม้ถึงวันนี้ ก็ยังทำความเข้าใจกัมันอยู่ตลอดกับหัวข้อนี้
    เพื่อให้ตกผลึกให้ได้ หมดข้อโต้แย้งกับการจะให้ข้อมูลความคิดเห็นใดใด
    สิ่งที่อยากมีความเห็นมันหลากประเด็นมากเดี๋ยวยาว
    อยากมีความเห็นที่ไม่ยึดติดกับตัวตน

    ขอฝากแลกเปลี่ยนข้อมูลความจริงบางสิ่ง
    เด็กภูมิสถาปัตย์แม่โจ้ สเก็ตดีไซน์ไม่เป็น
    เด็กถาปัดจุฬาฝึกงานที่บริษัททำทุกสิ่งบนคอม
    ออกแบบด้วยสเก็ตอัพ
    ยังมีหลายเคสที่รับรู้ นี่ก็ข้อมูลที่ชอบเอามาหาคำตอบ
    Posted 11-07-2009 at 01:23 PM by sutthisak sutthisak is offline
  7. Old Comment
    Blog นี้ประโยชน์ต่อสาธารณะมากครับ.... ขออนุญาตส่ง Link ให้บุคคลภายนอกอ่านน่ะครับ.
    Posted 12-07-2009 at 08:01 PM by ouune ouune is offline
  8. Old Comment
    samkinkin's Avatar
    ผมก็เป็น เด็กภูมิสถาปัตย์แม่โจ้ คนหนึ่งครับ
    (เพิ่งจบมาได้ 3 ปีครับ)
    ชอบความคิดเห็นของพี่ๆทุกๆท่านมากครับ
    ข้อมูลที่ได้มาเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
    ทั้งอาจารย์และเด็กนักศึกษารุ่นหลังๆ

    เมื่อก่อนผมก็ใช้ตีฟมือนี่แหละครับ จนปัจจุบันก็ปรับเปลี่ยน
    กลายเป็นตีฟคอมครับ สาเหตุก็อย่างที่พี่น้อยพิมพ์เลยครับ

    บางครั้งลูกค้านั้นก็ต้องการภาพที่สมจริง(ซึ่งเป็นส่ วนใหญ่
    ในปัจจุบัน ) อีกทั้งยังใช้เวลาในการแก้ไขงานง่ายกว่ามือ

    แต่ยังไงก่อนลงคอมก็มือครับ Free hand sketch
    แล้วมันอิสระกว่าเยอะ
    Posted 16-07-2009 at 03:00 PM by samkinkin samkinkin is offline
 

All times are GMT +7. The time now is 08:08 AM.

Design Developed by CompleteGFX
Powered by vBulletin® Version 3.8.5
Copyright ©2000 - 2018, Jelsoft Enterprises Ltd.
Copyright ©2002-2010 Thai3dViz Co.,Ltd.
Hosting by THAISITE.net