Thai3Dviz  

Go Back   Thai3Dviz > THVIZ Talk > ร้านกาแฟ (Coffee shop)

ร้านกาแฟ (Coffee shop) พูดคุย ถกปัญหา ความคิดเห็นเกี่ยวกับวงการ3D,วงการสถาปัตย์ และอินทีเรีย โพสภาพโชว์ขั้นตอนการก่อสร้างจริง

Reply
 
Share Thread Tools Display Modes
Old 15-11-2008, 07:09 PM   #1
เด็กผี2522
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Nov 2007
Posts: 108
เด็กผี2522 is on a distinguished road
Default postension คืออะไรครับ

วันก่อนผมได้ยินในโทรทัศน์แบบแว๊บๆ เรื่องการก่อสร้างแบบ Postension แต่มาดูไม่ทัน เลยสงสัยอ่ะครับว่ามันคืออะไร มีข้อดีข้อเสียยังไง ดีกว่าเสา-คานหรือload barring wallแบบที่เห็นๆกันโดยทั่วไปรึเปล่า และอาคารแบบไหนที่ควรใช้โครงสร้างแบบนี้ครับ
เด็กผี2522 is offline  

Reply With Quote
Old 15-11-2008, 07:22 PM   #2
des_perado
ไมเคิล แจ็คสั้น
 
des_perado's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 1,872
des_perado is a jewel in the roughdes_perado is a jewel in the roughdes_perado is a jewel in the rough
Default

อาคารที่ต้องการจำนวนชั้นมากๆ ครับ เพราะไม่ต้องเสียพื้นที่คาน
ปกตินิยมใช้กับ อาคารสูง และที่จอดรถครับ
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
des_perado is offline   Reply With Quote
Old 15-11-2008, 08:18 PM   #3
สมาชิกไทยวิซ
 
คุณชายน้องก้องแห่งปารีส's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: World.
Posts: 570
คุณชายน้องก้องแห่งปารีส is a splendid one to beholdคุณชายน้องก้องแห่งปารีส is a splendid one to beholdคุณชายน้องก้องแห่งปารีส is a splendid one to beholdคุณชายน้องก้องแห่งปารีส is a splendid one to beholdคุณชายน้องก้องแห่งปารีส is a splendid one to beholdคุณชายน้องก้องแห่งปารีส is a splendid one to beholdคุณชายน้องก้องแห่งปารีส is a splendid one to behold
Send a message via MSN to คุณชายน้องก้องแห่งปารีส
Default

postension คือ การก่อสร้างแบบใช้ คอนกรีตอักแรงกำลังสูง

คือประมาณว่า ก่อนจะเทคอนกรีตลงในแบบหล่อใด ๆ ก็ จะมีการ ดึงยืดเหล็กให้ขยายตัวออกนิดหน่อย
จากนั้น พอคอนกรีตแห้ง ก็ ปล่อยให้เหล็กหดตัวกลับเข้าไป ทีนี้ คอนกรีตนั้น ก็จะมีแรงอัดอยู่ในตัว
ทำให้มีความแข็งแกร่ง มากกว่า คอนกรีตที่เทแบบหล่อผูกเหล็กธรรมดา ๆ ดังนั้น จึงสามารถออกแบบให้
เสา คาน หรือ พื้น หรือ ผนัง ที่รับแรง มีขนาดที่เล็กและบางกว่าปกติได้ครับ... อย่างที่คุณเดส กล่าวไว้...

คอนกรีตที่ว่านี้ จะหล่อและอัดแรงหน้างาน หรือ ทำสำเร็จรูปมาจากแพลนท์ก็ได้ครับ

ทีนี้... ถ้าหากมีโอกาสฝ่านไซต์งานก่อสร้างตึกสูง บางทีก็จะเห็นว่า ทำไม เสา และ คาน มีขนาดเล็กจนน่าเสียวไส้... นั่นเอง...

ข้อเสียก็คือ... ในคอนโดสูง ๆ นี่... กระจะเจาะตกแต่งต่อเตืมอะไรก็ทำได้ค่อนข้างลำบากครับ
บางทีแค่ เจาะสว่านแขวนรูปบนชั้นที่ 30 ผจก.ตึก ที่อยู่ชั้น 1 ก็ รีบแจ้นขึ้นมาว่า ... นี่ ๆ ๆ ๆ พวกเธอทำอะไรกันยะ... ขออณุญาติ หรือยัง มีวิศวกรรับรองมั้ย ๆ... บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
คุณชายน้องก้องแห่งปารีส is offline   Reply With Quote
Old 16-11-2008, 03:18 AM   #4
SINBATT
กระเดื่องคู่ปลิดวิญญาณ
 
SINBATT's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Location: นอนบ้านแล้ว ไม่ได้นอนออฟฟิต...
Posts: 576
SINBATT is a name known to allSINBATT is a name known to allSINBATT is a name known to allSINBATT is a name known to allSINBATT is a name known to allSINBATT is a name known to all
Default

เรื่องพื้นคอนกรีตอัดแรงจะมีอยู่ 2 รูปแบบครับ เท่าที่จำได้
คือ post-tension กับ pre-tension ครับ

post-tebsion จะเป็นการร้อยลวดเหล็กที่จะดึงลงในท่อก่อนการเทคอนกร ีตครับ
จากนั้นจึงเทคอนกรีต รอให้คอนกรีตบ่มตัวจนได้ที่ จึงดึงลวดโดยวัดจากระยะค่าการยืดของลวด จากนั้นจึงยึดลวดเอาไว้กับขอบพื้น คาน พอดึงลวดครบทุกด้านแล้วค่อยตัดลวดเพื่อส่งถ่ายแรงอัด เข้าสู่คอนกรีตครับผม

pre-tension จะเป็นการร้อยลวดเหล็กที่จะดึงลงในท่อจากนั้นจะทำการ ดึงลวดนั้นตามระยะการยืดของลวด แล้วจึงเทคอนกรีตลงไป เมื่อเทเสร็จพร้อมทั้งบ่มคอนกรีตได้ที่แล้วจึงค่อยตั ดลวดเพื่อส่งถ่ายแรงอัดเข้าสู่คอนกรีต

ทั้งสองระบบะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ครับผมว่าจะใช้กั บรูปแบบใหน ถ้า pre-tension มักจะใช้กับพวกระบบพื้นสำเร็จ เช่น hollow core slap
แต่ถ้าpost-tension จะใช้กับงานระบบพื้นอาคารหล่อในที่ ซึ่งจะทำให้ประหยัดพื้นที่ใต้ฝ้า จะได้สามารถวางระบบท่อต่างๆได้ง่ายเนื่องจากไม่ติดคา น จะทำให้ช่วยลดความสูงของตัวอาคารรวมลงไปได้
__________________
Diameter Studio

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.

13 52'12.20"N 100 35'28.21"E
SINBATT is offline   Reply With Quote
Old 16-11-2008, 08:57 AM   #5
manop90
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 157
manop90 is on a distinguished road
Default

ขออธิบายเสริมดังนี้ครับ
ระบบพื้นคอนกรีต บ้านเรานิยมทำกัน 2แบบ
1. ระบบ คาน+พื้น
หลังจากขึ้นเสา แล้ววางตาน(ซึ่งเป็นท่อน-แท่ง มีความลึก แล้วแต่ช่วงาเสา) เชื่อมระหว่างเสา
แล้วเอาแผ่นพื้น(ซึ่งบางๆ) วางบนคาน
ระบบนี้ ง่าย เสาช่วงสั้น ราคาจะถูกว่า
ข้อเสีย ความสูงระหว่างชั้น ต้องการสูงมากกว่า(เพราะมีคานห้อย มาแกะกะ)

2. ระบบ Posttension บางตนเรียกว่า ระบบไร้คาน
คือออกแบบให้ใช้พื้นหนาๆ และแข็งแรง ใช้แทนคานไปเลย
(คือใช้เทคนิค ดึงลวด ตามที่ท่านข้างบน อธิบายกันนั่นแหละ)
ระบบนี้ดี คือเวลาหล่อคอนกรีต ทำไม้แบบ แบนๆเป็นแผ่นเรียบๆไปเลย(ไม่ต้องยึกยัก เป็นคาน)
manop90 is offline   Reply With Quote
Old 16-11-2008, 07:32 PM   #6
เด็กผี2522
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Nov 2007
Posts: 108
เด็กผี2522 is on a distinguished road
Default

ขอบคุณครับทุกๆท่านที่มาช่วยให้ความรู้นะครับ
ถ้าดูจากที่ทุกท่านเขียนมาก็น่าจะเป้นประมาณว่าเราจะ ใช้วิธีการดึงลวดสลิงให้ตึงกว่าปกติ (น่าจะคล้ายๆเหมือนตอนเรายืดสปริง)แล้วก็เทคอนกรีตลง ไป เมื่อพอคอนกรีตมันเซ็ตตัวเรียบร้อยเราก็ปล่อยสลิงที่ ดึงเอาไว้จนตึงเมื่อก่อนหน้าซะ สลิงมันก็ตะหดกลับไปหาจุดที่สมดุลย์ของตัวมันเอง ทำให้คอนกรีตที่หุ้มอยู่จะถูกแรงที่สลิงดึงกลับไปทำใ ห้ตัวคอนกรีตมันแน่นขึ้น แข็งแรงขึ้นใช่มั๊ยครับ ที่ผมเข้าใจนี่น่าจะเข้าใจถูกใช่มั๊ยครับ
ปล.ถ้าท่านไหนมีรูปให้ดูละจะเยี่ยมมากเลย ถือเป็นวิทยาทานแบบสุดๆเลยครับ เพราะปกติผมเองก็ไม่เคยเข้าไปดูไซต์งานก่อสร้างจริงๆ เลยสักครั้ง ก็อ่านเอาแต่หนังสือนี่แหละครับ 5 5
เด็กผี2522 is offline   Reply With Quote
Old 17-11-2008, 06:18 PM   #7
tzu14-9
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Feb 2007
Posts: 34
tzu14-9 is on a distinguished road
Default

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า พื้น Post Tension มาบ้าง ซึ่งอาจจะเคยเข้าไปใช้งานอาคารลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ แต่ไม่ทราบว่ามันคืออะไรใช่ไหมครับ ที่จริงแล้วคำว่า Post Tension หรือพื้นที่ไม่มีคานรองรับนั้น ได้มีการใช้งานแพร่หลาย ตามอาคารขนาดใหญ่เช่น โรงแรม หรือ ห้างสรรพสินค้านะครับ


ถึงตรงนี้แล้วผมขอขยายความเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจในรายละเอียด และวิธีการทำงานของพื้นประเภทนี้กันเลย พื้น Post Tension ก็คือระบบพื้นคอนกรีตระบบหนึ่งที่มีความแตกต่างจากระ บบที่เราใช้งานกันอยู่ ตามบ้าน (บ้านจะมีคานรองรับพื้น แต่Post Tension จะไม่มีคาน) กล่าวคือภายในพื้นจะมีเหล็กเส้นที่รับแรงดึงอยู่ภายใ นพื้นคอนกรีต ทำให้ไม่ต้องมีการใช้คานมารับพื้น ซึ่งสามารถทำให้ฝ้าเพดานมีความสูงมากขึ้นนั่นเอง หรือเราสามารถแบ่งให้อาคารมีจำนวนชั้นมากขึ้นด้วยครั บ

ข้อดีของการใช้พื้นประเภท Post Tension ก็คือ

1. ทำให้งานก่อสร้างง่ายขึ้น เร็วขึ้น กว่าการก่อสร้างที่มีระบบคาน

2. ราคาค่าก่อสร้างประหยัดกว่า สำหรับอาคารที่มีช่วงเสาห่างมากกว่าช่วงเสาปกติ

3. ในการออกแบบสามารถทำให้ช่วงเสาห่างได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยลดค่าก่อสร้าง

4. สำหรับอาคารที่มีความสูงมากๆ จะทำให้สามารถแบ่งอาคารให้มีจำนวนชั้นมากขึ้นด้วย เนื่องจากไม่มีคาน





พื้น Post Tension นั้น มี 2 ประเภท ด้วยกัน ที่ใช้งานด้วยกันในปัจจุบัน คือ Bonded System และ Unbonded System ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง 2 ประเภท ต้องมีความแตกต่างระหว่างประเภทการใช้งานของอาคารครั บ ตรงจุดนี้คงต้องปรึกษากับวิศวกรผู้ออกแบบถึงข้อดี และข้อเสีย อีกครั้งหนึ่งครับ
ที่มา:http://www.phukettoday.com/architect/detail.php?idc=4
tzu14-9 is offline   Reply With Quote
Old 17-11-2008, 06:24 PM   #8
tzu14-9
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Feb 2007
Posts: 34
tzu14-9 is on a distinguished road
Default

Post Tension Basic

informations from http://www.c-post.co.th

ความรู้เกี่ยวกับพื้นคอนกรีตอัดแรง
พื้นคอนกรีตอัดแรง มี 2 ชนิด
1. Pre-Tension Slab ดึงลวดอัดแรงก่อนการเทคอนกรีต เช่น พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปต่างๆ Plank Slab, Hollow
Core Slab
2. Post-Tension Slab ดึงลวดอัดแรงหลังการเทคอนกรีต

ระบบของพื้น Post-Tension
พื้น Post-Tension เป็นระบบพื้นซึ่งดึงลวดอัดแรงภายหลังการเทคอนกรีต จึงจำเป็นต้องร้อยลวดอัดแรงไว้ในท่อเพื่อไม่ให้คอนกร ีตจับตัวกับลวดอัดแรง
1. Bonded System ระบบมีแรงยึดแหนี่ยว ประกอบด้วย
# Multi Strand ท่อ 1 ท่อร้อยด้วยลวด 2, 3, 4 หรือ 5 เส้น
# ท่อ เป็นท่อ Galvanized Duct
# Anchorage 1 set / ลวด 2, 3, 4 หรือ 5 เส้น
# ต้องมีการอัดน้ำปูนเข้าไปให้เต็มท่อหลังการดึงลวด (GROUTING) หมายเหตุ ปัจจุบันบริษัทฯใช้ระบบนี้
2. Bonded System ระบบไม่มีแรงยึดแหนี่ยว ประกอบด้วย
# Mono Strand ท่อ 1 ท่อร้อยด้วยลวด 1 เส้น
# ท่อ เป็นท่อ PE.
# Anchorage 1 set / ลวด 1 เส้น
# ลวดเคลือบด้วยจารบี ระบบนี้ไม่เหมาะสำหรับอาคารที่จะมีการเปลี่ยนแปลงวัต ถุประสงค์การใช้งานในอนาคต
ข้อได้เปรียบในการเลือกใช้ระบบพื้น Post-Tension
1.ด้านสถาปัตยกรรม
# ความคล่องตัวของพื้นที่ใช้สอย
# ความสะดวกของงานระบบ(ไม่มีคานขวางการเดินแนวท่อ)
# ลดความสูงของอาคาร

2.ด้านโครงสร้าง
# ลดการแอ่นตัวของแผ่นพื้น (Deflection)
# ทนต่อการแตกร้าว (Good Crack Behavior)
# สภาพใช้งานดี (Serviceability)
# โครงสร้างมีความเหนียว (Ductile)
# Reduce Crack for Slab On Grade
3.ด้านความประหยัด
# ทางตรง ราคาถูกกว่าโครงสร้าง คสล >10% (ค่าวัสดุ + ค่าแรงงาน) ที่ Span > 6m.
# ทางอ้อม ประหยัดไม้แบบ, โครงสร้างอื่นๆ (เสา, ฐานราก), ค่าโสหุ้ยการก่อสร้าง
4. ก่อสร้างได้รวดเร็ว
# Circle Time 7 วันต่อ 1 ชั้น พื้นและคาน คสล.สามารถทำต่อเนื่องกับพื้น PTS. ได้ แต่ต้องระมัดระวังขั้นตอนการทำ
งาน
หลักการพื้นฐานในการออกแบบพื้น Post-Tension Material of Post-Tension Bonded System
1. PC.Strand TIS.420-2540,ASTM A416-96 7-wire Strand(Low Relaxation ) Min. Breaking Strength 18.73 Tons

2. Anchorage US.ANCHORA System 5BS13, 3BS13, 2BS13

3. Galvanized Sheath (Flexible Duct)

4. Concrete (F’c = 320 ksc. At 28 days cylinder)

5. Mild Steel (Fy = 4,000 kg./cm.2 )
MILD STEEL หรือ REBAR หมายถึง เหล็กเสริมธรรมดานอกเหนือจากลวด STRAND ซึ่งเสริมเพื่อช่วยรับ MOMENT หรือป้องกันการแตกร้าว และสามารถแบ่งออกเป็นชนิดได้ ดังนี้
1.เหล็กเสริมล่าง (BOTTOM STEEL) ใช้สำหรับรับ POSITIVE MOMENT ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดึงที่ด้านล่างของพื้น เหล็กล่างนี้จะช่วยรับ MOMENT และช่วยกันการแตกร้าวในกรณีที่ มีแรงกระแทก หรือ OVERLOAD โดยปกติจะใช้เหล็ก DB12 GRADE SD40
2.เหล็กเสริมบนหัวเสา (TOP STEEL) ใช้สำหรับ NEGATIVE MOMENT ซึ่งจะทำให้เกิดแรงดึงที่ด้านบนของพื้น เหล็กเสริมนี้จะต้องวางให้อยู่สูงที่สุดเท่าที่จะทำไ ด้ ทั้งนี้จะต้องได้ COVERING ด้วย ขอย้ำว่าอย่าเรียกเหล็กเสริมนี้ว่า SHEAR HEAD ขอให้เรียกเหล็กบน
3.เหล็กเสริมกันระเบิดที่หัว ANCHORAGE ( BURSTING REINFORCEMENT) ใช้สำหรับป้องกันการระเบิดที่หัว ANCHORAGE เนื่องจากในบริเวณนั้นมีแรงอัดของคอนกรีต สูงมาก โดยปกติจะใส่ 3DB12 แต่ DESIGNER บางท่านก็อาจจะใส่ต่างกัน เช่น 4DB12 และ มีเหล็กปลอก
4.เหล็กเสริมรอบช่องเปิด (TYPICAL REINF AT OPENING ) ใช้สำหรับป้องกันการแตกร้าวบริเวณมุมทั้งสี่ด้านของช ่องเปิด ซึ่งโดยทั่วไปอาจจะแตกเป็นแนวทแยงบริเวณมุม การเสริมจะใช้ DB12 เสริมรอบๆ ช่องเปิด และจำนวนของเหล็กจะขึ้นกับขนาดของช่องเปิด
5.เหล็กเสริมบริเวณที่พื้นติดกับคาน (TYPICAL REINFORCEMENT ON BEAM) ใช้สำหรับ NEGATIVE MOMENT ที่เกิดในพื้นบริเวณที่ต่อกับคาน เช่น จะใส่เหล็ก DB12@ 0.15 ม.
6.เหล็กเสริมบริเวณที่หักมุม ( TYPICAL REINF AT CORNER ) ใช้สำหรับป้องกันการแตกร้าวบริเวณมุม ซึ่งอาจจะแตกในแนวทแยง ถ้าเป็นมุมที่อยู่ภายในจะต้องใส่ตาม DETAIL ในแบบ แต่ถ้าเป็นมุมที่อยู่รอบๆ นอกของอาคาร อาจจะลดเหล็กลงได้
7.เหล็กเสริมบริเวณที่พื้นติดกัน LIFT CORE / SHEAR WALL ( TYPICA SLAB – WALL CONNECTION DETAIL ) ใช้สำหรับ MOMENT ในบริเวณที่พื้นต่อกับผนัง LIFT หรือกำแพง และป้องกันรอยแยกจากการดึงลวดด้วย เพราะส่วนใหญ่จะฝัง ANCORAGE เข้าไปในผนัง LIFT เพียง 3-5 ซม. เท่านั้น ซึ่งถ้าเหล็กไม่เพียงพอจะทำให้เกิดรอย CRACK ได้ และในอาคารสูงๆ LIFT CORE และ SHEAR CORE จะทำหน้าที่รับแรงลมซึ่งจะทำให้เกิด MOMENT และ SHEAR ในพื้นส่วนที่ติดกับ CORE / WALL สูงมาก จึงต้องใส่เหล็กเสริมบริเวณนี้ค่อนข้างมากปกติจะใส่เ หล็กตะแกรง DB12@ 0.15 ม., T&B
8.เหล็กเสริมบริเวณ POUR STRIP (TYPICAL REINF AT CLOSURE STRIP ) ใช้สำหรับรับ MOMENT บริเวณ POUR STRIP และป้องกันการแตกร้าวบริเวณร้อยต่อ ซึ่งจะมีโอกาสที่จะแตกร้าวได้มากเพราะว่าพื้นทั้ง 2 ข้างของ POUR STRIP จะรับแรงอัดตลอดเวลา ส่วนพื้น R / C ของ POUR STRIP จะไม่มีแรงอัดอยู่
9.เหล็กเสริมบริเวณรอยต่อ ( CONSTRUCTION JOINT DETAIL ) ใช้สำหรับป้องกันการแตกร้าวบริเวณรอยต่อคอนกรีต เนื่องจกมีการหยุดเป็นเวลานานมาก ( COLD JOINT ) เหล็กนี้ยังช่วยรับ MOMENT และ SHEAR ด้วย แต่แม้จะเสริมเหล็กก็ตาม ตำแหน่งของ JOINT จะต้องอยู่ห่างจากหัวเสาประมาณ L/5 – L/3 และจะต้องดัดให้ตรงให้ได้ฉากกับพื้น
10.เหล็กเสริมบริเวณ EXTRA ( TYPICAL INTERIOR DEAD END ANCHORAGE ) ใช้สำหรับรับแรงดึงซึ่งเกิดบริเวณด้านหลังของ DEAD END ที่เป็น EXTRA ปกติจะใส่ DB16 เป็น U-SHAPE 2 ตัวต่อ 1 หัว DEAD EAD
11.เหล็กตะแกรง ตลอดพื้นที่ต้องเสริมเหล็กตะแกรง DB12@ 0.50 ม. บริเวณ ด้านล่าง Equipment
1. เครื่องดึงลวด
2. เครื่อง GOUTING
tzu14-9 is offline   Reply With Quote
Old 17-11-2008, 06:47 PM   #9
tzu14-9
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Feb 2007
Posts: 34
tzu14-9 is on a distinguished road
Default

ความรู้เกี่ยวกับพื้นคอนกรีตอัดแรง
พื้นคอนกรีตอัดแรง มี 2 ชนิด
1. Pre-Tension Slab ดึงลวดอัดแรงก่อนการเทคอนกรีต เช่น พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปต่างๆ Plank Slab, Hollow
Core Slab
2. Post-Tension Slab ดึงลวดอัดแรงหลังการเทคอนกรีต
tzu14-9 is offline   Reply With Quote
Old 17-11-2008, 06:53 PM   #10
tzu14-9
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Feb 2007
Posts: 34
tzu14-9 is on a distinguished road
Default

ข้อได้เปรียบในการเลือกใช้ระบบพื้น Post-Tension
1.ด้านสถาปัตยกรรม
# ความคล่องตัวของพื้นที่ใช้สอย
# ความสะดวกของงานระบบ(ไม่มีคานขวางการเดินแนวท่อ)
# ลดความสูงของอาคาร


2.ด้านโครงสร้าง
# ลดการแอ่นตัวของแผ่นพื้น (Deflection)
# ทนต่อการแตกร้าว (Good Crack Behavior)
# สภาพใช้งานดี (Serviceability)
# โครงสร้างมีความเหนียว (Ductile)
# Reduce Crack for Slab On Grade

3.ด้านความประหยัด
# ทางตรง ราคาถูกกว่าโครงสร้าง คสล >10% (ค่าวัสดุ + ค่าแรงงาน) ที่ Span > 6m.
# ทางอ้อม ประหยัดไม้แบบ, โครงสร้างอื่นๆ (เสา, ฐานราก), ค่าโสหุ้ยการก่อสร้าง

4. ก่อสร้างได้รวดเร็ว
# Circle Time 7 วันต่อ 1 ชั้น พื้นและคาน คสล.สามารถทำต่อเนื่องกับพื้น PTS. ได้ แต่ต้องระมัดระวังขั้นตอนการทำ
งาน
tzu14-9 is offline   Reply With Quote
Old 17-11-2008, 07:08 PM   #11
tzu14-9
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Feb 2007
Posts: 34
tzu14-9 is on a distinguished road
Default

ขอบ คุณครับ...สำหรับคำตอบ ของผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย อย่างน้อย ผมก็ดีใจ....นะครับ ที่วิชาชีพ ของเราไม่ทิ้งกัน........สำหรับที่ คุณ POP ถามมานั้น ว่าอาคาร 8 ชั้น สูงไม่เกิน 23.00 เมตร นั้นทำได้ ยังไง

ตอบ = 1.ผมใช้โครงสร้าง เป็นระบบพื้น POST TENSION ครับ หรือ พื้นไร้คานนั้นเอง FL.-FL. ก็อยู่ที่ระดับ 2.80 เมตร โดยประสบการณ์ที่ใช้มา ตัวพื้น รวมระดับ พื้นผิวกระเบื้อง แล้วก็หนา ประมาณ 0.30 ซม.

2. ผมว่าระบบพื้น POST TENSION ที่ว่า มานี้ คอนข้างมีประโยชน์นะครับ สำหรับผมเวลา ใช้ออกแบบอาคารพักอาศัยรวม 5ชั้น ที่มีความสูงไม่ เกิน 15.00 เมตร ก็สามารถ ทำได้ สบายๆ...หายหวง เลย ครับ

ก็คิดว่าแชร์ประสบการณ์กันนะครับเผื่อจะมีประโยชน์กั บใครบ้าง


.................................................. .................................................. .................................
- city condo ในเมืองก็เลี่ยงไม่ให้สูงเกิน23เมตรและพื้นที่อาคารไ ม่ให้เกิน10000ตาราง เมตรกันแทบทุกโครงการล่ะครับ เพราะไม่ต้องการให้เข้าข่ายอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ พิเศษ

.................................................. .................................................. .................................
1. สย ไม่สิทธิ์ออกแบบอาคาร ที่มีความสูง เกิน 23 เมตรเพราะเป็นอาคารสูง ต้องให้ วย.ก ออกแบบ และ วย.ข เซ็น

2. การออกแบบอาคารในเขต กรุงเทพ ของ สย.ออกแบบได้ไม่เกิน 15 เมตร เพราะถ้าอยู่ระหว่าง 15-23 เมตร สย.ออกแบบ แต่ต้องให้วย.เซ้น รับรอง



แค่ 2 ประเด็นนี้ อาคารต่างๆ ที่อยู่ระหว่าง 5-8 ชั้น ต้องมี วย.มาเเอ่ยวทุกอาคาร

หมายความว่า วย.จะมีรายได้ เพิ่มขึ้นในทุกๆ ทาง ขณะที่ คนที่ได้ สย. ถูกริดรอนสิทธิ์ในความรู้ความสามารถที่มี

ปล.ไม่รู้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ นี่ ถ้าแก้กฎหมายต้อง ใช้รายชื่อคนเท่าไหร่

.........................
tzu14-9 is offline   Reply With Quote
Old 17-11-2008, 07:09 PM   #12
tzu14-9
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Feb 2007
Posts: 34
tzu14-9 is on a distinguished road
Default

กรมโยธาตอบข้อหารือเกี่ยวกับความสูงของอาคาร
in

* ข่าว Law & Regulation

เนื่อง จากสมาคมได้รับการสอบถาม จากสมาชิกเกี่ยวกับปัญหาแนวทางการปฏิบัติของเจ้าพนัก งานท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กทม. ที่ถือเป็นหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติว่า อาคารที่ไม่เข้าข่าย "อาคารสูง" ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 นอกจากว่าระดับพื้นดาดฟ้าจะต้องสูงไม่เกิน 23 เมตรแล้ว จะยอมให้มีส่วนของอาคาร สูงจากระดับพื้นดาดฟ้าได้อีกไม่เกิน 2.40 เมตรเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับที่เคยปฏิบัติอยู่เดิม และไม่ถูกหลักของการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศว กรรมที่ดีด้วย ที่ว่าการวัดความสูง 23 เมตร ไม่นับรวมถึงห้องบันได ห้องเครืองจักรกลต่างๆ และถังเก็บน้ำถาวรบนหลังคา

ทางสมาคมจึงได้มีหนังสือหารือไปยังสำนักควบคุมและ ตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อ 6 ธ.ค. 2548 และได้รับคำตอบเป็นหนังสือลงวันที่ 12 ม.ค. 2549 ซึ่งมีคำถามและคำตอบ ดังนี้

1. คำถาม: ห้องบันได ห้องเครื่องจักรกลต่างๆ ถังเก็บน้ำบนหลังคา มีส่วนใดที่ถือเป็นส่วนของอาคารซึ่งจะต้องนำมารวมคิด เป็นความสูงของอาคาร เพื่อพิจารณาว่าเป็น "อาคารสูง" ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) หรือไม่

คำตอบ: การวัดความสูงของ "อาคารสูง" ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535)ฯ กำหนดให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดิน ที่ก่อสร้างถึงยอดผนัง ของชั้นสูงสุดนั้นจะนำความสูงของห้องบันได ห้องเครื่องจักรกลต่างๆ และถังเก็บน้ำบนหลังคามาคิดรวมความสูงอาคารด้วยหรือไ ม่ ต้องพิจารณารายละเอียดเป็นกรณีไป เนื่องจากบางกรณีผู้ที่มีเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายอาจทำ ห้องเครื่องลิฟท์มี พื้นที่มากๆ ซึ่งสามารถขึ้นไปใช้สอยได้ ไม่ใช่เฉพาะตัวห้องเครื่องลิฟท์จริงๆ เท่านั้น แต่โดยปรกติทั่วไป แล้ว การคิดความสูงของอาคารสูงจะคิดถึงพื้นดาดฟ้าโดยไม่นำ ความสูงของห้องบันได ห้องเครื่องจักรกลต่างๆ และถังเก็บน้ำบนหลังคามาคิดรวมเป็นความสูงอาคารด้วย
2. คำถาม: หากห้องหรือพื้นที่ใดๆ ตามข้อ 1 ไม่ถือเป็นส่วนที่จะต้องนำมารวมคิดเป็นความสูงของอาค ารเพื่อพิจารณาว่าเป็น "อาคารสูง" ห้องต่างๆ เหล่านั้นจะสูงจากระดับพื้นดาดฟ้า หรือสูงเกิน 23 เมตรได้เพียงใด การออกแบบห้องต่างๆ เหล่านั้นให้มีความสูงตามความจำเป็นและตามความเหมาะส มของการใช้งานจะกระทำ ได้หรือไม่

คำตอบ: จากข้อ 1 ห้องบันได ห้องเครื่องจักรกลต่างๆ และถังเก็บน้ำบนหลังคาไม่ถือเป็นส่วนที่จะต้องนำมาคิ ดความสูงของอาคาร เพื่อพิจารณาว่าเป็นอาคารสูง จึงให้มีความสูงตามความจำเป็นและเหมาะสมของการใช้งาน สามารถกระทำได้

สำหรับรายละเอียดของหนังสือหารือของสมาคมและหนังสือต อบของกรมโยธาธิการและผังเมือง จะนำลงเผยแพร่ใน จดหมายเหตุอาษา ฉบับต่อไป
tzu14-9 is offline   Reply With Quote
Old 18-11-2008, 06:39 PM   #13
เด็กผี2522
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Nov 2007
Posts: 108
เด็กผี2522 is on a distinguished road
Thumbs up

กระจ่างเลยครับ คุณtzu14-9 ขอบคุณมากๆเลยครับสำหรับวิทยาทานในครั้งนี้ ไม่ผิดหวัง เว็บนี้มีแต่คนน่ารักๆทั้งนั้นเลยจริงๆ ขอขอบคุณทุกๆคนอีกทีนึงนะครับ
เด็กผี2522 is offline   Reply With Quote
Old 24-11-2008, 09:47 AM   #14
Sapiensspace
สมาชิกไทยวิซ
 
Sapiensspace's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 62
Sapiensspace is on a distinguished road
Default

http://61.90.250.46/webboard/index.php?showtopic=14159
__________________
SAPIENS SPACE
DESIGN STUDIO



To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


"There is no detail in architecture, everything is important." Le Corbusier. "
Sapiensspace is offline   Reply With Quote
Old 17-05-2010, 10:37 PM   #15
par_nirattisai
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Nov 2009
Posts: 31
par_nirattisai is on a distinguished road
Default

ได้ความรู้แบบเจาะลึกเลยค่ะ
par_nirattisai is offline   Reply With Quote
Old 20-05-2010, 09:56 AM   #16
gokoh
สมาชิกไทยวิซ
 
gokoh's Avatar
 
Join Date: Oct 2009
Posts: 17
gokoh is on a distinguished road
Default

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
gokoh is offline   Reply With Quote
Old 25-05-2010, 06:41 PM   #17
t_z
สมาชิกไทยวิซ
 
t_z's Avatar
 
Join Date: Mar 2007
Posts: 149
t_z is on a distinguished road
Default

พื้น POST บางที่ก็มีคานนะครับ (แต่จะเป็นแบนบีม)

เช่น อาคารสำนักงานที่สามารถมีความสูงของชั้นมากกว่า คอนโด

ทำให้มีพื้นที่ทำคานแบนบีมได้ (เคยถาม ENGINEER ท่านบอกว่าจะประหยัดขึ้น)

หรืออาคาร SPAN เสากว้างมาก วิศวกรก็อาจจะ DESIGN ให้มีแบนบีม

หรืออาจจะมี DROPANAL (ไม่แน่ใจว่าเขียนภาษาถูกหรือเปล่า)

คือมีแป้นที่หัวเสา เนื่องจากการคำนวนแล้วไม่พอรับแรง

อาจเพราะ SPAN เสากว้างมาก

เวลาออกแบบก็อย่าลืมงานระบบด้วยนะครับ

คอนโด 8 ชั้น ที่ความสูงห้ามเกิน 23 m.

จะมีปัญหาเกี่ยวกับงานระบบมากเพราะมี พื้นที่ให้งานระบบน้อย

t_z is offline   Reply With Quote
Old 27-05-2010, 02:22 AM   #18
tzu14-9
สมาชิกไทยวิซ
 
Join Date: Feb 2007
Posts: 34
tzu14-9 is on a distinguished road
Default

งานระบบในอาคารสำนักงาน โดย จักรพันธ์ ภวังครัตน์

http://www.mediafire.com/?oxzmnmtm5io
tzu14-9 is offline   Reply With Quote
Reply

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off

Forum Jump


All times are GMT +7. The time now is 02:26 PM.

Design Developed by CompleteGFX
Powered by vBulletin® Version 3.8.5
Copyright ©2000 - 2017, Jelsoft Enterprises Ltd.
Copyright ©2002-2010 Thai3dViz Co.,Ltd.
Hosting by THAISITE.net