Thai3Dviz  

Go Back   Thai3Dviz > THVIZ Talk > ห้องนั่งเล่น (Living room) > ห้องดูหนัง ฟังเพลง

ห้องดูหนัง ฟังเพลง ห้องสำหรับคนรักหนัง เพลง ซีรี่ย์ ละคร เอาไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ หนัง เพลง ดารา นักร้อง

Reply
 
Share Thread Tools Display Modes
Old 02-09-2009, 07:01 PM   #1
MUSEUMDSIGN
Senior Members
 
MUSEUMDSIGN's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 1,524
MUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud of
Send a message via MSN to MUSEUMDSIGN
Exclamation หนึ่งในใต้หล้า : Liquid Tension Experiment

ก่อนที่พลพรรค Dream Theater จะเดินหน้าเข้าห้องอัดทำผลงานชุดที่ 10 ของพวกเขาเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว สมาชิก 3 ใน 5 คนของวงมีภาระกิจบางอย่างที่ต้องสะสางให้เรียบร้อยเส ียก่อน อันเป็นสิ่งที่ผ่อนผันมาเนิ่นจนครบ 10 ปี

ย้อนไปเมื่อเดือนก.ย.ปี 1997 ขณะที่แฟนเพลงของ DT กำลังรอคอยการออกผลงานชุดใหม่อย่าง Falling into Infinity ในปลายเดือนนั้น สิ่งที่ Mike Portnoy ทำก่อนที่จะถึงวันดังกล่าวแทนที่จะเป็นการเฝ้าลุ้นยอ ดขายหรือการขึ้นชาร์ตของผลงานชุดใหม่ของตัวเอง เขากลับมีแผนในใจสำหรับโปรเจ็คท์ใหม่ที่เป็นซูเปอร์ก รุ๊ปที่ตั้งใจว่าจะไม่มีอะไรเหมือนกับ DT วงที่เขาอยู่กินกับมันมา 10 ปี และเริ่มที่จะหาทางออกให้กับอนาคตของมันไม่ได้แล้วใน ตอนนั้น

เพื่อแก้เซ็งความกดดันของวงที่ต้องทำงานตอบโจทย์บ้าๆ บอๆ ทั้งหลายจากค่ายเพลง โปรเจ็คท์ครั้งนี้จึงเกิดขึ้นด้วยการติดต่อไปที่สมาช ิกคนแรกอย่าง Jordan Rudess คนที่เขาตามจีบมาเข้าวง DT เท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จเสียที ให้มาเป็นมือคีบอร์ดของวงนี้ ปรากฎว่าคราวนี้สำเร็จด้วยดี ตำแหน่งต่อไปได้แก่มือเบส ซึ่งเหมือนถูกหวยเมื่อได้ Tony Levin มือเบสโคตรเซียนแห่งวงโปรเกรสซีฟ ร็อกยักษ์ใหญ่อย่าง King Crimson และมือเบสคู่บุญของ Peter Gabriel (เขายังเป็นสมาชิกคนที่ 5 ในแก๊งกบฎของ Yes ที่เคยออกมาตั้งวงพิเศษอย่าง Anderson Bruford Wakeman Howe ที่มีเขาเป็นมือเบสนั่นเอง) เพราะนอกจะเป็นมือเบสที่เก่งกาจแล้ว ยังเป็นไม่กี่คนในวงการที่สามารถเล่น Chapman Stick ซึ่งเป็นเบส 10-12 สายที่ต้องเล่นเทคนิกการแท็ปปิ้งทั้งสองมือได้พร้อมๆ กันได้อย่างไร้ที่ติ

ปัญหาอยู่ที่ตำแหน่งสุดท้ายที่ยังไม่ลงตัวก็คือมือกี ตาร์ เมื่อเบอร์หนึ่งที่เขาอยากร่วมงานอย่าง Dimebag Darrell ขุนขวานแห่ง Pantera ไม่สะดวกจะร่วมงานด้วยในเวลานั้น(หรือเวลาไหนๆ อีกแล้ว) เช่นเดียวกับคนใกล้ตัวอย่าง Jim Matheos ของวงโปรเกรสซีฟ เมทัลรุ่นพี่ Fates Warning ก็ไม่ว่าง ครั้นจะรวบหัวรวบหาง Dixie Dregs มาอีกคนหลังจากได้ Rudess มาแล้วแต่ Steve Morse ก็ไม่เล่นด้วย ตำแหน่งเดียวที่เหลือนี้จึงทำให้วงไม่สมบูรณ์เสียที

(จริงๆ ตำแหน่งขุนขวานของ LTE ที่ส่วนตัวผมอยากให้เป็นและเสียดายทุกครั้งที่นึกถึง ก็คือ Paul Gilbert แห่ง Mr.Big เพราะศักยภาพของเขาคนนี้ช่างเหมาะเจาะลงตัวสมกับคนอื ่นๆ ในวงนี้ที่ต่าง "เป็นหนึ่ง" ในเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเสียเหลือเกิน ซึ่งปี 1997 เป็นปีที่เขาออกจากวง Mr.Big พอดิบพอดี แม้หลังจากนั้นเขาจะมาร่วมงานกับ Portnoy ใน 4 โปรเจ็คท์คารวะ 4 มือกลองอันเป็นอิทธิพลสูงสุดของ Portnoy (The Beatles, The Who, Led Zeppelin, Rush) ซึ่งก็เป็นงาน Tribute ที่น่าสนใจ แต่เทียบไม่ได้กับระดับความน่าตื่นเต้นของซูเปอร์แบน ด์วงนี้ที่กำลังจะสร้างขึ้นในเวลาต่อมา ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงความสนใจส่วนตัวของผม ไม่มีเจตนาลบหลู่เฮีย Petrucci แต่อย่างใด เพราะต่างก็เพิ่งจะดวลฝีไม้ลายมือกันมาใน G3 เมื่อปี 2007 กันไปเรียบร้อยแล้ว)

ยังดีที่ Portnoy มีภรรยาที่เข้าใจสามีนักดนตรีอย่างเขา (เธอเองก็เป็นมือกีตาร์มาก่อน) ที่แนะนำว่าควรจะเป็น John Petrucci เพื่อนซี้ของเขาเอง เพราะทั้งคู่ร่วมงานกันมานานและเข้าขากันเป็นอย่างดี จึงน่าจะเหมาะสมสำหรับการเริ่มวงเกิดใหม่อย่างนี้ เมื่อPortnoy เห็นด้วยจึงพา Petrucci เข้าห้องอัดพร้อมกับนักดนตรีที่เหลือในการบันทึกเสีย งในระหว่างวันที่ 20-25 ก.ย.ของปีนั้น โดยไม่สนใจว่าวันที่ 23 ก.ย.จะเป็นวันออกผลงานชุดใหม่ของ DT แต่อย่างใด

ด้วยช่วงเวลาในห้องอัดเพียงแค่ไม่ถึงสัปดาห์ Liquid Tension Experiment ผลงานเพลงบรรเลงโปรเกรสซีฟ เมทัลของทั้ง 4 ไม่เพียงแต่สำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง แต่ยังสร้างออกมาได้ยอดเยี่ยมเกินกว่าที่แฟนๆ จะคาดหวังเอาไว้ จนทำให้ทั้ง 4 กลับมาร่วมตัวกันอีกครั้งในปลายปี 1998 เพื่อทำผลงานชุดที่ 2 ซึ่งผลที่ออกมาก็คือความยอดเยี่ยมที่ผู้คนนำไปเทียบก ับผลงานชุดแรกอยู่เสมอ

เรื่องราวเช่นนี้มักเกิดขึ้นในวงการดนตรีอยู่เสมอ เหมือนครั้งที่ Duane Allman ค้นพบเทคนิกการสไลด์กีตาร์จากขวดยาที่น้องชายเอามาเย ี่ยมไข้ หรือ Tony Iommi ค้นพบซาวด์หน่วงต่ำจากนรกหลังถูกเครื่องจักรบดปลายนิ ้วทั้งสองข้างไป เพราะบางครั้งหากมนุษย์เรามีความพยายามมากพอ สิ่งอันเป็นอุปสรรคก็อาจนำมาซึ่งโอกาสที่กระตุ้นให้เ ราค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่จำเจ การสร้างโปรเจ็คท์ครั้งนี้ของ Portnoy จากความกดดันที่ได้รับจากค่ายเพลงผ่านการทำงานกับวงเ ก่าของเขา ได้นำมาสู่จุดกำเนิดซูเปอร์กรุ๊ปอันแสนพิลาสพิไลวงนี ้ในที่สุด

ความสำคัญของ LTE ยังส่งมาถึงวง DT เอง เพราะผลงานที่ออกมาไล่เลี่ยกันของทั้งสองวงนี้ เป็นเหมือนการบอกเป็นนัยๆ ว่านี่คือสิ่งที่ Falling into Infinity "ควรจะเป็น" และเป็นสิ่งที่ Scenes from a Memory "กำลังจะเป็น" เหนืออื่นใด โปรเจ็คท์ครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเปลี่ยนให้กับวง DT เมื่อในที่สุดทางวงก็ได้จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายอย่าง Rudess มาเสริมตำแหน่งมือคีบอร์ดของวงเป็นผลสำเร็จ ซึ่งเป็นผลจากการร่วมงานด้วยกันครั้งนี้ อันถือเป็นเหมือนดั่งการชุบชีวิตให้กับวง ไม่ต่างกับครั้งที่ Iron Maiden ได้ Bruce Dickinson มาเป็นนักร้องนำ หรือ Ozzy Osbourne ค้นพบ Zakk Wylde เป็นครั้งแรก


BORKED
Another Dimension LA

Liquid Tension Experiment Live 2008 In NYC & LA

การที่จะเสพผลงานของวงที่เก่งกาจระดับนี้ให้สะใจพี่น ้องแน่นอนว่าต้องเป็นการชมคอนเสิร์ต แต่หลังจากออกผลงานมาเพียง 2 ชุดในปี 1998 และ 1999 อนาคตของวงก็ดูเหมือนจะปิดฉากลงทันที เพราะ 3 ใน 4 ของ LTE กลายเป็น 3 ใน 5 ของ DT ไปเสียแล้ว เจ้าของโปรเจ็คท์อย่าง Portnoy จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต่ออายุให้กับวงดนตรียอดเย ี่ยมแต่อายุแสนสั้นนี้ต่อไป แต่ก็ยังรับปากแฟนๆ ที่รอคอยอยู่ว่าการกลับมาทัวร์คอนเสิร์ตด้วยกันอีกคร ั้งยังคงเป็นไปได้อยู่

หลังจากรอคอยกันมาอย่างยาวนานโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกิดขึ้น ทางวงก็ได้ปล่อยผลงานทีเล่นทีจริงออกมาให้แฟนๆ ได้แก้ขัดอย่าง Liquid Trio Experiment ทั้ง 2 ชุด ทั้ง Spontaneous Combustion ผลงาน "อิมโพรไวส์ในห้องอัด" เมื่อครั้งที่วงเหลือสมาชิกในวงเพียง 3 คนอย่างไม่ตั้งใจเมื่อ Petrucci ต้องไปเยี่ยมเมียที่ใกล้คลอด แต่วงจองห้องอัดเอาไว้แล้ว จึงต้องแจมกันไปแบบ กลอง-เบส-คีบอร์ด และเหตุการณ์คล้ายๆ กันก็เกิดขึ้นอีกครั้งในผลงานชุด When the Keyboard Breaks: Live in Chicago ที่กลายเป็นการ "อิมโพรไวส์บนเวทีคอนเสิร์ต" เมื่ออยู่ๆ คีบอร์ดของ Rudess เสียอย่างไม่ทราบสาเหตุ จึงต้องแจมกันไปแบบ กลอง-เบส-กีตาร์ จนจบการแสดง

จนสุดท้ายสิ่งที่แฟนๆ รอคอยก็มาถึง ในคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 10 ปีของ LTE เมื่อการแสดงที่นิวยอร์กและลอส แองเจลิสผ่านไปอย่างไร้ปัญหา จนออกมาในรูปแบบบันทึกการแสดงสดให้เหล่าสาวกได้เสพแบ บเต็มอิ่มถึง 2 ชุดพร้อมๆ กัน

เดิมที Portnoy ตั้งใจจะตัดต่อเอาช่วงที่ดีที่สุดของ 2 คอนเสิร์ตมาร่วมไว้เป็นดีวีดีชุดเดียว เพราะว่าเซ็ตลิสต์เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ทำออกมาเต็มรูปแบบทั้งสองตัว เพราะเหตุผลทางด้านบรรยากาศในการแสดงที่แตกต่างกัน รวมทั้งการอิมโพรไวส์ที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งสำหรับวงระดับนี้แล้วแทบจะเป็นเรื่องธรรมดาที่สอ งคอนเสิร์ตจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน

ส่วนเพลงที่นำมาแสดงนั้นถือว่านำเนื้อๆ เน้นๆ จากผลงานทั้งสองชุดมาให้แฟนๆ ได้ชมกันแบบหายอยาก หลังจากที่หลายคนคงจะได้ชมกันแบบกะปริบกะปรอยในช่วง Instrumedley จากดีวีดี Live at Budokan ของ DT กันมาบ้างแล้ว

ประเดิม Acid Rain ด้วยความเมามัน ที่แสดงให้เห็นว่าการหันมาเล่นกลองชุดกระเดื่องเดียว ของ Portnoy ไม่ได้ทำให้ความดุดันลดลงเลย ต่อด้วยเพลงแฝดคนละฝาอย่าง Kindred Spirits และ Freedom of Speech ที่เพลงแรกเปิดตัวด้วยท่อนริฟฟ์ดุดันแต่ซ่อนเมโลดีอั นสวยงามเอาไว้ เพลงหลังเข้าเพลงอย่างหยดย้อย แต่เนื้องานอุดมด้วยเนื้อหาที่ซับซ้อนหนักแน่น

ต่อด้วยเพลงที่ไม่จบลงง่ายๆ อย่าง Another Dimension ที่ความหลากหลายเกิดจากการจับคู่กันโชว์ของริธึมเซซช ั่นและลีดเซซชั่น ในโครงสร้างเพลงที่เสียงเบสคล้ายซาวด์แทร็กหนังไซไฟ ทริลเลอร์ พอหลังจากซัดกันพอหอมปากหอมคอมาได้ครึ่งเพลงแล้ว ท่อนกลางเพลงผ่อนลงมาในช่วงโซโลเบสของ Levin ประกอบกับจังหวะกลองแบบจังเกิ้ล กรู๊ฟของ Portnoy ก่อนจะสลับอารมณ์ออกจากป่าเขามาชมบรรยากาศแบบเมดิเตอ ร์เรเนียนในท่อนโซโลเสียงคีบอร์ดคล้ายเสียงแอคคอเดีย น ที่รับช่วงด้วยสำเนียงอคูติกกีตาร์ผลงานประสานของ Rudess และ Petrucci ไอเดียซึ่งต่อมาจะพบได้ในท่อนท้ายเพลง Solitary Shell ของ DT นั่นเอง

ครึ่งหลังของคอนเสิร์ตความมันเหมือนจะเพิ่มเป็นเท่าท วี เริ่มด้วยลิคอันแสนเจิดจรัสของ Universal Mind ที่เวอร์ชั่นใน LA จะมีท่อนโชว์ความพริ้วไหวของนิ้วในโซโลเปียโนของ Rudess เพิ่มมาด้วย

ต่อด้วยอสุรกายความยาวกว่า 16-18 นาทีอย่าง When the Water Breaks ที่ทดสอบสมาธิของผู้ฟังอย่างยิ่งยวด (ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ขยาดกับมันมาก่อน) แต่เมื่อดูจากการแสดงในดีวีดีนี้แล้วมันก็ไม่ใช่อะไร ที่ยากเกินเข้าถึง เพราะจริงๆ แล้วเป็นเพลงที่โชว์ความสวยงามของเมโลดี้พอๆ กับความซับซ้อน และมีไอเดียเด็ดๆ อยู่ในเพลงมากมาย ทั้งท่อนที่เสียงกีตาร์ของ Petrucci เลียนแบบจังหวะลูปจากคีบอร์ดของ Rudess จนกลายเป็นท่อนริฟฟ์ที่ดุดันไม่เหมือนใคร ซึ่งในเวอร์ชั่นที่ LA ท่อนโซโลคีบอร์ดของเพลงนี้ Rudess ยังเอา Zen Riffer หรือคีบอร์ดสะพายสุดเท่มาโซโลอีกด้วย

BORKED
When the Water Breaks LA
__________________
PSN : BLACKINKSTUDIO


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.



To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


เเม้ว่าจุดหมายปลาย
ทางที่อยากไปจะมีรอยเท้าของผู้อื่น
ไปเยือนมาเเล้วก็ตาม
กระนั้นก็ยังอยากออกตามหาเส้นทาง
นั้นด้วยขาของตัวเองให้ใจเต้นตึกตัก
MUSEUMDSIGN is offline  

Reply With Quote
Old 02-09-2009, 07:01 PM   #2
MUSEUMDSIGN
Senior Members
 
MUSEUMDSIGN's Avatar
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 1,524
MUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud ofMUSEUMDSIGN has much to be proud of
Send a message via MSN to MUSEUMDSIGN
Default

เพลงถัดมาถือเป็นบทพิสูจน์ความเก่งกาจของวง 4 ยอดมนุษย์วงนี้ได้อย่างดีที่สุด กับการนำ Rhapsody in Blue ผลงานอันเกรียงไกรของยอดคีตกวีชาวนิวยอร์ก George Gershwin มาบรรเลง (3 ใน 4 สมาชิกของวงนี้เป็นนิวยอร์กเกอร์) ซึ่งทำออกมาได้เยี่ยมจริงๆ สำหรับการนำเครื่องดนตรี 4 ชิ้นมาบรรเลงเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อวงออร์เคสตร้าย ุคใหม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ละท่อนถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้เหมือนกับต้นตำรับอย่ างมาก (แต่หายไปท่อนหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่รู้เป็นเพราะไม่ต้องการให้เพลงยาวไปกว่านี้หรือเป ล่า) ท่อนที่ผ่อนลงเพื่อแสดงความโอ่อ่า Petrucci นำเทคนิกทำเสียงกีตาร์เลียนเสียงเครื่องสายมาใช้ (แบบเดียวกับที่เขาใช้ในท้ายเพลง The Count of Tuscany ในผลงานของ DT ชุดล่าสุด) ขณะที่ท่อนเปียโนก่อนเข้าช่วงไคลแมกซ์ที่ต้นฉบับทำเอ าไว้สนุกสนานอยู่แล้ว มาถึงเวอร์ชั่นของ Rudess ที่เบิ้ลความซับซ้อนเข้าไปอีกเล่นเอาเพื่อนร่วมวงมึน เอาไว้ง่ายๆ แต่ก็สามารถนำพาไปยังท่อนคลี่คลายจนเป็นบทสรุปของบทเ พลงที่สง่างามไม่แพ้ต้นตำรับ เป็นอีกเวอร์ชั่นมาตรฐานในการดัดแปลง Rhapsody in Blue ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไร้ข้อกังขา ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับที่ ELP วงโปรเกรสซีฟ ร็อกรุ่นใหญ่เคยสร้างชื่อเอาไว้ในการดัดแปลง Pictures at an Exhibition ผลงานของคีตกวีรัสเซีย Modest Mussorgsky

กลับมาปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลงเปิดตำนานของพวกเขาอย ่าง Paradigm Shift ซึ่ง Levin ที่หันกลับมาใช้เบสบรรดาก็ยังมีลูกเล่นมาโชว์ด้วยเทค นิกการใช้ Funk fingers อุปกรณ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเพื่อสวมบนนิ้วชี้และนิ้วก ลางที่ใช้ตบเบสเพื่อให้เสียงเป็นฟังค์มากขึ้น กับอีกครั้งที่ดับเบิล คิก ดรัมกับกระเดื่องอันเดียวของ Portnoy ทำหน้าที่สร้างความดุดันแทนกระเดื่องคู่ได้อย่างดี และจบคอนเสิร์ตไปอย่างสะใจหายอยาก ทั้งแฟนเพลงที่ NYC, LA และผู้ชมที่ได้ดูดีวีดีชุดนี้อยู่กับบ้านเช่นกัน

ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างแผ่นที่นิวยอร์กและแอ ลเอก็คือ ที่นิวยอร์กนั้นเป็นการเปิดคอนเสิร์ตในแจ๊สคลับเล็กๆ ที่คนดูไม่น่าถึงพัน ที่ที่คนดูจะอยู่ติดกับเวทีอย่างมาก จนบางครั้งมือไม้ของแฟนเพลง(รวมทั้งโทรศัพท์มือถือที ่ไม่รู้ว่าจะถ่ายอะไรกันหนักหนา)บดบังการแสดงบางช่วง เอาไว้ง่ายๆ เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการมาเปิดคลีนิคสอนดนตรีมากกว ่าจะมาเปิดการแสดงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ แต่ข้อดีก็คือจะได้มุมกล้องที่ใกล้ชิดนักดนตรีอย่างม าก รวมทั้งส่วนร่วมของแฟนเพลงในสถานที่จำกัดเช่นนั้นทำใ ห้เป็นคอนเสิร์ตที่ดูสนุกกว่า

ในขณะที่แอลเอ เวทีที่เปิดการแสดงเหมือนอยู่ในห้องประชุม ส่วนแฟนเพลงที่คาดว่าน่าจะเกินหลักพัน แต่กล้องไม่ค่อยหันไปจับภาพเท่าไหร่จนบางครั้งรู้สึก เหมือนว่าพวกเขามาเล่นกันอยู่ 4 คนโดยไม่มีคนดูเลย แต่สิ่งที่เหนือว่าที่นิวยอร์กอย่างเห็นได้ชัดก็คือก ารกำกับภาพและการตัดต่อที่ทำออกมาเข้าขั้นมืออาชีพมก กว่า ทั้งการจัดแสงแบบเรียบง่ายไม่หวือหวาและไม่มืดทึบเหม ือนในคลับที่นิวยอร์ก รวมทั้งใช้เทคนิกการ Split Screen ภาพในช่วงที่มีการโซโลพร้อมๆ กันด้วย

ถ้าให้เปรียบเทียบกับดีวีดีคอนเสิร์ตที่เคยทำออกมาขอ ง DT คอนเสิร์ตที่นิวยอร์กก็เหมือนกับดีวีดี Metropolis 2000: Scenes from New York และคอนเสิร์ตของแอลเอคือการจัดองค์ประกอบเวทีแบบ Live at Budokan แต่ให้อารมณ์แบบ Score ซึ่งถ้าแฟนเพลงคนไหนไม่คิดที่จะมีไว้ทั้ง 2 ตัว คอนเสิร์ตที่แอลเอก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า...ถ้ าคุณมีโอกาสเลือก

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะดีวีดีชุดนี้มีจำหน่ายแต่ในรูปแ บบ Limited Edition Boxset ที่หาซื้อได้ทางเว็บไซต์ ytsejamrecords.com เท่านั้น ซึ่งตั้งราคาเอาไว้ไม่น้อยที่ 130 เหรียญ (2 ดีวีดี 6 ซีดี กับ 1 บลูเรย์คอนเสิร์ตที่แอลเอ) ถือเป็นราคาที่ตั้งเอาไว้เพื่อวัดใจแฟนๆ โดยเฉพาะ

อย่างไรเสีย ผลงานชุดนี้ที่ออกมาถือว่าคุ้มค่าแก่การรอคอยทุกประก าร และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนเพลงของ Dream Theater บางส่วน(หรือหลายคน)ที่ยังโหยหาผลงานในยุคแรกๆ ของพวกเขา เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงบางครั้งอาจจะไม่เป็นที่ยอม รับของทุกๆ คน แต่การเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งย่อมมีเป็นนิรันดร์ อย่างน้อยศรัทธาที่ถดถอยไปกับวงก่อน อาจจะเรียกคืนกลับมาได้จากผลงานชิ้นนี้ ด้วยเหตุที่มันนำพาให้เรากลับไปเสพผลงานที่จินตนาการ แห่งเสียงเพลงไร้ขอบเขตอีกครั้งหนึ่ง


BORKED


โดย อดิศร สุขสมอรรถ
http://www.manager.co.th/Entertainme...=9520000098765
__________________
PSN : BLACKINKSTUDIO


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.



To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


เเม้ว่าจุดหมายปลาย
ทางที่อยากไปจะมีรอยเท้าของผู้อื่น
ไปเยือนมาเเล้วก็ตาม
กระนั้นก็ยังอยากออกตามหาเส้นทาง
นั้นด้วยขาของตัวเองให้ใจเต้นตึกตัก
MUSEUMDSIGN is offline   Reply With Quote
Old 02-09-2009, 07:37 PM   #3
sakura
ลิเกห้องเย็น
 
sakura's Avatar
 
Join Date: Nov 2006
Location: ฺห้องแช่ปลา
Posts: 408
sakura is a glorious beacon of lightsakura is a glorious beacon of lightsakura is a glorious beacon of lightsakura is a glorious beacon of lightsakura is a glorious beacon of light
Default

โอยยย อ่านไม่หมด 55555 ขอบคุณอั้มที่นำมาเผยแพร่ค้าบ
sakura is offline   Reply With Quote
Old 02-09-2009, 11:19 PM   #4
GoDsLaYeR
Blogger
หมัดเทพเจ้าดาวเสก๊ตอัพ 2009
 
GoDsLaYeR's Avatar
 
Join Date: Sep 2007
Location: อยู่ใกล้เธอเสมอ
Posts: 654
Blog Entries: 1
GoDsLaYeR will become famous soon enough

Awards Showcase
Thai3dviz Gold Award 
Total Awards: 1

Default

Quote:
Originally Posted by MUSEUMDSIGN View Post
(จริงๆ ตำแหน่งขุนขวานของ LTE ที่ส่วนตัวผมอยากให้เป็นและเสียดายทุกครั้งที่นึกถึง ก็คือ Paul Gilbert แห่ง Mr.Big เพราะศักยภาพของเขาคนนี้ช่างเหมาะเจาะลงตัวสมกับคนอื ่นๆ ในวงนี้ที่ต่าง "เป็นหนึ่ง" ในเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเสียเหลือเกิน
จริง เหรอครับ
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


" Cartoon Drunk 69 Group "
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า หัวใจของผม และ เธอ เข้ากั๊นนน เข้ากัน....
GoDsLaYeR is offline   Reply With Quote
Old 02-10-2009, 12:58 AM   #5
chris
สมาชิกไทยวิซ
 
chris's Avatar
 
Join Date: Dec 2006
Location: China Town, BKK
Posts: 167
chris is on a distinguished road
Default

ชอบวงนี้มากๆครับ สุดยอดกันทั้งวงจริงๆ Albumหลังๆเน้นconceptกันมากๆ
chris is offline   Reply With Quote
Reply

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off

Forum Jump


All times are GMT +7. The time now is 09:30 PM.

Design Developed by CompleteGFX
Powered by vBulletin® Version 3.8.5
Copyright ©2000 - 2018, Jelsoft Enterprises Ltd.
Copyright ©2002-2010 Thai3dViz Co.,Ltd.
Hosting by THAISITE.net