Thai3Dviz  

Go Back   Thai3Dviz > THVIZ Talk > ร้านกาแฟ (Coffee shop)

ร้านกาแฟ (Coffee shop) พูดคุย ถกปัญหา ความคิดเห็นเกี่ยวกับวงการ3D,วงการสถาปัตย์ และอินทีเรีย โพสภาพโชว์ขั้นตอนการก่อสร้างจริง

Reply
 
Share Thread Tools Display Modes
Old 17-09-2008, 03:27 PM   #31
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

ข่าวล่าสุดที่สิงคโปร์ ลูกค้า AIG แห่ไปถอนกรมธรรม์ กันเพียบแน่นไปหมด
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 17-09-2008, 03:36 PM   #32
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

Quote:
AIGระส่ำ!ไม่กระทบAIA
AIA แถลงยืนยัน บริษัทแม่ AIG ขาดสภาพคล่องไม่กระทบฐานะการเงิน-ลูกค้าซื้อกรมธรรม์

ผู้ บริหารบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนล แอสชัวรันส์(AIA) ยืนยันว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดสภาพคล่องทางกา รเงินของบริษัท อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป(AIG) ที่เป็นบริษัทแม่ของ AIA เนื่องจาก AIA ไม่ได้เข้าไปลงทุนในหุ้นของ AIG

นอกจากนี้ การจะลงทุนในด้านใดของ AIA จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับแ ละส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ก่อนทุกครั้ง พร้อมยืนยันว่า กรณีปัญหาของ AIG จะไม่มีผลกระทบมาถึงลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์ของบริษัท AIA อย่างแน่นอน
แน่นอนว่า คงไม่มีผู้บริหารบริษัทไหนออกมาแถลงข่าวว่า
"บริษัทเรากำลังประสบปัญหา..วอนให้ผู้ลงทุนและผู้ใช้บริการกรุณายืนหยัดอยู่กับ เราด้วยเถิด เราเชื่อว่าจะผ่านมันไปได้"
แล้วทำแววตามุ่งมั่นแบบ สู้ต่อไปเถอะทาเคชิ
.....
ช่วงเวลาแบบนี้ ทุกคนก็เอาตัวรอด เอาความปลอดภัยส่วนตัวไว้ก่อน
จากอาการที่บริษัทเกือบๆแย่...โดน"วิกฤติสูญเสียความเชื่อมั่น"ซ้ำเข้าไป
ช่วยให้หมดลมหายใจเร็วขึ้น
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 17-09-2008, 03:59 PM   #33
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

ขำตอนต้มยำกุ้ง จำได้ดี ไอ้กัน บอกไทยจะเป็นทุนนิยมเสรี รัฐฯต้องไม่อุ้มบ.เอกชน มันเป็นกลไลของระบอบทุนนิยม
ใครจะกำไรขาดทุนให้เป็นกลไลของระบบทุนนิยมเสรี...
แล้วเป็นไง รัฐบาลต้องไปซื้อหุ้น AIG เพื่อไม่ให้ล้ม แล้วไงต่อ... บ.อื่นก็จะรีบเอียงและล้ม เพราะรัฐจะได้มาอุ้ม
เอออออ เมื่อผู้นำทุนนิยม ดันล้มซะเอง เออออออ
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 18-09-2008, 10:07 AM   #34
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

วันนี้หุ้นไทยหลุดไป 580 จุด... ทุกคนไปรอแถว 500 จุดกันแล้ว
มอร์แกน สแตนเลห์ กำลังจะล้ม... วิ่งหาคนเทคโอเวอร์กัน จ้าละหวั่น
รัฐบาลไทยใจเย็นเป็นน้ำแข็ง สงสัยคิดว่าเศรษฐกิจไทยแข็งโป้กแบบญี่ปุ่น
ซึ่งญี่ปุ่นเต้นเป็นเจ้าเข้า เอาเงินมาอุดไม่หยุด
ไม่รู้จะเรียกว่าหลอก หรือ ไม่โง่ ส่วนตัวไม่เชื่อว่ารัฐฯโง่ แต่รัฐไม่บอกต่างหาก
พวกใหญ่ๆรู้ insider ปานนี้รอดตัวกันหมดแล้ว เดี๋ยวแมงเม่าตื่นตัวจะถอยไม่ทัน
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 19-09-2008, 11:33 AM   #35
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

Quote:
วิกฤตเอไอเอ ลามทั้งระบบ
วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551
โพสต์ทูเดย์ — ธุรกิจประกันชีวิต ระส่ำ ลูกค้าชะลอซื้อกรมธรรม์ สมาคมประกันชีวิตไทยเตรียมเรียกความเชื่อมั่นคืน

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า หลังจากบริษัท เอไอจี อินเตอร์เนชันแนล กรุ๊ป อิงก์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ (ประเทศไทย) หรือเอไอเอ ประสบวิกฤตทางการเงิน แม้ธนาคารกลางสหรัฐจะอัดเงินเข้ามาช่วยแล้วก็ตาม แต่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับลูกค้าที่ทำประกันชี วิต จนทำให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่น และลูกค้าที่ไม่เข้าใจอาจจะไปขอเวนคืนกรมธรรม์จากบริ ษัทประกันภัยอื่นๆ ซึ่งจะสร้างปัญหากระทบต่อเนื่อง

ดังนั้น ในวันนี้สมาคมประกันชีวิตจะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงฐานะก ารเงินของธุรกิจประกันภัยทั้งระบบ

นายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเอ็นจี ประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้ รับผลกระทบจากการที่บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ประสบปั ญหาฐานะการเงิน จากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจาก ชื่อคล้ายกัน มีลูกค้าโทร. เข้ามาที่บริษัทจำนวนมาก บางส่วนแสดงความจำนงที่จะขอยกเลิกกรมธรรม์ แต่หลังจากชี้แจงข้อเท็จจริงทำให้ลูกค้าคลายความตระห นก

“กลุ่มไอเอ็นจีสำนักงานใหญ่ ได้ทำการแถลงข้อเท็จจริงออก มาแล้วว่าได้รับผลกระทบจากการล้มละลายของบริษัท เลห์แมน บราเธอร์ส เพียง 100 ล้านยูโร เท่านั้น จากสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 1.48 ล้านล้านยูโร” นายสมโพชน์ กล่าว

.....................
อย่างไรก็ตาม นายสมโพชน์ กล่าวว่า ผลจากการที่ประชาชน ตื่นตระหนกจากการที่บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ของโลกปร ะสบปัญหาฐานะการเงิน ทำให้ประชาชนชะลอการตัดสินใจซื้อประกันชีวิต ไปชั่วขณะหนึ่ง เนื่องจากเกิดความไม่มั่นใจในฐานะการเงินของบริษัทปร ะกันชีวิต ซึ่งจะทำให้กระทบต่อการขายประกันชีวิตให้กับลูกค้ารา ยใหม่ๆ

สู้ต่อไปเถอะ ทาเคชิ
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 19-09-2008, 11:16 PM   #36
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

ถ้าอ่านข่าวยาวๆ กับตัวเลขต่างๆแล้วรู้สึกวิงเวียน
ก็อ่านเฉพาะตรงที่ผมเน้นตัวหนาไว้ให้ก็ได้นะครับ
..........
Quote:
7วันหุ้นวูบ 130 ล้านล้าน

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551
โพสต์ทูเดย์ — วิกฤตครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ เฉพาะตลาดหุ้นทั่วโลก 7 วัน เงินหาย 130 ล้านล้านบาท 6 ธนาคารกลางระดมรับมือ

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า วิกฤตการเงินโลกที่กำลังเกิดขึ้นหนักหน่วงชนิดไม่เคย เจอมาก่อน ความเสียหายไม่จำกัดเฉพาะตลาดหุ้น แต่ลามไปสถาบันการเงินต่างๆ ต้องปิดตัว

สิ่งเดียวที่ทำได้คือรอให้ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจสงบกว่า นี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินไหลออกจากตลาดหุ้นทั้งโลกแ ล้ว 130 ล้านล้านบาท” นายก้องเกียรติ กล่าว



สถานการณ์ปัจจุบัน นายก้องเกียรติ เปรียบเทียบว่า เหมือนโรคระบาดลามไปเรื่อยจากธนาคารแห่งหนึ่งไปอีกแห ่ง และมีการเปิดชื่อธนาคารที่จ่อคิวล้มเป็นรายถัดไปเรื่ อยๆ

วิกฤตที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายได้อย่างเร็วไตรมาส 2 ปี 2552 และทำให้เกิดความเสียหายแล้วมากกว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 17 ล้านล้านบาท) และตลาดยังมองกันว่ายังมีความเสียหายที่จะต้องตัดเป็ นหนี้สูญอีก 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 34 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นวิกฤตที่ใหญ่มาก


ขณะเดียวกันทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ได้อนุมัติเปิดสวอปไลน์ หรือวงเงินสำหรับการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างกัน มูลค่าระหว่าง 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.2 ล้านล้านบาท) ไปจนถึงระดับสูงสุดที่ 2.47 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.48 ล้านบาท) ให้กับธนาคารกลางอีก 5 แห่ง ได้แก่ สหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น แคนาดา และอังกฤษ เพื่อให้ธนาคารต่างๆ สามารถเข้าถึงเงินเหรียญสหรัฐได้คล่องตัวขึ้น

รายงานระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้รับอนุมัติจากเฟดเพิ่มเพดานวงเงินสวอปไปอยู่ที่ 1.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ธนาคารกลางสวิส (เอสเอ็นบี) 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ธนาคารกลางแคนาดา (บีโอซี) 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

“การผนึกกำลังใช้มาตรการร่วมกันในครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อให้สภาพการไหลเวียนของกระแสเงินเหรียญสหร ัฐในตลาดการเงินโลกเป็น ไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น ธนาคารกลางต่างๆ ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และจะใช้มาตรการที่เหมาะสม ต่อไป” เฟดระบุ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของบรรดาสถาบันการเงินชั้นนำของโลกยังคงไม่ มีเสถียรภาพนัก รายงานข่าวต่างประเทศ ระบุว่า มอร์แกน สแตนเลย์ วาณิชธนกิจชื่อดังสัญชาติสหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในระห ว่างการเจรจาควบรวม กิจการกับวาโชเวีย คอร์ปอเรชัน พันธมิตรร่วมชาติ หลังจากที่หุ้นของมอร์แกนดิ่งลงกว่า 24% มาอยู่ที่ 21.75 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ถึงแม้บริษัทจะมีผลกำไรมากกว่าที่คาดไว้ก็ตาม

นอกจากนั้น วาณิชธนกิจ สัญชาติสหรัฐรายนี้ยังเปิดเจรจาเพื่อขายกิจการให้กับ กลุ่มซิติก บริษัทลงทุนรายใหญ่จากจีนอีกด้วย ขณะที่ทางด้านกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ (จีไอซี) เปิดเผยว่า กำลังหาทางเปิดการเจรจาเข้าซื้อหุ้นในมอร์แกน สแตนเลย์เช่นกัน

ขณะเดียวกัน ทางด้านวอชิงตัน มิวชวล หนึ่งในสถาบันการเงินชื่อดังของสหรัฐ ได้ว่าจ้างให้โกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจรายใหญ่ รับหน้าที่เปิดการเจรจาเพื่อขายกิจการ โดยมีแนวโน้มว่าจะมีสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง เจพี มอร์แกน เชส, เอชเอสบีซี และเวลส์ ฟาร์โก สนใจเข้าซื้อกิจการต่อ
รัฐบาลและแบงค์ชาติยังคงนั่งยัน นอนยันว่า "ไม่มีผลกระทบกับเราจริง จริ๊งงงงงง"
.................
คำถามวิชาคณิตศาสตร์ ป.4

130 ล้านล้านบาท มีศูนย์กี่ตัว
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 19-09-2008, 11:24 PM   #37
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

.................

Last edited by beachboy; 19-09-2008 at 11:27 PM. Reason: มันขึ้นสองอัน
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 19-09-2008, 11:25 PM   #38
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

Quote:
'บุช'ประกาศแผนซื้อหนี้เสียสถาบันการเงิน

ดาวโจนส์พุ่งรับมาตรการบุช: ประธานาธิบดีสหรัฐ เผยจัดทำแผนซื้อหนี้เสียจากธนาคารและสถาบันการเงิน ป้องกันเศรษฐกิจมะกันลุกลาม

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : เมื่อเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นไทย วันนี้(19ก.ย.) ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แถลงว่า สหรัฐต้องจัดทำแผนการซื้อหนี้เสียจากธนาคารและสถาบัน การเงินอื่นๆ พร้อมเสริมว่าขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงเวล าที่สำคัญยิ่ง สหรัฐต้องลงมือเคลื่อนไหวเดี๋ยวนี้เพื่อป้องกันเศรษฐ กิจสหรัฐเผชิญความ เสี่ยงร้ายแรง การเข้าแทรกแซงของรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็น พิจารณาจากสภาพในตลาดการเงิน

คำประกาศของประธานาธิบดีสหรัฐ มีขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือ เฟด อัดฉีดเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับเอไอจี กรุ๊ป เมื่อวันที่ 17ก.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังจากที่สถาบันการเงินขนาดยักษ์ เลแมนบราเดอร์ส ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องจนต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละล าย

แหม....ตอนปี40 หล่ะสอนเราจัง
"รัฐบาลห้ามแทรกแซงเด็ดขาด ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสร ี (นะจ๊ะเด็กโง่)"


แล้วดูมันสิ.......
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 22-09-2008, 12:15 PM   #39
nz.dk
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Aug 2008
Location: HiWay
Posts: 32
nz.dk is on a distinguished road
Default

เรื่องนี้น่าสนใจอ่ะ พี่เคยเดี้ยงตอนปี 40 ยังจำได้ดี..
เจอบทความลุงสุทธิชัย หยุ่น เมื่อเช้าคัดลอกมาให้อ่านกัน เผื่อจะตาสว่าง

ทัศนะวิจารณ์ กาแฟดำ
22 กันยายน พ.ศ. 2551 06:21:00
ครม.สมชาย 1 ต้องเคี้ยวแฮมเบอร์เกอร์จิ้มต้มยำกุ้งได้
ถ้า นายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประเมินว่าวิกฤติการเงินของสหรัฐครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ไม่ลามมาถึงไทย ก็แสดงว่าไร้เดียงสาเกินกว่าจะเป็นผู้นำประเทศในยามท ี่สถานการณ์เศรษฐกิจปั่นป่วนวุ่นวายที่สุดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 หรือ เกือบ 90 ปี

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : กาแฟดำ

ผลโดยตรงก็เห็นกันอยู่แล้ว...นั่นคือ สาขาของสถาบันการเงินที่เกี่ยวกับวาณิชธนกิจยักษ์ๆ นั้น ถูกวิกฤติศรัทธาทั้งที่เป็นสาระและที่ยังไม่เป็นสาระ กระทบอย่างรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะกล้าคาดการณ์ได้

ผลทางอ้อมมีมากมายหลายด้าน เพราะสหรัฐเป็นหัวรถจักรเศรษฐกิจโลก พอโดนสึนามิทางการเงินเข้าอย่างนี้ อะไรที่อยู่ข้างๆ ก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่สถาบันการเงินที่จะเสียหายจากการลงทุน ใน sub prime หรือ โครงการอสังหาริมทรัพย์ต่ำกว่ามาตรฐานเท่านั้น แต่ยังจะกระเทือนไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวพันในด้านต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่จะเห็นผลทันทีสำหรับเศรษฐกิจไทยก็คือเงินจะตึงตัว สินเชื่อจะหายากขึ้น ต้นทุนจะแพงขึ้น เพราะเงินจากทั้งโลกจะถูกดูดเข้าไปที่อเมริกาเพื่อเข ้าไป "อุ้ม" สถาบันการเงินยักษ์ๆ ที่กำลังโซซัดโซเซ อยู่ขณะนี้

เพราะเขาใหญ่เกินกว่าที่จะล้มได้…too big to fail...ซึ่งแปลว่าถ้าหากปล่อยให้สถาบันการเงินเหล่าน ี้ล้ม ผลพวงที่ตามมาจะมีผลลามปามไปทั่วโลก

อะไรๆ ที่สหรัฐ หรือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เคยสอนเราตอนเราเผชิญกับ "วิกฤติต้มยำกุ้ง" เช่น เงินภาษีประชาชนไปช่วยพวกผู้บริหารเอกชนที่ไร้ประสิท ธิภาพ วันนี้ ธนาคารกลางของมะกัน ก็ต้องเข้าไปโอบอุ้มและยังเข้าไปถือหุ้นส่วนใหญ่อีกด ้วย

ว่าแต่เขา อิเหนา เป็นเองอย่างนี้แหละ

ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าธนาคารกลางของมหาอำนาจอย่างสหรั ฐ ยุโรป และ ญี่ปุ่น กับอาเซียน จะต้องฉีดเงินเข้าสู่ตลาดเกือบ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (6.8 ล้านล้านบาท หรือเท่ากับงบประมาณรายจ่ายของไทยเรา 5 ปี เป็นอย่างน้อย) เพื่อสกัดไม่ให้ "วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์" ลามไปทั่วโลก

แม้ว่าตลาดหุ้นโลกจะขานรับมาตรการอัดเงินจำนวนมหาศาล นี้เข้าไปในระบบ เพราะราคาหุ้นกลับมาพุ่งกระฉูด แต่นั่นเป็นเพียงปฏิกิริยาทางด้านจิตวิทยาชั่วคราวขอ งนักลงทุนระยะสั้นเท่านั้น

เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว ความเสียหายครั้งนี้จะลุ่มลึกกว่าที่คิด เพราะความศรัทธาต่อความเป็นเจ้าแห่งระบบทุนนิยมของอเ มริกานั้น จะต้องมีอันเสื่อมสลายไปอย่างแน่นอน เพราะอะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดกับสหรัฐได้ ก็เกิดให้เห็นต่อหน้าต่อตาแล้วอย่างน่าตื่นตะลึง

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปไม่มีใครกล้าพยากรณ์ แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือเราไม่อาจจะเชื่อในสิ่งที่ "เจ้าพ่อทุนนิยมใหญ่" บอกกล่าวหรือสอนสั่งเราได้อีกต่อไป

บอกตรงๆ ว่า เท่าที่เห็นรายชื่อคนที่ นายกฯ สมชาย อาจจะทาบทามมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่นั ้นยังไม่เห็นใครมีฝีไม้ลายมือพอที่จะให้ความอุ่นใจกั บชาวบ้านได้ว่าจะสามารถรับมือกับเรื่องหนักหน่วงอย่า งนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว

แต่ละชื่อที่ปรากฏในการกะเก็งนั้น ต่างก็ล้วนแต่หน้าเก่าที่นอกจากจะเป็นเพียง "ยาสามัญประจำบ้าน" แล้ว ก็ยังไม่เคยแสดงจุดยืนของการทำงานที่เป็นอิสระหรือกล ้าหาญพอที่จะสวนกระแสของผลประโยชน์การเมืองในพรรครัฐ บาลได้เลยแม้แต่คนเดียว

พูดง่ายๆ ก็คือ ว่าคนที่อยู่ในรายชื่อของคนที่นายกฯ คนใหม่ มาทาบทามเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือมาดูแลเศรษฐกิจของชาตินั้นต่างก็เป็นเพียง "คนนอก" ที่ "อยู่ในระบบ" ของอำนาจเก่าทั้งสิ้น

เป็น "เด็กในโอวาท" ของระบอบทักษิณ ว่างั้นเถอะ

ดังนั้น ถ้า นายกฯ สมชาย ต้องการจะ "เสียสละเพื่อบ้านเมือง" จริง อย่างที่ประกาศเอาไว้ในวันรับตำแหน่ง ก็จะต้องแสดงความกล้าหาญเพียงพอที่จะเอาคน "นอกระบอบทักษิณ" มาทำงานด้านเศรษฐกิจ

นักเศรษฐกิจหัวก้าวหน้าที่เชื่อในระบบ "เศรษฐกิจพอเพียง" เพื่อมายันทุนนิยมสุดขั้วเท่านั้นที่จะเป็น "ทางเลือกใหม่" ของประเทศชาติ

แน่นอน คนเก่งคนกล้าเหล่านี้ย่อมไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มผ ลประโยชน์ที่กำลังเตรียมจะสวาปามงบประมาณของชาติอยู่ วันนี้

(ใช้รูป จิ๋วกับนพดล ประกอบ...เข้ามาฟังบทวิพากษ์ข่าวที่ว่านายกฯ สมชาย จะเอา "บิ๊กจิ๋ว" มาเป็นรองนายกฯ และให้ นพดล ปัทมะ เป็นเลขานุการนายกฯ ที่ www.oknation.net/blog/black ตลอด 24 ชั่วโมง)
__________________
Thanks God to give me a cool
nz.dk is offline   Reply With Quote
Old 22-09-2008, 08:15 PM   #40
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

ตลาดหุ้นไทยก็ลากขึ้นไปเฉือด 555 เตือนแล้วไม่ฟัง
เค้าลากขึ้นไปติดดอย โธ๋ แมงเม่าไทย 555

ล่าสุดวงในบอกว่า สองแบงค์เล็กไทยกำลังจะไป เริ่มปลดพนง.แล้ว
ส่วนแบงค์ญี่ปุ่นก็วิ่งอุดกันมั่ว แก้ได้สองวัน สุดท้าย...ก็คงลงเหวกันหมด
จะดูไอ้กันว่า จะยังอุดไหม เพราะตอนนี้ ธ.คงจะไปเป็นพวกแรกๆ
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 23-09-2008, 05:17 PM   #41
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

เกม"ซ่อนเงื่อน" ในระบบการเงินสหรัฐ
รายงายโดย วัชรา จรูญสันติกุล

เกมซ่อนเงื่อนในระบบการเงินสหรัฐ หายนะจากความเสี่ยงที่คว้างงูไม่พ้นคอ ที่ยังส่งผลกระทบให้กับความผันผวนที่ยังมีความรุนแรง หลังจากเลห์แมน บราเธอร์ส วาณิชธนกิจอันดับ 4 ของสหรัฐเกิดการล้มละลาย และเอไอจี กรู๊ป ธุรกิจประกันขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งมีสินทรัพย์ทางการเงินมากมายมหาศาลถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ เกิดอาการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนกระทบต่อฐานะความ เชื่อถือ

ซึ่งหากว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ไม่ออกมาดักทางสกัดปัญหา โดยตัดสินใจอุ้มโดยอัดฉีดสภาพคล่องให้ถึง 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในวันพุธที่ผ่านมาแล้ว ก็น่าเชื่อว่า จะฉุดกระชากตลาดการเงินโลกให้ดิ่งลงเหวได้

ความโกลาหลของตลาดหุ้น และตลาดเงินทั่วโลกในขณะนี้ ตามแรงขายหุ้นทั่วโลกยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลว่าใครจะเป็นรายต่อไ ป? โดยมีการประเมินกันว่าสถาบันการเงินอีกหลายแห่งที่กำ ลังเผชิญกับการขาดสภาพคล่อง อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวในแต่ละระลอก นับจากเมอร์ริล ลินช์ที่ยอมขายกิจการให้กับ Bank of America

ต่อมา ก็คือ Washington Mutual ก็กำลังเจรจากับ JP Morgan ให้เข้ามาซื้อกิจการ ขณะที่ความเสี่ยงของซิตี้ กรุ๊ปนั้น มีการทำธุรกรรมกับเลห์แมน ค่อนข้างมากมาย แม้กระทั่ง Goldman Sachs และ Morgan Stanley ซึ่งเป็นวาณิชธนกิจที่มีความโดดเด่นและเข้มแข็งในการ สร้างผลกำไรทางธุรกิจมากที่สุดใน 5 อันดับแรกของสหรัฐ ก็ยังต้องดิ้นรนหาพันธมิตรมาช่วยเพิ่มทุน เพื่อความอยู่รอด

นับจากราคาบ้านและอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐ ตกต่ำอย่างรุนแรงเมื่อเดือน ส.ค.2550 จนเกิดเป็นวิกฤติสินเชื่อซับไพร์ม แล้วลุกลามสู่วิกฤติสถาบันการเงินของแบร์ สเติร์น ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งขยายวงกว้างไปถึงวิกฤตการณ์แฟนนี่ เม และเฟรดดี้ แมค ซึ่งเป็นสถาบันสินเชื่อที่รัฐบาลสหรัฐถือหุ้นใหญ่ แต่มีการปล่อยกู้ในกับสินเชื่อซับไพร์มจำนวนมหาศาล

ทั้งนี้ตลาดสินเชื่อบ้านและอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐมี ขนาดใหญ่ถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์ ครึ่งหนึ่งราว 5-6 ล้านล้านดอลลาร์อยู่ในมือของแฟนนี่ เม และเฟรดดี้ แมค

มาถึงล่าสุด วิกฤตการณ์เลห์แมน บราเธอร์ส ซึ่งรัฐบาลสหรัฐปล่อยล้มละลาย แม้ว่าจะถือครองสินทรัพย์อยู่สูง 5-6 แสนล้านดอลลาร์ และเอไอจี กรุ๊ป ที่ถือครองสินทรัพย์สูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ล้วนเป็นผลกระทบลูกโซ่ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีกว่าที่ผ่านมา

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดเงินตลาดทุนของไทย กล่าวว่า วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับเลห์แมน จนถึงขั้นล้มละลายนั้น เป็นสิ่งที่ไม่เหนือความคาดคิดเลย "หลังจากที่เราเห็นสัญญาณจากแบร์ สเติร์น ก็รู้ว่ารายต่อไปน่าจะเป็นเลห์แมน เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด เพราะเรามองเห็นสัดส่วนการเป็นหนี้ต่อทุน (Leverage ratio) สูงมากในสัดส่วนถึง 30 เท่าของทุน ซึ่งมีอัตราความเสี่ยงแบบเดียวกันกับแบร์ สเติร์น"

แม้กระทั่ง วาณิชธนกิจขนาดใหญ่ที่เหลือก็มีความเสี่ยงในระดับเดี ยวกัน ส่วนธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อาจจะยังเหลือช่องทางอยู่บ ้าง เพราะมี Leverage ratio อยู่ที่ระดับ 15 เท่า "สิ่งที่เมอร์ริล ลินช์ ยอมแทรกตัวช่วงชิงขายกิจการให้กับ Bank of America (ในราคา 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์) ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปการซื้อขายกับเลห์แมน เท่ากับพวกเขายอมขายตัวเอง ไปอยู่กับสถาบันการเงินอื่น เพื่อแลกกับความอยู่รอด"

"ถ้าพวกเขาไม่ทำแบบนี้ ตลาดก็จะต้องลือว่า ใครจะเป็น "โดมิโน" ตัวต่อไป พวกเขายอมแม้กระทั่งละทิ้งความเก่ง อุดมการณ์ในความเป็นมืออาชีพ และชื่อเสียงองค์กร" ดร.ศุภวุฒิ กล่าว

ความหายนะที่เกิดขึ้นกับระบบการเงินของสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุด และมีเทคโนโลยีของเครื่องมือทางการเงินที่ทันสมัย และมีความหลากหลายมากที่สุดของตลาดการเงินโลกในขณะนี ้นั้น มีความ "ซ่อนเงื่อน" เป็นมาอย่างไร ดร.ศุภวุฒิ กล่าวว่า "พวกเขามีความเก่งด้วยการอาศัยหลักวิชาการในการพัฒนา เครื่องมือทางการเงิน รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงที่มีการกระจายออกไปในรูป ตราสารอนุพันธ์ และตราสารแบบ Securitization โดยที่ผูกกับสินเชื่อในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นซับไพร ์มในสหรัฐ หรือ CDOs ซึ่งมีการจำหน่ายออกไปยังตลาดการเงินทั่วโลก โดยสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน

นอกจากนี้ ยังเป็นการออกตราสารเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการออก ตราสาร CDOs อีกทอดหนึ่ง ขายให้กับกลุ่มนักลงทุนที่หลากหลายทั้งกองทุนของรัฐบ าลระดับท้องถิ่น กองทุนรวม กองทุนบำเหน็จบำนาญ กองทุนส่วนบุคคล ธนาคารต่างประเทศ และกองทุนเพื่อการลงทุนใน CDOs ซึ่งเรียกว่า SIVs (Sovereign Investment Vehicles) การค้ำประกันความเสี่ยง

ทั้งนี้ มีการรวบยอดตราสารอนุพันธุ์ทั้ง CDOs, SIVs และสินเชื่อซับไพร์ม แล้วออกเป็นตราสารค้ำประกันการผิดนัดชำระหนี้ เป็นขั้นสุดท้ายในทอดที่สี่แล้ว ทำให้กลายเป็นทรัพย์ที่มีการซื้อขายเป็นมูลค่ากว่า 400 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 80-90% ของปริมาณตราสารที่มีการซื้อขายในตลาดการเงินโลกในปั จจุบัน

ดร.ศุภวุฒิ กล่าวว่า เมื่อจุดเริ่มต้นของปัญหาเกิดจากสินเชื่อซับไพร์มที่ ธนาคารในสหรัฐปล่อยให้กับผู้กู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน เสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็วหลังจากฟองสบู่ด้านอสังหาริม ทรัพย์ในสหรัฐแตกกระจาย จนเกิดเป็นวิกฤตการณ์ 4 เด้งในช่วงที่ผ่านมา และในที่สุดกลายเป็นสิ่งที่ฉุดให้ความโยงใยของตลาดกา รเงินทั้งหมดพังครืนลงมา

"ที่ยังน่าเป็นห่วงก็คือ ความซ่อนเงื่อนในระบบการเงินสหรัฐ อาจจะยังไม่ถึงจุดต่ำสุด เพราะตัวเลขความเสียหายของสถาบันการเงินต่างๆ ยังไม่ปรากฏออกมาให้เห็นชัดเจน แม้ว่าจะเกิดการล่มสลายของเลห์แมน และปัญหาการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงของเอไอจี" ดร.ศุภวุฒิ กล่าว
ดร.ศุภวุฒิ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ สำนักวิจัย ของบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ยังวิตกว่า จะเกิดภาวะเงินตึงตัวอย่างรุนแรงในตลาดการเงินโลก หรือ Global Credit Crunch ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นว่าเกิดภาวะเงินฝืดเคือง และหาสินเชื่อไม่ได้ในตลาดการเงินสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็น "ลูกโซ่" สู่ตลาดการเงินอื่นของประเทศต่างๆ ในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งมีแนวโน้มว่า โอากาสจะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจถดถอย หรือเกิด Economic Recession ตามมาในที่สุด

ดร.ศุภวุฒิ กล่าวโดยเชื่อว่า ภาวะการเงินตึงตัวในตลาดการเงินโลก จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2552 เป็นอย่างน้อย หรือจนกว่าสถาบันการเงินในสหรัฐที่ประสบปัญหาวิกฤติจ ะสามารถดำเนินการหาเงินทุนใหม่ มาเพิ่มเติมให้เพียงพอกับความเสียหายจำนวนมหาศาลที่เ กิดขึ้นจากการตกต่ำของมูลค่าสินทรัพย์

ส่วนความร่วมมือในการอัดฉีดเงินของธนาคารกลางต่างๆ รวมทั้งธนาคารกลางสหรัฐ มีผลเพียงแค่หยุดความตื่นกลัวของตลาดการเงินที่จะลุก ลามไปยังสถาบันการเงินสหรัฐรายอื่นๆ

รวมทั้งได้แพร่กระจายเป็นลูกโซ่ไปยังธนาคารในอังกฤษ สเปน กรีซ ไอซ์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย รวมถึงจีน และอินเดีย ซึ่งในหลายประเทศยังไม่ปรากฏตัวเลขความเสียหายที่ชัด เจนออกมาให้เห็นในขณะนี้

ดร.ศุภวุฒิ กล่าวอีกว่า ไม่เพียงสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐที่กำลังประสบป ัญหาอยู่ในขณะนี้ แต่ยังมีธนาคารอีกนับร้อยแห่งก็ตกอยู่ในสภาวะที่คล้า ยคลึงกัน จากแรงฉุดของสินทรัพย์ที่ตกต่ำลงอย่างหนักในช่วงที่ผ ่านมา ซึ่งตกต่ำลงไปแล้วกว่า 15% และยังมีแนวโน้มที่จะลดลงไปอีก 10%

ดร.ศุภวุฒิ ยังกล่าวเตือนว่า ผลกระทบของเงินตึงตัวจากวิกฤตการณ์การเงินในสหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย โดยมีนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ราว 1.2 แสนล้านบาทนั้น ยังถือว่าไม่มาก เพราะยังมีช่องทางที่นักลงทุนต่างชาติจะระบายขายหุ้น ออกมาได้อีกในอนาคต

เนื่องจากที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติได้เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนราว 25% ของมูลค่ารวมตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแค็ป) หรือราว 1 ล้านล้านบาท จากจำนวนมาร์เก็ตแค็ปทั้งหมด 5 ล้านล้านบาท ขณะที่ปริมาณหุ้นที่เป็นฟรีโฟลทในตลาดมีจำนวน 50%

"ไม่น่าเชื่อเลยว่า ความซ่อนเงื่อนในระบบการเงินสหรัฐ เพิ่งจะเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 เพียงระยะเวลา 6-7 ปี ก็สามารถสร้างปริมาณเงินทุนได้ถึงขนาดนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากความโลภ ความเก่ง ที่สร้างความร่ำรวยให้กับกลุ่มคนในวอลล์ สตรีท นั้น ที่สำคัญในตอนนี้ ไม่มีใครรู้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นแท้จริง มีปริมาณมากน้อยแค่ไหน และจะจบลงเมื่อไหร่

เพราะความเสียหายเพียงเสี้ยวเล็กน้อยแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ของตลาดตราสารอนุพันธ์ นั่นก็หมายถึงความหายนะที่จะเกิดขึ้นถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งผลนึกภาวนาขอให้มีเพียงแค่ 0.5 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ทั้งโลกก็คงพอรับมือได้อยู่" ดร.ศุภวุฒิ กล่าวในที่สุด
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 23-09-2008, 06:30 PM   #42
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

ยาวจังพี่...เห็นตัวเลขแล้วพาลมึนตึ่บ
.............
จริงหรือ กับประโยคที่ทุนนิยมสอนกันมาว่า "การมีหนี้ คือการมีเครดิต" หรือจริงๆ มันก็เป็นแค่ประโยคเอาไว้หลอกตัวเอง

การส่งตัวเลขหนี้สิน และทรัพย์สินต่อกันเป็นทอดๆ แล้วแต่ละคนในวงจรก็ล้วนบอกว่าตัวเอง"มีเครดิต"
สุดท้ายทุกคนก็มีแต่บัตรพลาสติกและตัวเลขลมๆ ไม่มีใครมี"เงิน" ที่เป็น"เงินจริงๆ"ซักคน

แม้กระทั่งในสถาบันการเงิน

Quote:
"หลังจากที่เราเห็นสัญญาณจากแบร์ สเติร์น ก็รู้ว่ารายต่อไปน่าจะเป็นเลห์แมน เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด เพราะเรามองเห็นสัดส่วนการเป็นหนี้ต่อทุน (Leverage ratio) สูงมากในสัดส่วนถึง 30 เท่าของทุน ซึ่งมีอัตราความเสี่ยงแบบเดียวกันกับแบร์ สเติร์น"

แม้กระทั่ง วาณิชธนกิจขนาดใหญ่ที่เหลือก็มีความเสี่ยงในระดับเดี ยวกัน ส่วนธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อาจจะยังเหลือช่องทางอยู่บ ้าง เพราะมี Leverage ratio อยู่ที่ระดับ 15 เท่า
ใครว่างๆ ก็ลองหาเวลา มาคำนวนสัดส่วน"หนี้ต่อทุน" ของตัวเองกันบ้างเน้อ
เพื่อความไม่ประมาท
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 30-09-2008, 08:54 AM   #43
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

Quote:
คองเกรสคว่ำ!7แสนล้านดอลลาร์
วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551

หุ้นสหรัฐร่วง กราวรูด -ดาวโจนส์ดิ่งเหวกือบ 780 จุด หลังสภาคองเกรสปฏิเสธแผนกอบกู้วิกฤตการเงิน 7 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ ด้าน "บุช"เรียก รมต.คลัง-กุนซือเศรษฐกิจ หารือ ด่วนทันทีเพื่อดิ้นต่อ

ปิด การซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ นักลงทุนเทขายหุ้นอย่างหนัก หลังสภาคองเกรสลงมติด้วยคะแนนเสียง 228 ต่อ 205 เสียง ไม่รับรองร่างกฎหมายกอบกู้วิกฤติการเงินของรัฐบาลมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งให้ดัชนีเคลื่อนไหวที่แนวลบหลายร้อยจุดทันที เนื่องจากนักลงทุนหวั่นวิตกว่า ท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลจะจัดการหนี้เสียมูลค่ามหาศาลขอ งธนาคารและสถาบันการ เงินต่าง ๆ ได้อย่างไร และยังแสดงให้เห็นว่า วิกฤติการเงินอาจจะเลวร้ายลงอีก หลังจากทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่หลายแห่ งต้องล้มละลายหรือขาย กิจการ
ตายละ...รบ.จะเตรียมฟูกให้ล้ม สภาฯ ดึงออกซะงั้น
เตรียมตัวหลังหักกันโดยถ้วนหน้า
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 30-09-2008, 09:19 AM   #44
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

แปลความให้เข้าใจง่ายขึ้น

ธนาคาร/สถาบันการเงิน เอาเงินฝาก/เงินลงทุนของลูกค้า ไปปล่อยกู้แล้วเป็นหนี้เสีย ไม่มีเงินหมุน
ต้องไปขอให้รัฐบาลช่วยเทกโอเวอร์

ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่า ถ้าไม่เข้าไปเทค...ประชาชนจะเดือดร้อน
พอเอาเข้าสภา กลับมีมติว่า เอาเงินภาษีตั้งมากมายไปลงกับความผิดพลาดของเอกชนแบบ นั้นมันไม่ได้ ไม่แฟร์ เอาลงไปก็หายหมดสิ

เมื่อหวยออกอย่างนี้ บรรดาหุ้นส่วนหรือลูกค้าของทุกธนาคาร/สถาบันการเงิน ก็คงสละเรือ ถอนตัวกันโดยสิ้นเชิง
จากที่เดี้ยงๆ มตินี้ก็กลายเป็นการกลบฝังให้หมดลมไปจริงๆ ..........อาเมน


เรื่องล้มหน่ะ ล้มแน่ๆแล้ว...แต่ต้องรอดูต่อไปว่า รบ.เมกา จะจำกัดไม่ให้ลุกลามได้ยังไง
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 30-09-2008, 09:38 AM   #45
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

ผลกระทบที่จะมาถึงเราๆ ท่านๆ ในเบื้องต้น

-บริษัทต่างๆ ที่มีหุ้นส่วนจากฝั่งเมกา โอกาสที่เขาจะถอนทุนกลับมีสูงมากๆ
-บริษัทต่างๆ ที่กู้เงินสถาบันการเงินของเมกา มาลงทุนหรือทำโครงการโน่นนี่...ตอนนี้สถาบันเหล่านั้ นทยอยปิดตัวแน่ๆแล้ว

-พนักงานบริษัท หรือคนที่ทำงานเกี่ยวเนื่องกับบริษัทเหล่านั้นก้ต้อง เช็คทิศทางลมกํนโดยละเอียด อาจมีการลดทุนของบริษัทไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
-ลูกค้าบริษัทเหล่านั้น เช่น ซื้อบ้าน ซื้อคอนโดที่ยังสร้างไม่เสร็จ ก็ต้องเช็คข้อมูลแหล่งเงินกันอีกซักครั้ง ว่าโครงการมันจะรอดไหม

-บริษัทรับเหมาก่อสร้างใหญ่ในไทยหลายแห่ง ก็อาศัยเงินทุนจากเมกานะครับ

หลังจากนั้นก็จะเป็นผลกระทบชิ่งตามมา
ถ้าเมกาลากเอายุโรป จีน ญี่ปุ่นเดี้ยงไปด้วย มันก็จะล้มเป็นโดมิโนตามกันไปหมดทั้งโลก

Last edited by beachboy; 30-09-2008 at 09:40 AM.
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 30-09-2008, 10:30 AM   #46
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

ตอนนี้ลามไปยุโรปแล้ว...
แบงค์อังกฤษ กับ เบลเยี่ยม โดนรัฐบาลฯเทคโอเวอร์เรียบร้อย
ค่าเงินปอนด์ ดิ่งเหว เงินยูโร ดิ่งกระฉูด
สภาสหรัฐฯไม่อนุมัติ เพราะมีข้อกฎหมายเยอะ และให้อำนาจ รมต.คลัง มากเกินไป ฟ้องย้อนหลังไม่ได้อีก
ที่สำคัญ 7แสนล้านเหรียญ ไม่พอ ต้องมีมากกว่า 1.5ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ตอนนี้อยากจำจิบกาแฟแล้วบอกไอ้กันว่า... ทุนนิยม คือ การแข่งขันเสรี คนบางคนที่ทำบริษัทตัวเองเจ๊ง ก็ให้เจ๊งไป เรื่องอะไรที่รัฐบาลจะต้องเอาเงินภาษีมาช่วยพวกผู้บร ิหารฝีมือห่วยๆด้วย
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 03-10-2008, 09:09 AM   #47
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

ผู้ประกอบการอสังหาฯไทย หวั่นตลาดบ้านซึมข้ามปี 2552 ตามวิกฤติการเงินโลก หลังจากคาดส่งออกไทยชะลอตัวกระทบอัตราการเติบโตเศรษฐ กิจ เผย 8 เดือน ยอดขายช้าลง ชี้ตลาดต่างชาติสะดุด ภูเก็ตเริ่มฝืด เอกชนลุ้นการเมืองนิ่ง รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค-นักลงทุน


วานนี้ (2 ต.ค.) เป็นวันเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้ง 19 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้ประกอบการอสังหาฯ มาร่วมออกบูธจำมาก ซึ่งส่วนใหญ่กล่าวถึงภาพรวมตลาดว่าเริ่มลดลง ทั้งจำนวนลูกค้าที่แวะเข้าชมโครงการและยอดขาย แต่ก็คาดว่าในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมี.ค. 2552 น่าจะยังพอไปได้ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงมาตรการลดภาษี แต่ปัจจัยจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก จะขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และอาจกระทบต่ออัตราการเติบโตเศรษฐกิจชัดเจนในปี 2552

ภาวะล่าสุดหลายบริษัทเริ่มหาทางออก ด้วยการระบายสินค้าในมือในรูปแบบต่างกัน โดยบริษัท แอล.พี.เอ็น.ฯได้ขายห้องชุดในโครงการ ลุมพินี คอนโดทาวน์ ย่านบดินทร์เดชา จำนวน 100 ห้องมูลค่า 100 ล้านบาทให้พนักงานของเอกชนรายหนึ่ง นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างนำเสนอโครงการผ่านบริษัทเอกชน ที่มีนโยบายสนับสนุนให้พนักงานขององค์กร มีอยู่อาศัยเป็นของตนเอง

ส่วนบริษัทสารินฯ ดำเนินโครงการคุณภาพ สาริน ซิตี้ พระราม 2 นอกจากขายบ้านพร้อมที่ดินทั้งในรูปแบบสั่งสร้างและบ้ านพร้อมอยู่แล้ว ยังปรับแผนการขายที่ดิน ที่พร้อมเปิดให้โรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัยเอกชนเข้าไปใช้พื้นที่ทั้งในรูปแบบกา รร่วมลงทุนหรือซื้อที่ดิน

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า วิกฤติการเงินสหรัฐจะขยายวงกว้างไปทั่วโลก ซึ่งจะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนในปี 2552 รวมถึงประเทศไทยด้วย ธุรกิจที่น่าจะกระทบมากที่สุด คือ ไอที และธุรกิจรถยนต์ ซึ่งเชื่อว่าผู้บริโภคจะชะลอการซื้อ เพราะต้องการลดค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ธุรกิจด้านการส่งออกของไทย จะได้รับผลกระทบทำให้ยอดลดลง จะกระทบต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ผลต่อเนื่องตามมาก็จะกระทบต่อตลาดที่อยู่อาศัย จากปัจจัยลบต่างๆ เชื่อว่าสถาบันการเงินจะมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเ ชื่อมากขึ้น ซึ่งก็จะกระทบทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ที่คาดว่าตลาดเก็งกำไรในคอนโดมิเนียมน่าจะหายไป จากปกติตลาดเก็งกำไรคิดเป็นสัดส่วน 5-10%

ทั้งนี้ในช่วง 8 เดือนยอดขายคอนโดมิเนียมทั่วประเทศอยู่ที่ 4 หมื่นหน่วย เติบโตจากปีก่อน 36% กว่า 50% ที่มีการซื้อขายนั้น เป็นคอนโดมือสอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีคนซื้อเก็งกำไรนำมาออกมาขาย ขณะเดียวกันก็เกิดจากการกระตุ้นการขายของสถาบันการเง ิน ที่นำทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) ออกขายต่อเนื่อง

นายสัมมา กล่าวด้วยว่า ตลาดอสังหาฯที่พึ่งลูกค้าต่างประเทศจะได้รับผลกระทบม ากสุด โดยเฉพาะตลาดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และตลาดอสังหาฯ ตามหัวเมืองท่องเที่ยว

“ผมว่าการเมืองต้องนิ่ง รัฐบาลเองต้องกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมอย่างชัดเจน และต้องเห็นเป็นรูปธรรม จะกระตุ้นเฉพาะเซคเตอร์ใดเซคเตอร์หนึ่ง ผ่านมาตรการภาษีอย่างเดียวไม่ได้แล้ว“นายสัมมา กล่าว

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ นายบุญเลิศ เกียรติศรีธารา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออล สวีท ภูเก็ต ซิตี้ พันวา จำกัด ระบุว่าตลาดซื้อขายบ้านที่ภูเก็ตค่อนข้างเงียบ เห็นได้ชัดหลังจากที่เกิดปัญหาปิดสนามบิน ทำให้บริษัทต้องปรับแผนการขยายเฟสใหม่ และต้องทำการตลาดเชิงลึกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแนวโน้มน่าจะดีขึ้น และในฐานะภาคเอกชน ก็ได้แต่หวังว่าปัญหาทางการเมืองภายในประเทศจะนิ่ง และขอให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนที่ชัดเจน และให้เห็นเป็นรูปธรรม
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 10-10-2008, 10:33 AM   #48
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

ด่วน!หุ้นไทยเปิดตลาดดิ่งเหว38จุด หลังนิกเกอิเปิดตลาดเช้านี้พังทลายดิ่ง11%

10 ตุลาคม พ.ศ. 2551 09:49:00

หุ้นเอเชีย-แปซิฟิกเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10 ต.ค.) พากันดิ่งเหวถ้วนหน้า 7-11% นำโดยนิกเกอิของญี่ปุ่นดิ่งลงมากกว่า 1,000 จุด หรือมากกว่า 11% หั่งเส็งฮ่องกงดิ่งลงลึก 1,333 จุดหรือ 8.3% ตามด้วยตลาดหุ้นเกาหลี สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ร่วงลงมากว่า 7% ในทุกตลาด หลังจากที่ดาวโจนส์ร่วงไม่หยุดอีก 679 จุด หรือ 7.33% วานนี้ (9 ต.ค.) ทั้งนี้ หุ้นไทยเปิดตลาดดิ่งเหว38.38จุด ลงมาอยู่ที่ดัชนี 461.61


ผลกระทบจากวิกฤติตลาดหุ้นโลกในวันนี้ มำให้ ก.ล.ต.ไทยออกกฎมาคุมเข้มโบรกเกอร์ สั่งรายงานฐานะการเงิน-บัญชีการทำธุรกิจทั้งมาร์จินโลน-เงินสด-ซื้อขายสัญญาล่วงหน้า แบบวันต่อวัน หวั่นได้รับผลกระทบจากการบังคับขายหุ้นลูกค้า หลังดัชนีหุ้นร่วงไม่หยุด ด้าน บล.บีฟิท ยันฐานะแกร่ง ไม่ได้รับผลกระทบจากการบังคับขายหุ้น ระบุหลักเกณฑ์ปล่อยมาร์จินโลนเข้มงวด ด้าน บล.ทิสโก้ระบุเลิกให้มาร์จินตั้งแต่ปี 2540 แล้ว มองหุ้นไทยยังหาจุดต่ำสุดไม่ได้

แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ทำหนังสือเวียนถึงโบรกเกอร์ทุกแห่ง ให้มีการรายงานฐานะการเงินของบริษัทและข้อมูลการประก อบธุรกิจ ทั้งตัวเลขยอดเงินกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิน โลน) และข้อมูลของลูกหนี้ที่พ้นกำหนดชำระราคา ซึ่งแบ่งเป็นลูกค้าบัญชีเงินสด ลูกค้าบัญชีมาร์จิน และบัญชีซื้อขายสัญญาล่วงหน้า โดยในแต่ละบัญชีนั้น โบรกเกอร์จะต้องรายงานสถานะของแต่ละบัญชีว่าเป็นอย่า งไร ทั้งในส่วนของลูกหนี้ที่มีปัญหาในการชำระราคา ลูกหนี้ที่มีหลักประกันไม่คุ้มมูลหนี้

นอกจากนี้ ยังให้มีการรายงานพอร์ตการลงทุนของโบรกเกอร์แต่ละราย ว่า มีการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ รวมทั้งมูลค่าการลงทุนในตลาดอนุพันธ์มูลค่าเท่าไร ซึ่งข้อมูลทั้งหมด โบรกเกอร์จะต้องรายงานแบบวันต่อวัน จนกว่าสถานการณ์การตลาดทุนทั่วโลกจะปกติ

แหล่งข่าวกล่าวว่า การที่ ก.ล.ต.มีความเข้มงวดดังกล่าว เพราะจากวิกฤติการเงินในสหรัฐและยุโรป ได้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย โดยปรับตัวลดลงเกือบ 50% นับจากจุดสูงสุดที่ระดับ 927 จุด ทำให้ ก.ล.ต. ต้องเข้มงวดในการตรวจสอบฐานะของโบรกเกอร์ เพราะจากการที่ดัชนีปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงและต่อเนื ่อง จนถึงจุดที่โบรกเกอร์ต้องเรียกหลักประกันเพิ่ม และบังคับขายหุ้นของลูกค้า ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อฐานะโบรกเกอร์ได้

ด้านนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.บีฟิท กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการบังคับขายหุ้นของลูกค้า เนื่องจากหลักเกณฑ์ที่ค่อนข้างเข้มงวด ทำให้บริษัทสามารถที่จะบังคับขายหุ้นลูกค้าในทันสถาน การณ์และลูกค้าส่วนใหญ่จะมีหลักประกันคุ้มกับมูลหนี้

โดยเกณฑ์การปล่อยมาร์จินจะกำหนดระดับของการเรียกหลัก ประกันเพิ่ม (Call Margin) และการบังคับขายหุ้นของลูกค้ามีอยู่ 3 กลุ่ม ขึ้นอยู่กับหลักทรัพย์และคุณสมบัติของลูกค้าคือ กลุ่มแรกจะมีระดับของการเรียกหลักประกันเพิ่มที่ 45% และบังคับขายที่ 35% กลุ่มที่ 2 เรียกหลักประกันเพิ่ม 40% และบังคับขาย 35% กลุ่มที่ 3 เรียกหลักประกันเพิ่ม 35% และบังคับขาย 28%

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า จากการที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงแรง ทำให้บริษัทต้องบังคับขายหุ้นของลูกค้า ซึ่งกระจายทั้งหุ้นบลูชิพ และหุ้นเก็งกำไร แต่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้เสีย ซึ่งนับตั้งแต่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเริ่มซบ เซา บริษัทปล่อยบัญชีมาร์จินในวงเงินที่ลดลงเหลือ 250 ล้านบาท โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 1,000 ล้านบาท จากในช่วงที่ตลาดหุ้นสดใสบัญชีมาร์จินของบริษัทเคยสู งถึง 900 ล้านบาท

"กฎเกณฑ์ของ บล.บีฟิทเข้มงวดมา 2 ปีแล้ว เพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่วนวงเงินมาร์จินโลนตอนนี้ที่ภาวะตลาดไม่ดีก็ปล่อยอ ยู่ที่ 250 ล้านบาท ส่วนการดำรงเงินกองทุน หรือ NCR ในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ของ บล.บีฟิทอยู่ที่ 528 ล้านบาท" ดร.ประสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมกับ เปิดสาขาให้บริการระบบอินเทอร์เน็ต เทรดดิ้ง ผ่านสาขาของทรูคอฟฟี่ 28 แห่ง ส่วนในปีหน้าบริษัทจะมีธุรกิจด้านหลักทรัพย์ครบวงจรม ากขึ้น ทั้งบริษัทตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX อินเทอร์เน็ต เทรดดิ้ง เป็นต้น เพื่อรองรับการแข่งขันการเปิดเสรีของธุรกิจโบรกเกอร์ ในอนาคต

นายประสิทธิ์ ยังได้กล่าวต่อว่า แม้ตลาดหุ้นจะซบเซา แต่บริษัทก็ยังหวังว่าปีนี้ส่วนแบ่งทางการตลาดจะอยู่ ที่ระดับ 4-5% เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 3.5-3.6%

ด้านนายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.บีฟิท กล่าวว่า ในปีนี้ประเมินดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ไว้ที่ระดับ 497 จุด ซึ่งปรับลดลงมาจากเป้าหมายเดิม ส่วนในปี 2552 ประเมิน ดัชนีหุ้นอยู่ที่ 704-761 จุด โดยปัจจัยลบที่มีผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงนี ้ประกอบด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว ซึ่งคงจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจเรียลเอสเตทให้ชะลอการเต ิบโต ส่วนปัจจัยที่ 2 คือปัจจัยการเมืองในประเทศที่ยังไม่นิ่ง

"ปีหน้ายังมอง ดัชนีหุ้นไว้ที่ 704-761 จุด แต่มีโอกาสที่จะปรับลดลงได้ ซึ่งคงต้องรอดูปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว ซึ่งคงจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจเรียลเอสเตทอย่างแน่นอน จีดีพีที่เคยมองว่าจะโต 5% ในปีหน้าก็คงจะไม่โตถึง 5% ส่วนการส่งออกคงจะโตลดลงจากปีนี้ที่คาดว่าการส่งออกจ ะอยู่ที่ 60% ปีหน้าคงเหลือโต 14-15% หากเศรษฐกิจสหรัฐยังชะลอ" นายเอกพิทยา กล่าว

ชี้หุ้นไทยยังหาจุดต่ำสุดไม่ได้

ด้านนายไพบูลย์ นรินทรางกูร ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติยังคงมีอยู่ต่อเน ื่อง และไม่สามารถประเมินได้ว่าจะจบลงเมื่อใด เพราะตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่มีขนาดเล็ก อยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ จึงถูกมองว่าเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้เป็นตลาดแรกที่กองทุนต่างชาติจะเลือกขายหุ้น เมื่อต้องการสภาพคล่อง แต่คาดว่าแรงเทขายที่เกิดขึ้นคาดว่า จะไม่รุนแรง เพราะที่ผ่านมาบรรดากองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้ทยอยขายหุ้นอ อกไปบ้างแล้ว

"ปัจจุบันแรงเทขายต่างชาติยังคงมีต่อเนื่อง และไม่สามารถประเมินได้ว่าจะจบลงเมื่อใด ส่งผลให้ไม่สามารถประเมินจุดต่ำสุดของดัชนี แต่เชื่อว่าปีนี้ดัชนีน่าจะฟื้นตัวได้และกลับมายืนที ่ระดับ 620 จุด เพราะขณะนี้เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน ถือว่าดัชนีปรับตัวลงแรงเกินความจริง เพราะเป็นเรื่องผลกระทบทางจิตวิทยา" นายไพบูลย์กล่าว

เขากล่าวว่า บล.ทิสโก้ได้ยกเลิกบัญชีมาร์จินโลน ที่ปล่อยให้กับลูกค้าตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งถึงปัจจุบันยังไม่มีการเปิดบัญชีดังกล่าว เมื่อตลาดหุ้นที่อยู่ในทิศทางขาลง ลูกค้าและบริษัทจึงไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการบังคั บขายหุ้น

ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติให้คงดอกเบี้ยอาร์/พี ที่ 3.75% มองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เนื่องจากเครื่องมือทางการเงินถือเป็นเครื่องมือที่ส ำคัญในการแก้ปัญหา ซึ่งตอนนี้ปัญหาวิกฤตการเงินไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศ ไทยโดยตรง ดังนั้น การปรับลดดอกเบี้ยลงจึงไม่ได้มีความจำเป็น การคงอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้มั่นใจว่าแนวโน้มของอัตราเงินเฟ้อจะไม่มีทิศ ทางที่จะกลับมาในระดับสูงอีกครั้ง เมื่อ ธปท.มั่นใจแล้ว แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคต น่าจะมีการปรับลดลงตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก

อย่างไรก็ดี ดอยช์แบงก์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของ บล.ทิสโก้ ได้ประเมินแนวโน้มอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2552 ไว้ที่ 3.4% เนื่องจากผลของวิกฤติการเงินจะส่งผลลุกลามทำให้เศรษฐ กิจทั่วโลกชะลอตัวลง โดยคาดว่าสหรัฐจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียง 1.4% และญี่ปุ่น มีอัตราเติบโตเพียง 0.2% ขณะที่ไทยจะมีอัตราการเติบโตลดลงเหลือเพียง 4% เนื่องจากการส่งออกในปีหน้าจะเริ่มชะลอตัวลงเหลือเพี ยงประมาณ 10% จากปีนี้ที่โตได้ถึง 25%

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย หากปัญหาการเมืองยังไม่สามารถยุติลงได้ เศรษฐกิจของประเทศไทยก็ไม่สามารถที่จะฟื้นตามเศรษฐกิ จโลกได้ ดังตัวอย่างเช่น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจทั่วโลกจะสามารถเติบโตได้ดี แต่ประเทศไทยกลับมีปัญหาการเมืองที่เป็นปัจจัยลบส่งผ ลให้การบริโภคในประเทศและการลงทุนไม่สามารถเกิดขึ้นไ ด้
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 10-10-2008, 02:38 PM   #49
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

ตลาดหุ้นไทยปิดเรียบร้อย... เซอร์กิสเบรค... หยุดครึ่งชม. ถ้าเปิดลงอีก ก็หยุดอีกชม. ตอนนี้ลงไป 50 จุด
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 10-10-2008, 02:52 PM   #50
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

ผมเองไม่ได้เล่นหุ้นนะ...แต่จากความรู้งููๆ ปลาๆ ก็รู้ว่ามันไม่ปกติแน่ๆ


หุ้นตกเกลี้ยงแผง บริษัทเจ๊ง ไม่มีเงินหมุน ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ไม่มีเงินจ้างพนักงาน+แรงงาน
คนทำงาน ตกงานไม่มีเงินซื้อของ..บริษัทห้างร้านขายของไม่ได้ ร้านค้าเจ๊ง
คนทำงานไม่มีเงินผ่อนของ+ใช้หนี้
ธนาคารไม่มีเงิน มาปล่อยกู้
คนฝากเงินไม่มั่นใจธนาคาร แห่มาถอนเงิน

โอ้ว โนว.....มหกรรมโดมิโน แห่งชาติ (และแห่งโลก) กำลังจะมาเยือน



ขอออกไปซื้อไห มาเก็บตังค์ที่มีอยู่น้อยนิด ก่อนหล่ะ ....ก่อนที่ร้านขายไหจะเจ๊ง
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 10-10-2008, 03:24 PM   #51
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

ระวังชั่วโมงทองแห่งการชัดดาบ...
จำได้ก่อนเหตุการณ์ ต้มยำกุ้ง ไม่กี่เดือน อภิมหาโปรเจค...ออกมาเพียบ แล้วก็ ชักดาบ ตามฟอร์ม
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 10-10-2008, 03:32 PM   #52
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

"ยามาโตะ" ทนพิษ ศก.ไม่ไหว ยื่นศาลขอล้มละลาย

บริษัทประกันชีวิต ยามาโตะ ไลฟ์ อินชัวรันซ์ ต้านทานแรงกดดันจากปัญหาวิกฤติการเงินไม่ไหว ต้องยื่นเรื่องต่อศาลกรุงโตเกียว ขอประกาศภาวะล้มละลาย โดยนับเป็นสถาบันการเงินแห่งแรกในรอบ 7 ปีของญี่ปุ่น ที่ขอให้ศาลพิทักษ์ทรัพย์จากการล้มละลาย
นายทาเคโอะ นากาโซโนะ ประธานบริษัท ยามาโตะฯ ซึ่งออกมากล่าวแสดงความเสียใจต่อบรรดาลูกค้า เผยว่า ราคาหุ้นทั่วโลกดำดิ่งอย่างหนัก เพราะวิกฤติหนี้เน่าในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ ทำให้บริษัทของเขา ซึ่งมีพนักงานราว 1,000 คน ต้องประสบภาวะขาดทุนรวมสูงถึง 269,000 ล้านเยน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นการขาดทุนจากมูลค่าหุ้นที่ตกต ่ำมากถึง 11,000 ล้านเยน (ราว 3,663 ล้านบาท)
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 10-10-2008, 03:47 PM   #53
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

สิงคโปร์เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว ครั้งแรกในรอบ 6 ปี

สิงคโปร์ประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงินในวันนี้เป็นครั ้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003 หลังจากเศรษฐกิจประเทศเผชิญกับภาวะถดถอยเป็นครั้งแรก ในรอบ 6 ปีและในขณะที่การอ่อนตัวของตลาดการเงินสร้างความเสี่ ยงที่จะส่งผลกระทบต่อไปต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ตัวเลขประมาณการล่วงหน้าของรัฐบาลแสดงว่า เศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกของสิงคโปร์ หดตัวลง 6.3 % เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. เมื่อเทียบกับคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ 1.1 % ของนักเศรษฐ

ศาสตร์ในการสำรวจของรอยเตอร์

สิงคโปร์เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งล่าสุดในปี 2002 ขณะที่คำจำกัดความของภาวะเศรษฐกิจคือ ภาวะเศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจประจำป ีนี้ สู่ราว 3 % ในวันนี้ จากประมาณการก่อนหน้านี้ที่ 4-5 %

นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง จะช่วยบรรเทาอุปสรรคที่เศรษฐกิจสิงคโปร์กำลังเผชิญอย ู่จากวิกฤตการณ์ที่ย่ำแย่ลง แต่เศรษฐกิจอาจเผชิญภาวะถดถอยในไตรมาส 4 และในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า

ทั้งนี้ สิงคโปร์นับเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เผชิญกับภาวะเศร ษฐกิจถดถอยนับตั้งแต่ที่วิกฤตการณ์เริ่มขึ้น โดยญี่ปุ่นใกล้เข้าสู่ภาวะดังกล่าวและนิวซีแลนด์เผชิ ญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในไตรมาส 2 เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี

นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นประเทศแรกในเอเชียที่รายงานตัวเลขผลิ ตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศรายไตรมาสสำหรับไตรมาส 3 ขณะที่การพึ่งพาการค้าอย่างมากทำให้เศรษฐกิจของสิงคโ ปร์เป็นมาตรวัดที่ดีในการวัดผลกระทบของวิกฤตการณ์ต่อ ประเทศที่เหลือในเอเชีย

สิงคโปร์เหมือนกับประเทศเอเชียส่วนใหญ่ที่พึ่งพาประเ ทศอื่นๆในโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐและยุโรป ในการซื้อสินค้าส่งออกของตน และทำให้เศรษฐกิจเติบโต

แต่วิกฤตการณ์ของโลกที่รุนแรงขึ้น เป็นปัจจัยบั่นทอนอุปสงค์ทั่วโลกสำหรับสินค้าส่งออกข องเอเชีย โดยยอดส่งออกยกเว้นน้ำมันของสิงคโปร์ ลดลงเมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนมิ.ย., ก.ค. และส.ค. ขณะที่ยอดส่งออกดังกล่าวคิดเป็นมูลค่า

ประมาณ 70 % ของเศรษฐกิจเมื่อปีที่แล้ว
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 10-10-2008, 04:13 PM   #54
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

กองทุนรวมทรุดฮวบหลังนักลงทุนแห่ไถ่ถอนโยกเงินหนีวิก ฤติตลาดหุ้น

นักลงทุนสหรัฐกำลังแสวงหาการลงทุนที่มีความปลอดภัยสู ง และปรับตัวรับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำลง โดยได้ถอนเงินลงทุนสุทธิถึง 4.33 หมื่นล้านดอลลาร์จากกองทุนรวมทุกแห่งที่ลงทุนในหุ้นน ับตั้งแต่ต้นเดือนต.ค. ขณะที่ทุ่มเงิน

เกือบ 6 หมื่นล้านดอลลาร์เข้าสู่กองทุนรวมที่ลงทุนในตลาดเงิน

การโยกย้ายเงินลงทุนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลง ทุนกังวลกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากยิ่งขึ้น โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของสหรัฐดิ่งลงเกือ บ 700 จุดเมื่อวานนี้สู่ระดับปิดต่ำกว่าระดับ 9,000 จุด หรือดิ่งลงมาแล้ว

ราว 40 % จากสถิติระดับปิดสูงสุดเหนือ 14,000 ที่ทำไว้เมื่อ 1 ปีก่อน

บริษัททริมแทบส์ อินเวสท์เมนท์ รีเสิร์ชระบุว่า กองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นสหรัฐมีเงินลงทุนไหลออกส ุทธิ 2.73 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นเดือนนี้ในขณะที่กองทุ นที่เน้นลงทุนในหุ้นนอกสหรัฐมีเงินลงทุนไหลออก 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์

นักลงทุนเน้นการลงทุนที่มีความปลอดภัยสูงในสัปดาห์ล่ าสุด โดยสถาบันบริษัทการลงทุนแถลงว่า สินทรัพย์ของกองทุนรวมตลาดเงินทั้งหมดในสหรัฐเพิ่มขึ ้น 5.854 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ 3.458 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่

8 ต.ค.

สินทรัพย์ของกองทุนตลาดเงินรายย่อยเพิ่มขึ้น 1.896 หมื่นล้านดอลลาร์สู่ 1.258 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนสินทรัพย์ของกองทุนตลาดเงินรายสถาบันเพิ่มขึ้น 3.958 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ 2.200 ล้านล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ดังกล่าว

อย่างไรก็ดี กองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรไม่ได้รับประโยชน์จากการที่ นักลงทุนหันมาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง โดยทริมแทบส์ระบุว่า กองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรมีเงินลงทุนไหลออกสุทธิ 8.8 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.หลังจากมีเงินล งทุนไหลออกสุทธิ 8.1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนก.ย.

นายคอนราด แกนน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ ทริมแทบส์ให้สัมภาษณ์ว่า "เป็นสิ่งที่ผิดปกติอย่างมากที่เห็นการถอนเงินมากเช่ นนี้ โดยไม่ใช่การถอนเงินจากกองทุนหุ้นเท่านั้น แต่รวมถึงการถอนเงินจากกองทุนพันธบัตรด้วย ขณะที่นักลงทุนนำเงินไปเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์, บัญชีเงินฝากที่ใช้เช็คถอนได้และมีการค้ำประกัน หรือกองทุนใดๆที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง "

ในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนได้ถอนเงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์จากกองทุนรวมที่จดทะเบียนในสหรัฐที่ ลงทุนในหุ้นและพันธบัตร ในขณะที่กองทุนที่ลงทุนในหุ้นมีเงินลงทุนไหลออกสุทธิ 4.35 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนกองทุนพันธบัตรมีเงินไหลออก 2.88 หมื่นล้านดอลลาร์

ทริมแทบส์ระบุว่า กองทุนที่จดทะเบียนในตลาด (ETF) ที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐมีเงินไหลเข้า 4 พันล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันพุธที่ 8 ต.ค.หลังจากมีเงินไหลเข้า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Old 10-10-2008, 06:03 PM   #55
beachboy
สมาชิกไทยวิซ
 
beachboy's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 456
beachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the roughbeachboy is a jewel in the rough
Default

กระหน่ำ เข้าไปอีก

Quote:
28ชาติผวาวิกฤตการเงิน วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551

โพสต์ทูเดย์ — ธนาคารโลกเตือน 28 ประเทศ เตรียมนโยบายรับมือเจอโดมิโนวิกฤตการเงินแน่

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงาน สัมภาษณ์พิเศษ นายโรเบิร์ต โซลลิก ประธานธนาคารโลก เปิดเผยว่า ประเทศกำลังพัฒนา 28 ประเทศ มีความเสี่ยงสูงที่จะประสบกับภาวะปัญหาทางเศรษฐกิจรุ นแรง โดยจะเปิดเผยรายชื่อทั้งหมดในระหว่างการประชุมรัฐมนต รีคลังโลกที่จะเปิดฉาก ขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

ประธานธนาคารโลก เตือนว่า ประเทศกำลังพัฒนาจะเจอกับปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้าจากหลา ยๆ ปัจจัยพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวของภาคธุรกิจ ภาคธนาคารที่อยู่ในอาการย่ำแย่ ภาวะบีบคั้นรุนแรงในภาคการเงินทั่วโลก ประกอบกับราคาพลังงานและอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้รัฐบาลของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาปกป้องประ ชาชนที่ยากจนได้ยาก ลำบากตามไปด้วย

ด้านนายเฮนรี พอลสัน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เตือนว่า สถาบันการเงินในสหรัฐอีกหลายแห่งจะเผชิญกับภาวะล้มละ ลาย ในขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจา กวิกฤตการเงิน แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐผ่านแผนกู้วิกฤตสถาบันการเงิน 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสไปเมื่อสัปดา ห์ที่แล้ว เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงินทุกแห่งที่ประสบป ัญหา

อย่างไรก็ดี นายพอลสัน เห็นว่า ไม่สมควรที่ประเทศต่างๆ จะใช้วิธีการจัดการกับปัญหาในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากประสบกับปัญหาที่แตกต่างกันอย่าง สิ้นเชิง
beachboy is offline   Reply With Quote
Old 13-10-2008, 03:50 PM   #56
giorin
เทพกระบี่2003
 
giorin's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: Singapore
Posts: 427
giorin will become famous soon enough
Default

ศก.ไทยเผาจริง แบงก์งดปล่อยกู้ "ใบโพธิ์" เตือนลูกค้าหยุดลงทุน

ผู้บริหารฯ ธ.ไทยพาณิชย์ คาดไทยโดนผลกระทบวิกฤต ศก.โลกเต็มๆ ปลายปีนี้ ชี้ปีหน้า ศก.เจอเผาจริง ภาคธุรกิจจะขายสินค้าได้น้อยลง การส่งออกชะลอการเติบโต หลังศก.ประเทศคู่ค้าสำคัญ ทั้งสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ชะลอตัว การบริโภคในประเทศ ชะลอต่อเนื่อง เกิดปัญหาการชำระคืนหนี้ ยอดเอ็นพีแอลพุ่ง เตือนลูกค้าแบงก์ ระมัดระวังในการขยายการลงทุน หากรายใดยังไม่มีความจำเป็น ให้ชะลอการการขอสินเชื่อไปก่อน ขณะที่แบงก์ชาติ นัดถกด่วนแบงก์พาณิชย์ ไทย-เทศ บ่ายวันนี้

วันนี้ ( 13 ต.ค.) นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงผลกระทบจากปัญหาวิกฤตสถาบันการเงินในสหรัฐฯ คาดว่ากำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวลง และกระทบต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน โดยเริ่มเห็นผลกระทบตั้งแต่ปลายปีนี้ โดยจะมีผลกระทบอย่างหนัก หรือที่เรียกกันว่า เผาจริงในปี 2552 รวมทั้งในปี 2553 จะเห็นผลกระทบชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจจะขายสินค้าได้น้อยลง การส่งออกจะชะลอการเติบโต เพราะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ชะลอตัว และการบริโภคภายในประเทศ ยังชะลอต่อเนื่อง ทำให้จะเกิดปัญหาการชำระคืนหนี้ และยอดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะเพิ่มขึ้น

ดังนั้น ทางธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้เข้าไปดูแล และให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าให้พิจารณาอย่างรอบคอบ และระมัดระวังในการขยายการลงทุน หากลูกค้ารายใดที่ยังไม่มีความจำเป็นในการขยายการลงท ุน ให้ชะลอการการขอสินเชื่อไปก่อน รวมทั้งเตือนให้ลูกค้าระวังผลกระทบทางเศรษฐกิจครั้งน ี้ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินระยะเวลา และมูลค่าความเสียหายได้

อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้เตรียมสภาพคล่องเพียงพอสำหรับผู้ประกอบธุรก ิจที่จะหันมากู้เงินในประเทศมากขึ้น ทดแทนการกู้เงินจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงกว่าในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้ระดมเงินฝากจากประชาชนไปแล้ว ดังนั้น จึงเชื่อว่าจะไม่มีการแข่งขันระดมเงินฝากในระยะนี้

ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศ มีแนวโน้มที่จะปรับลดลงตามตลาดโลก แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรขึ้นอยู่กับการส่งสัญญา ณของธนาคารแห่งประเทศไทย

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก ประเมินสถานการณ์ได้ลำบาก เพราะนักลงทุนยังตื่นตระหนกกับวิกฤติการเงินโลก ซึ่งหากมีการเปิดเผยปัญหาของสถาบันการเงินออกมาอีก นักลงทุนก็จะเทขายหุ้นลดความเสี่ยง และหันไปลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่น โดยเฉพาะทองคำ อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ดีขึ้น เชื่อว่าเอเซียยังเป็นภูมิภาคที่น่าลงทุนมากที่สุด เพราะมีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสูง และสถาบันการเงินมีความเข้มแข็ง หลังผ่านวิกฤติปี 2540 ทำให้มีระบบการเงินที่รัดกุมมากขึ้น

ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย คงจะทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในปี 2552 ชะลอตัว โดยคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 3-3.2 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมอาคารเ วิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งการลงทุนของรัฐมาทดแทนการส่งออกที ่คาดว่าจะชะลอตัว เพราะทั้งการบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนยังชะลอต่อเนื่อง จากทั้งปัญหาวิกฤติสถาบันการเงินและการเมืองในประเทศ

**ธปท.ถกด่วนแบงก์ไทย-ต่างประเทศ บ่ายนี้

นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เรียกผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ไทย และสาขาธนาคารต่างประเทศ เข้าประชุมด่วนในช่วงบ่ายของวันนี้ (13 ต.ค.) รับมือวิกฤติการเงินโลก โดยธนาคารไทยเริ่มเวลา 13.30 น. ส่วนธนาคารต่างประเทศเริ่ม 15.00 น.

โดยในวันนี้ ธปท. กับธนาคารพาณิชย์จะมีการหารือเรื่องของสภาพคล่องในระ บบ และการเตรียมรับมือกับปัญหาสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้นซ ึ่งก่อนหน้านี้ได้มีแผนที่จะหารือร่วมกันอยู่แล้ว ก่อนที่จะมากำหนดเป็นวันนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตลาดการเงินในประเทศยังไม่ได้มีปัญหาเรื่องสภา พคล่องแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เรื่องของสภาพคล่อง แบงก์ชาติก็มีแผนกันไว้นานแล้ว โดยมองว่า หลังมีปัญหาในต่างประเทศ เราก็คงจะพูดคุยกันในเรื่องนี้ ก็มาดูว่าแบงก์ชาติจะมีมาตรการอะไรยังไง และแบงก์พาณิชย์จะต้องทำอะไร ก็เป็นการหารือกันแต่ตอนนี้ ยังไม่ได้มีปัญหาอะไร
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
giorin is offline   Reply With Quote
Reply

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off

Forum Jump


All times are GMT +7. The time now is 04:59 PM.

Design Developed by CompleteGFX
Powered by vBulletin® Version 3.8.5
Copyright ©2000 - 2018, Jelsoft Enterprises Ltd.
Copyright ©2002-2010 Thai3dViz Co.,Ltd.
Hosting by THAISITE.net