View Single Post
Old 03-01-2008, 04:03 PM   #1
hemm34
นักล่าสมบัติ
 
hemm34's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 512
hemm34 has much to be proud ofhemm34 has much to be proud ofhemm34 has much to be proud ofhemm34 has much to be proud ofhemm34 has much to be proud ofhemm34 has much to be proud ofhemm34 has much to be proud ofhemm34 has much to be proud ofhemm34 has much to be proud of
Default ทำความเข้าใจ...ว่าทำยังไงๆอินเทอร์เน็ตก็ยังช้าอยู่

ถึงแม้ว่าจะใช้ดีเอสแอลแล้วแต่อินเทอร์เน็ตก็ยังช้าอ ยู่ และด้วยคำแนะนำจากเราคุณจะสามารถเล่นเว็บได้ในระดับค วามเร็วทอปสปีดเลยทีเดียว

จุดมุ่งหมายของบทความนี้คือการทำให้สามารถใช้อินเทอร ์เน็ตแบบดีเอสแอลได้ในความเร็วสูงที่สุด เพราะหากใช้งานอีเอสแอลโดยได้ประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที ่ควรก็อาจจะไม่แตกต่างกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่ านโมเด็มแบบอนาล็อกแบบเดิมๆ มากนัก

การใช้งานอินเทอร์เน็ตหลายๆ อย่างในปัจจุบัน เช่น การดาวน์โหลด Service Packs ของระบบปฏิบัติการวินส์โดว์สหรือชุดโปรแกรมออฟฟิศอาจ จะมีขนาดหลายร้อยเมกกะไบต์ การใช้งานตลาดแลกเปลี่ยนเพลงหรือการรับข้อมูล Video Streaming ผ่านอินเทอร์เน็ต (Video on Demand) ต่างก็จำเป็นต้องใช้แบนด์วิธจำนวนมหาศาลทั้งสิ้น นอกจากนี้แล้วการใช้งานอื่นๆ อย่างเช่น เกมส์ออนไลน์และการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Voice over IP) ยังต้องการแบนด์วิธสูงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้แล้วสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ระยะเวลาในการตอบกลับจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Ping Rate) ก็มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับบางเซอร์วิส เช่น เกมส์ออนไลน์ เป็นต้น

ด้วยทิปเด็ดๆ ต่อไปนี้จะทำให้คุณสามารถดึงความเร็วที่ซ่อนอยู่ของอ ินเทอร์เน็ตแบบดีเอสแอลออกมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ ในส่วนแรกนี้คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ในการวัดความเร็วของการต่อเชื่อมของคุณ หลังจากนั้นก็จะเป็นวิธีการที่จะช่วยเพิ่มความเร็วให ้สูงขึ้น ซึ่งมือโปรทั้งหลายได้ทำกันมานานแล้ว และครั้งนี้ก็เป็นทีของคุณบ้าง CHIP จะบอกคุณว่าควรจะทำอย่างไร

ตรวจสอบความเร็ว ดีเอสแอลของคุณเร็วแค่ไหน
สิ่งที่มีผลต่อความเร็วในการเชื่อมต่อดีเอสแอลมีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ ความเร็วที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถส่งและรับข้อมูล ได้ เวลาที่เซิร์ฟเวอร์ต้องใช้ในการตอบรับเครื่องของคุณ และระยะห่างระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณกับเซิร์ ฟเวอร์ปลายทางที่คุณจะส่งข้อมูลไป เนื่องจากในทุกครั้งที่มีการโหลดหน้าเว็บไซต์ขึ้นมาใ หม่ แพ็กเกตข้อมูลจะถูกส่งไปในเส้นทางที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ค่าความเร็วที่ใช้ได้จริงๆ จึงไม่นิ่ง หน้าเว็บไซต์พิเศษสำหรับการทดสอบ เช่น http://www.dslreports.com/stest หรือ http://us.mcafee.com/root/speedometer/default.asp จะทำการวัดเฉพาะความเร็วขณะที่กำลังเชื่อมต่ออยู่เท่ านั้น ถ้าจะให้ดีกว่านั้นจะต้องทำการเฝ้าดูการเชื่อมต่อทั้ งหมดอยู่ตลอดเวลาเพื่อหาค่าเฉลี่ยออกมาใช้เป็นเกณฑ์ต ่อไป

• วัดความเร็วในการ Transfer
การเฝ้าดูและวัดค่าความเร็วของการต่อเชื่อมนั้นสามาร ถทำได้ง่ายๆ ไม่ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจะสร้างเส้นทางการเชื ่อมต่อไปสู่อินเทอร์เน็ตขึ้นมาเองโดยตรงหรือผ่านเราเ ตอร์ก็ตาม โปรแกรมที่เหมาะที่สุดสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตั ้งอยู่แบบโดดๆ (Stand Alone) ก็คือ Task Manager ของ Windows XP ที่คุณสามารถเรียกขึ้นมาได้โดยกดปุ่ม [Ctrl] + [Alt] + [Delete] แล้วคลิก Task Manager และเลือกแท็บ Networking หลังจากนั้นให้เลือกเมนู View -> Update Speed -> High เพื่อให้ได้ค่าความเร็วที่เที่ยงตรงที่สุด ในเมนู View -> Select Columns ให้คุณคลิกเลือกหัวข้อ Link Speed, Bytes Sent/Interval และ Bytes Received/Interval หลังจากนั้นคุณก็สามารถเข้าไปอ่านค่าจำนวนไบต์สูงสุด ที่คุณสามารถรับส่งได้ พร้อมทั้งจำนวนที่คุณส่งและรับจากบริเวณด้านล่างของก ราฟ ส่วนตัวกราฟเองนั้นจะเป็นการแสดงข้อมูลสภาพโหลดของกา รเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นค่าเปอร์เซ็นต์

สำหรับผู้ที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการวินส์โดว์สเวอร์ช ันเก่าอยู่ก็ต้องใช้โปรแกรมอื่นๆ ช่วย เช่น โปรแกรมฟรี NetStat Live ที่สามารถดาวน์โหลดได้จากหน้าเว็บไซต์ http://www.analogx.com/ โดยโปรแกรมดังกล่าวนี้สามารถใช้งานได้สะดวกสบายกว่า Task Manager ของ Windows XP มาก

ในการวัดค่าความเร็วของ DSL นั้น ก่อนอื่นให้คุณเปิด Task Manager หรือ NetStat ขึ้นมา แล้วทำการดาวน์โหลดไฟล์ที่มีขนาดอย่างน้อยหนึ่งเมกะไ บต์ แล้วจดบันทึกค่าที่แสดงไว้ที่ Sent/Received ใน Task Manager หรือหากเป็น NetStat ก็ให้ดูที่ค่า Incoming Average ซึ่งเป็นค่าความเร็วเฉลี่ยในการดาวน์โหลดและค่า Outgoing Average ซึ่งเป็นค่าสำหรับการอัพโหลด และเมื่อคุณได้ทำการปรับแต่งแล้วก็ให้ทำการวัดความเร ็วใหม่เพื่อทำการเปรียบเทียบกับค่าเดิม ซึ่งจะทำให้คุณทราบได้อย่างชัดเจนว่าได้ความเร็วเพิ่ มขึ้นมามากน้อยเพียงใด

• วัดค่า Delay บนอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลของคุณต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะถูกส่งจากเค รื่องของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง และส่งข้อมูลตอบกลับมา (Ping Rate) ซึ่งคุณสามารถวัดค่าเวลานี้ได้โดยเรียกหน้าต่างดอสขึ ้นมาจาก Start -> All Programs -> Accessories -> Command Prompt แล้วพิมพ์คำสั่ง ping ตามด้วยแอดเดรสปลายทางของเว็บใดๆ ก็ได้ลงไปอย่างเช่น ping http://www.chipthailand.com/ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณก็จะทำการส่งข้อมูลแพ็กเกตร วมทั้งหมด 4 ชุดไปปลายทาง และจะแสดงเวลาที่ข้อมูลนั้นใช้ในการเดินทางทั้งหมดเป ็น ms ขึ้นมา ค่า Ping Rate ที่ต่ำกว่า 100ms ถือว่าค่อนข้างต่ำ แต่ถ้ามีค่ามากกว่า 200ms ขึ้นไปนั้นคุณควรที่จะต้องแก้ไขอะไรบางอย่างแล้ว สำหรับนักเล่นเกมส์ออนไลน์ควรจะมีค่า Ping Rate ไม่เกิน 20ms ซึ่งค่อนข้างจะเป็นไปได้ยากมากทีเดียว

• วัดระยะทางไปเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง
สำหรับการที่จะตรวจสอบดูว่าข้อมูลของคุณต้องเดินทางผ ่านเซิร์ฟเวอร์ระหว่างทางทั้งหมดกี่ตัวจึงจะไปถึงปลา ยทางนั้นให้คุณใช้คำสั่ง Tracert โดยเรียกหน้าต่างดอสขึ้นมาเช่นเดิมแล้วพิมพ์คำสั่ง แล้วตามด้วยชื่อเว็บไซต์ปลายทาง เช่น tracert http://www.chipthailand.com/ ลงไป จากตัวอย่างที่ทำการทดสอบนี้ จะพบว่าแพ็กเกตข้อมูลถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด 9 ตัว ซึ่งจะพบว่าในระหว่างเส้นทางนั้นมีเซิร์ฟเวอร์บางตัว มีค่า Ping Rate สูงกว่า 100ms ทีเดียว
นอกจากคำสั่ง Ping จะทำให้คุณสามารถทราบได้ว่ามีจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้อ งผ่านทั้งหมดกี่ตัวแล้วยังทำให้คุณรู้ได้อีกว่ามีเซิ ร์ฟเวอร์ที่ช้าหรือล่มขวางเส้นทางของคุณอยู่หรือไม่
hemm34 is offline  

Reply With Quote